นักเรียนช่างคุย

เทคนิคหนึ่งที่ครูอาจนำมาใช้จัดการกับปัญหานักเรียนคุยกันในชั้นเรียนคือ สร้างข้อตกลงเรื่องเวลากับนักเรียนตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชั้นเรียนตอนเปิดภาคการศึกษา โดยอธิบายกติกาว่าเวลาในชั้นเรียนจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ เวลาของครู และเวลาของนักเรียน เวลาของครูหมายถึงช่วงที่ครูกำลังพูด อธิบาย สั่งงาน หรือเป็นตอนที่ครูยืนอยู่หน้าห้อง ซึ่งนักเรียนจะต้องตั้งใจฟังสิ่งที่ครูพูด ห้ามพูดคุยกันเอง ถ้าเป็นเด็กเล็ก ครูควรระบุให้ชัดเจนว่าในช่วงเวลานี้เด็กสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น จดสิ่งที่ครูสอนได้ เป็นต้น

ส่วนเวลาของนักเรียนคือช่วงเวลาหลังจากที่ครูมอบหมายให้ทำงาน นักเรียนจะพูดคุย ออกไปดื่มน้ำ หรือเข้าห้องน้ำได้ แต่ขอให้รับผิดชอบทำงานที่มอบหมายให้เสร็จทันเวลา แล้วเมื่อครบกำหนดเวลา ให้ครูปรบมือหรือสั่นกระดิ่งเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาของนักเรียนแล้ว และจากนี้ไปจะเป็นเวลาของครู ทั้งนี้ อาจมีการตกลงร่วมกันว่าถ้าใครทำผิดกติกาควรจะถูกลงโทษอย่างไร

ในระหว่างเวลาของนักเรียนครูควรเดินสังเกตการณ์ไปทั่วห้อง พร้อมฟังสิ่งที่นักเรียนพูดคุยกัน วิธีการนี้จะทำให้ครูรับรู้ได้ว่านักเรียนแต่ละคนเข้าใจบทเรียนที่สอนไปมากน้อยแค่ไหน นักเรียนคนไหนต้องการคำแนะนำหรือความช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งครูสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้ว่าใครตั้งใจทำงานหรือไม่ มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกรณีงานกลุ่ม แล้วถ้าเห็นว่านักเรียนคนไหนพูดคุยเล่นสนุกมากกว่าจะพูดถึงเรื่องงาน ครูไม่ควรเดินไปตรงหน้านักเรียนคนดังกล่าวแล้วสั่งให้หยุดพูด เพราะจะทำให้นักเรียนเกิดความอับอายและรู้สึกเสียหน้า แต่ควรเดินอ้อมไปด้านหลังพร้อมกับพูดถามเบาๆ ว่าไหนลองอธิบายงานที่เธอทำให้ครูฟังหน่อยสิจ๊ะเพียงเท่านี้นักเรียนคนดังกล่าวก็จะรีบกลับไปให้ความสนใจกับงานตรงหน้าโดยอัตโนมัติ

ครูท่านใดที่กำลังปวดหัวกับปัญหานักเรียนชั่งพูดชั่งคุยกันในห้องเรียน ท่านอาจลองนำวิธีการข้างต้นไปทดลองใช้จัดการกับเจ้าเด็กช่างพูดในห้องเรียนเหล่านั้นก็ด้ ซึ่งน่าจะได้ผลดีกว่าการที่ต้องพูดว่า
เงียบๆ กันหน่อย , หรือ ฟังครูหน่อย(บ่อยๆ) ก็ได้

อ้างอิง http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=fino4710&date=20-07-2009&group=57&gblog=4