Money & Banking
Good afternoon my lovely students
Today , Tuesday December , the thirteen , 2011.
New semester and first year in SSRU.
You will graduate soon so you must know everything in finance and economic world.
We 'll communicate in my blog, assignment , homeworks and so on.
Thank you for joining us , go together and receive your success.
Bye
Assistant Professor Doctor Krisada
My students : early to visit Bank of Thailand , search knowledge and present your impression in that Palace in my BLOG.
On Tuesday 20 Dec. I’ll go to research in the field of finance at Samut Songkram Province all day so all of you won’t go to class but do your assignment with best effort.
Your Professor
Dr. Krisada
นักศึกษาที่รัก
ใครไปช้า ใครเขียนความรู้ที่ได้รับน้อยเกินไป ให้ทำใหม่เป็นภาษาอังกฤษด้วยครับ
ผ.ศ.ดร.กฤษฎา
My students.
Best wishes to all of you and a Happy New Year. 2012 : 2555
Your Professor
Dr. Krisada
สอบกลางภาค ทำเพียง 8 ข้อ
ขอให้โชคดีทุกๆคน ไม่ต้องทำเรียงข้อ และไม่ต้องลอกโจทย์
ขอให้รักษามารยาธในการสอบด้วย
ผ.ศ.ดร.กฤษฎา 24/1/2555
งานสำหรับนักศึกษาประกอบด้วย
1. งานกลุ่มบทที่ 5 ดัชนีราคาทั้ง 4 ตัว ข้อมูลของปี 2554 ในรูปเล่มรายงานพิมพ์ขาวดำพร้อมแผ่น CD
2. งานเดี่ยวบทที่ 6 เรื่องการวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจการเงินของประเทศไทยสำหรับปี 2554
ส่งทั้งใน BLOG และพิมพ์ขาวดำเย็บมุมส่งด้วย
จงใช้เวลาในการศึกษาหาความรู้เรื่องราวของข่าวสารทางเศรษฐกิจ การเงิน ธนาคาร การเมือง ให้มากกว่าเดิม ถ้าคุณรู้ว่ามหาวิทยาลัยอื่นเค้าเรียนหนักแค่ไหน แล้วจะหนาว ในที่สุดเค้าจึงได้งานที่ดี เพราะเค้ามีทั้งรุ่นพี่เก่งๆ และบริษัท/ธนาคาร เหล่านั้นเชื่อมั่นในกระบวนการฝึกหนักอย่างนั้น
ผมหวังว่าพวกคุณคงปรับตัวมากขึ้น
ผ.ศ.ดร.กฤษฎา
อังคาร 31 มีนาคม 2555
สวัสดีบ่ายวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555
วันอังคารที่ 14 ให้ทุกคนไปเรียนรู้ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำรายงานเดี่ยวส่งในวันที่ 21 ตามแนวทางบทที่ 12 และ 13
ส่วนการบ้านวันนี้คือให้เปรียบเทียบนโยบายการเงินรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ และนายกยิ่งลักษณ์ ส่งทางBlog ภายใน 24.00 น.วันที่ 13 ก.พ.55
โชคดีในเดือนแห่งความรัก
ผ.ศ.ดร.กฤษฎา
จากการที่ผมได้ไปเยี่ยมชมแบงต์ชาติมา ทำให้ได้รับคงามรุ้ถึงประวัติความเป็นมาของแบงค์ชาติว่ามีความเป็นมาอย่างไร แล้วได้ชมนิทรรศการ ภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย ได้รู้ถึงเรื่องราวเกี่ยวกับธนบัติต่างๆๆที่เราใช้จ่าย และเงินตราในสมัยก่อนว่ามีรูปร่างแบบไหนในแต่ละยุคหรือรัชการ และเบี้ยต่างๆในสมัยก่อนๆ และการพิมพ์ธนบัตรที่พิมพ์ขึ้นไม่กี่ใบในวาระสำคัญต่างๆ
เยี่ยมมาก คนแรก ควรเขียนความรู้ที่ได้รับมากกว่านี้นะ
เพื่อนๆที่ส่งงาน ไม่ควรเขียนน้อยกว่า 20 บรรทัดนะ
ผ.ศ.ดร.กฤษฎา
จากที่ดิฉัน นางสาวสุดธิดา คำกุณา ได้ไปเยี่ยมชมแบงค์ชาติในวันพฤหัสบดีที่ 15 เมื่อผ่านมา ดิฉันมีความประทับใจเป็นอย่างมากทั้งประวัฒความเป็นมา อาคารสถานที่ มีความงดงามและทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก เมื่อได้เข้าไปเรียนรู้ ไปสัมผัสก็เป็นอย่างที่อาจารย์เคยพูดไว้ไม่มีผิด เมื่อได้เข้าไปแล้วดิฉันไม่อยากจะกลับออกมาเลย วันที่ดิฉันไปเป็นวันที่ทางแบงค์ชาติได้มีการจัดนิทรรศการพอดี นิทรรศการนี้มีชื่อว่า ''ภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย'' จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาศพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ความรู้ที่ดิฉันได้จาการไปเยี่ยมชมแบงค์ชาตืในวันนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ เหรียญ และธนาบัตร ไม่ว่าจะเป็นเงินพดด้วง เงินลาด เงินฮ้อย เงินไซซ๊ เหรียญกษาปณ์ ซึ้งได้แบ่งตามยุคตามสมัยไว้อย่างชัดเจน รวมถึงธนาบัตรทั้งธนาบัตรไทยและธนาบัตรต่างชาติด้วย ได้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเงินและธนาบัตรของไทยว่าได้เปลี่ยนรูปแบบมาหลายรูปแบบแล้วตามยุคตามสมัยของการปกครองอย่างรัยบ้าง และโทษของการปลอมแปลงเงินในสมัยก่อนรุนแรงมากแค่ไหน หากผู้ใดทำการปลอมเหรียญหรือปลอมธนาบัตรมีโทษให้ตัดนิ้วมือไม่สามารถจะจำหรือหยิบสิงของได้อีก ไม่ใช่แค่คนที่ปลอมที่จะโดนทำโทษแต่รวมถึงผู้สมคบคิด ผู้รู้เห็นแต่ไม่แจ้งทางการ ก็จะได้รับโทษเช่นเดียวกันแต่โทษนั้นจะหนักเบาแตกต่างกันออกไป ความรู้ที่ดิฉันได้รับมาวันนั้นคุ้มค่ากับการเข้าไปเยี่ยมชมเป็นอย่างมากแล้วยังได้รับขิงที่ระลึกมาอีกด้วย
ขออภัยอาจารย์ด้วยนะคะที่ไม่ได้ลงรูปที่ถ่ายที่แบ้งชาติ หนูไม่มีรูปที่ถ่ายที่แบงค์ชาติจริงๆ
รูปถ่ายของสุธิดาคับ พอดีผมถ่ายไว้
จากการที่ผมได้ไปเยี่ยมชมแบงค์ชาติไทยมา และชมจัดนิทรรศการ "ภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย" ทำให้ได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาของเงินตราต่างๆในสมัยก่อนในแต่ละยุคและสมัยว่ามีการใช้จ่ายอย่างไรและมีรูปร่างแบบใดในสมัยก่อน ซึ่งสมัยก่อนเงินตราไม่ได้เหมือนกับสมัยปัจจุบัน แถมยังมีรูปร่างที่แปลกและใหญ่ ลำบากแก่การพกหรือใช้จ่ายต่างๆ และมูลค่าจะน้อยกว่าในปัจจุบันเป็นอย่างมาก และมีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆในแต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาให้มีค่ามากกว่าเดิมและพกพาง่ายซึ่งจะสะดวกในการใช้จ่าย และเงินตราในสมัยก่อนจะเรียกว่าเบี้ยหรืออื่นๆ สมัยก่อนจะไม่เป็นแบงค์แบบนี้แต่จะเป็นพวกหอยและหินเป็นต้น แต่มูลค้าก็จะน้อยกว่าปัจจุบันเป็นอย่างมาก การพัฒนาในแต่ละยุคถือว่าเป็นความสำคัญมกเพราะกว่าจะมาถึงปัจจุบัน คนสมัยก่อนต้องใช้จ่ายอย่างลำบาก เพราะปัจจุบันใช้จ่ายง่ายกว่าอย่างมากมีทั้งธนาคารและระบบออนไลน์ซึ่งจะใช้จ่ายได้รวดเร็วและทันสมัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และระบบสกุลเงินไทยในสมัยก่อนจะไม่เรียกว่าบาท จะเรียกว่า หาบ ชั่ง ตำลึง พดด้วง เป็นต้น ซึ่งจะมีเครื่องชั่งเงินและเราจะต้องเรียกเงินที่ชั่งตามเครื่องชั่ง และได้เงินเงินตราจำพวกเงินตราสมัยสุววรณภูมิแล้วก็พวกเงินตรายุคแลกของโลก เงินตราทราวดี เงินตราศรีวิชัยเป็นต้น ซึ่งจะมีมูลค่าแตกต่างกันไป แต่ในปัจจุบันถือว่ามีมูลค่ามากเพราะหายาก และนอกจากได้รู้ถึงเงินตราสมัยก่อน ยังได้ชมเกี่ยวกันธนบัตรต่างๆที่มีการจัดแสดงให้เหนในแต่ละสมัยว่ามีรูปร่างยังไง และแตกต่างกันยังไงในแต่ละสมัย สมัยก่อนเงินตราจะใหญ่กว่าสมัยปัจจุบันเป็นอย่างมาก และที่นิทรรศการได้จัดให้ชมถึงธนบัตรที่หายากและจัดทำขึ้นไม่กี่ใบในวาระต่างๆซึ่งสวยมาก ซึ่งผลิตขึ้นมาไม่กี่ใบเท่านั้น ซึ่งเป็นธนบัตรที่หาชมยากและไม่เคยไปจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ซึ่งผมดีใจมากที่ได้ไปชมเพราะไม่เคยจัดที่ไหนมาก่อน ได้รับความรู้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว และได้ทราบอะไรๆหลายอย่างเกี่ยวกับแบงค์ชาติที่ไม่เคยทราบมากก่อนทำให้ผมจึงเห็นถึงเงินตราที่สำคัญในสมัยก่อนและรู้ถึงคุณค่าของเงินเลยทีเดียว จึงทำให้อยากเก็บเงินสมัยนี้ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานดูว่าแต่ละสมัยมีการพัฒนาอย่างไร และควรที่จะใช้จ่ายอย่างไร เพระาสมัยก่อนได้มีเทคโนโลยีแบบนี้ซึ่งลำบากมากกว่าปัจจุบันเป็นอย่างมาก คนเฒ่าคนแก่ต้องลำบากมากในการใช้จ่ายและมีมูลค่ามากในแต่ละอย่าง แต่คนในปัจจุบันเห็นว่าเงินเป็นเรื่องเล็กน้อยและใช้จ่ายกันอย่างฟุ่มเฟือย เพราะคิดว่าเงินทองมันหาง่าย แต่ถึงหาง่ายแต่ไม่รู้จักใช้ยังไงก็จะหมดไป จึงควรที่จะเห็นคุณค่าของเงินและใช้จ่ายอย่างประหยัด นับถือว่าเป็นบุญตาของผมจริงๆที่ได้ไปเยี่ยมชมนิทรรศการครั้งนี้ที่จัดขึ้น เพราะไม่เคยได้ไปมาก่อนแร้วได้ไปจึงมีความรู้สึกดีใจทีได้มาและได้เห็นแบงค์ชาติ และได้ใบความรู้กลับมา และเข็มกลัดที่ระลึกงาน ภัทรมาหหาราช ธนบัตรชาติไทย กับเหรียญวังขุนพรหม ซึ่งดีใจมากที่ได้
นาย จิรพัฒน์ วงษ์นารี
จากการที่ดิฉันนางสาวจารวรรณ ภู่สะอาด นักศึกษาการเงินการธนาคาร ห้อง2 ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย วังบางขุนพรหมมานั้น ทำให้ดิฉันได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งในสถานที่แห่งนี้มีทั้งเงินตราสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยภายในห้องต่างๆนั้นจะมี Multtmedia ที่แสดงให้รู้ถึงวิธีการทำเงินตราต่างๆในหลายวิธี ดิฉันได้รู้ว่าสมัยอดีตนั้นมีเงินตราที่ไม่เหมือนกับปัจจุบันเพราะเงินตราในสมัยอดีตนั้นเป็นคล้ายกับก้อนหินแต่มีลวดลายและมักจะพกพาไม่ค่อยสะดวกมากนัก โดยลักษณะของเงินตรานั้นได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งเงินตราในสมัยอดีตนั้นนิยมเรียกว่าเบี้ย พอดิฉันเดินไปชมอีกห้องหนึ่งดิฉันได้รู้ถึงวิธีการทำธนบัตร ดิฉันได้รู้ว่าการทำธนบัตรนั้นเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยมีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุม ดูแล การสั่งพิมพ์และนำธนบัตรมาใช้ภายในประเทศ แต่ในสมัยอดีตนั้นคนไทยจะใช้เงินกระดาษในการซื้อขายสินค้า พอมาถึงสมัยปัจจุบันก็พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย นอกจากนี้ภายในห้องชมธนบัตรยังสอนให้มีการสังเกตธนบัตรปลอมอีกด้วย และภายในห้องต่างๆจะมีคอมพิวเตอร์ให้ได้ศึกษาเกร็ดความรู้เพิ่มเติมและการตอบคำถามเกี่ยวกับเงินตราต่างๆทั้งเหรียญกษาปณ์ และธนบัตร พอดิฉันเดินชมตำหนักใหญ่เสร็จแล้วก็เดินไปชมสมเด็จต่อโดยตำหนักนี้จะมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "ภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย" ซึ่งตำหนักนี้จะจัดแสดงธนบัตรที่มีภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ธนบัตรที่ระลึกในวาระสำคัญต่างๆ ธนบัตรเลขสวยที่หาชมได้ยาก และมีการสาธิตการแกะแม่พิมพ์ธนบัตร นอกจากนี้ยังได้ชมการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าทรงลำบากขนาดไหน ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ดิฉันได้รู้ประวัติความเป็นมามากมาย ได้รู้ว่าเงินตราและธนบัตรต่างๆมีลักษณะอย่างไร มีการพัฒนาขึ้นมาได้มากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนัันดิฉันรู้แล้วว่าเงินนั้นหายากมาก เราจึงควรจะใช้อย่างจำเป็นไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด อดออมไว้ใช้ในยามคับขัน การชมครั้งนี้ดิฉันได้ประโยชน์อย่างมากและจะนำเรื่องดีๆแบบนี้ไปบอกต่อให้บุคคลอื่นได้รู้และได้มาชมกัน สุดท้ายก่อนดิฉันจะกลับนั้นพี่ที่เป็นพนักงานก็ได้ใหดิฉันทำแบบประเมินและได้เข็มกลัดที่ระลึก ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการไปเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นอย่างมากค่ะ
(เพิ่มเติม)ภายในตำหนักใหญ่ยังมีห้องประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ดิฉันจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยเพราะเป็นห้องที่สำคัญอีกห้องหนึ่ง โดยจะนำเสนอเกี่ยวกับการก่อตั้งธนาคาร รวมไปถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและมีของที่ผู้ว่าการแห่งประเทศไทยได้รับพระราชทานแก่พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจัดไว้ให้ชมอีกด้วย และอีกห้องหนึ่งนั้นเป็นห้องบริพัตร ซึ่งห้องนี้จะมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ และประวัติของท่านอยู่ด้วย มีหุ่นจำลองขนาดจิ๋วที่เล่นด้วยตรีไทยบรรเลงให้ชม นอกจากนี้ในตำหนักที่จัดนิทรรศการดฺฉันได้เจอป้าคนหนึ่งท่านเป็นคนที่ชอบสะสมธนบัตรรุ่นเก่าๆไว้ ดิฉันก็ได้รู้เพิ่มเติมจากป้าว่าบุคคลที่เซ็นต์ธนบัตรนั้นไม่ได้เป็นบุคคลคนเดียวกัน รู้สึกดีใจที่ป้าท่านจำได้เกือบหมดเลยว่าบุคคลไหนบ้างที่ได้เซ็นต์ธนบัตรไว้ มันยิ่งทำให้ดิฉันอยากรู้ไปอีกว่าในเวลาต่อๆไปจะมีการเปลี่ยนแปลงธนบัตรอีกไหมและจะเปลี่ยนไปเป็นแบบใด ความรู้ในครั้งนี้ดิฉันจะจำและเก็บภาพบรรยากาศที่ได้ไปชมไว้ตลอดไปค่ะ
จากการที่ดิฉันได้ไปเยี่ยมชมได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย สิ่งเรกที่ข้าพเจ้าประทับใจที่ได้ไปเยี่ยมชมคือดิฉันได้พบกับบรรยากาศที่สงบร่มรื่นและสวยงามเป็นอย่างมากของพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย และต่อจากนั้นดิฉันก็ได้เข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการมากมาย ทั้งเงินตราใน สมัยต่างๆ การจัดทำ เงินตราในสมัยต่างๆ และได้มีภาพเงินตราในสมัยต่างๆ พร้อมประวัติพอสังเขป ทำให้เราทราบถึงความเป็นมาของเงินตรา มีภาพของเงินตราในสมัยต่างๆ มีการแสดงเงินตราหรือเบี้ยของสมัยต่างๆ ซึ่งตัวอย่างของเงินตราในสมัยต่างๆนั้นสวยงามมาก เช่นเงินพดด้วง เป็นต้น นอกจากนี้การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มุ่งให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินแก่ผู้เข้าชม โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่ดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมมีการนำระบบแสง-เสียง เทคนิคฉากละคร (Diorama) ระบบมัลติมีเดีย ระบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ฯลฯ เข้าร่วมในการนำเสนอ ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้นเรียกว่าเป็นการดึงดูดสายตาของผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี ต่อมาดิฉันก็ได้เข้าไปการเสดงนิทรรศการของเงินตราในสมัยต่างๆ ได้เห็นตัวอย่างของพันธบัตรที่สวยงามมาก ซึ่งตัวอย่างของพันธบัตรก็มีหลายแบบให้เราได้เลือกชม นับว่าเป็นสถานที่ที่น่าสนใจอีกสถานที่หนึ่งหากได้เข้าไปเยี่ยมชม การไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในครั้งทำให้ดิฉันได้เปิดโลกทัศน์ในเรียนรู้ได้เป็นอย่างมากยิ่งขึ้นจากการเข้าไปเยี่ยมชม ความประทับใจของดิฉันมีมากมายตั้งแต่เมื่อดิฉันได้เข้าไปในเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ดิฉันเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก พนักงานทุกท่านก็ทักทายด้วยความยิ้มแย้มท่าทางเป็นมิตรแก่ผู้ที่ได้เข้าไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ดิฉันประทับใจอีกเรื่องหนึ่ง มีการบริการที่น่าประทับใจ บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ก็มีการแสดงดนตรีคลอไป ทำให้ได้บรรยากาศเป็นอย่างมาก เพลงก็ไพเราะน่าฟัง พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการเงินตราไทย ประวัติสถานที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งประวัติบทบาทหน้าที่การดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งการแสดงเหล่านี้โดยเฉพาะการแสดงนิทรรศการ พันธบัตรของประเทศไทยว่ามีกี่แบบทำให้ดิฉันสนใจเป็นอย่างมากเพราะได้เห็นพันธบัตรที่สวยงามมากมายในหลายแบบ ได้เห็นวิวัฒนาการพันธบัตรตั้งแต่สมัยแรกจนถึงสมัยปัจจุบัน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ภาพบรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ก็ดูสงบ พร้อมกับการแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจในทุกจุดที่ได้เข้าไปเยี่ยมชม ห้องที่แสดงวิวัฒนาการของเงินตราในสมัยก่อนก็น่าสนใจดึงดูดสายตาของดิฉันได้เป็นอย่างมากเพราะมีสื่อมัลติมีเดียที่ทันสมัย และเมื่อข้าพเจ้าได้อ่านประวัติของเงินตราพร้อมกับดูสื่อมัลติมีเดียก็ทำให้ดิฉันได้เข้าใจมากขึ้น สุดท้ายเมื่อดิฉันได้เดินทางกลับดิฉันก็รู้สึกประทับใจอย่างไม่รู้ลืมจากการที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมและจะไม่พลาดโอกาสที่จะเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยที่วังบางขุนพรหมอีกแน่นอนในครั้งต่อไป
พิพิธพัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วังบางขุนพรหม สำหรับดิฉันเป็นสถานที่ให้ความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเงินตรา ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญคือบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางของประเทศ ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ก็ต้องตระลึง กับสถานที่และความงดงาม พี่ๆที่นั่นก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการเดินเข้าไปศึกษา สำหรับห้องแรกที่ได้เข้าไปคือ “ห้องเปิดโลกเงินตราไทย” ห้องนี้ให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับเงินตราในสมัยต่างๆ และมีเรื่องราวที่ย้อนอดีตสุวรรณภูม ดินแดนทองของการค้า ตั้งเต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะมีการใช้เงินตราก็ใช้เครื่องประดับ ลูกปัด อาวุธแทนเงิน และเมื่อเวลาต่อมาก็มีการเริ่มใช้เงินตรามาเป็นสื่อในการซื้อสินค้า นอกจากเรื่องราวของประวัติก็ได้เห็นเงินตราของสมัยต่างๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น เงินตราสมัยโบราณ เงินพดด้วง และเงินกษาปณ์ไทย ที่วิวัฒน์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในห้องนี้นอกจากมีเงินตราแล้วยังมี Multimedia แสดงกรรมวิธีการทำเงินพดด้วง และบรรยากาศช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ให้เข้าใจมากขึ้น ถือเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่สนุกสนาน เละสุดท้ายของห้องนี้ก็เป็นห้องกษาปณ์ไทย ห้องที่สองคือ “ห้องธนบัตรไทยเละธนบัตรต่างประเทศ” ห้องธนบัตรไทยนี้ก็จัดแสดงธนบัตรที่หายาก หรือแทบจะไม่เคยพบเห็นเลย นอกจากที่นี่ที่เดียวไม่ว่าจะเป็นธนบัตรแบบแรก ที่เรียกกันว่าเงินกระดาษ หรือหมาย ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 และธนบัติสมัยต่อมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ก้ยังมีธนบัตรที่ระลึกเป็นธนบัตรที่สวยงามน่าเก็บสะสม และยังได้เรียนรูเพิ่มเติมจาก Diorama แสดงถึงเรื่องราวของธนบัตรไทยในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ได้รู้จักวิธีการผลิตธนบัตร วิธีสังเกตธนบัตไทย ได้พบกับธนบัตรต่างประเทศอีกมากมาย สำหรับห้องที่สามที่ได้เข้าชมคือ “ห้องบริพัตร” เป็นห้องที่จัดแสดงพระประวัติของ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ผู้ที่ประทาน กำเนิดวังบางขุนพรหม สถานที่ที่งดงามแห่งนี้ และยังได้พบกับ หุ่นจำลองของพระองค์ และสิ่งของที่ทรงคุณค่า เช่น ฉลองพระองค์ เคื่องประดับส่วนพระองค์ และสิ่งของต่างๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับท่านและเต็มไปด้วยความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้รู้จากที่ไหนมาก่อน และที่สุดท้ายที่จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้นั่นคือ ตำหนักสมเด็จ ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังจัดนิทรรศการ “ ภัทรมหาราช ธนบัตชาติไทย” ที่นี้ก็จัดแสดงธนบัตรมากมาย ที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งธนบัตรในอดีต ธนบัตรปัจจุบัน ธนบัตรที่ระลึกมากมาย และยังได้ความรู้เกียวกับพระกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติอีกด้วย การที่ดิฉันได้เข้าไปเยี่ยมชมในวันนี้ได้รับความรู้มากมายเบบมี่ไม่เคยรู้จากที่ไหนมาก่อน แม้เต่ในอินเตอร์เน็ตก็ยังให้ความรู้ไม่เท่ากับการได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ
นางสาวศศิธร ดอนซ้าย
จากการได้รับมอบหมายงานจากอาจารย์ให้ไปศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม ( The Bank of Thailand Museum , Bangkhunprom palace ) การได้ก้าวไปถึง ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนเข้าวังก็ได้พบกับพี่ๆพนักงานที่ประจำการอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนจะเข้าเยี่ยมชมต้องมีการแลกบัตรประชาชนก่อน พอก้าวแรกที่ดิฉันเข้าไปก็ได้พบกับห้องน้ำในสมัยก่อน ซึ่งดูสวยงามและเรียนง่าย ดู ดีมีสไตล์ จากนั้นก็มีพี่พนักงานเดินมาต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมกับแนะนำภายในพิพิธภัณฑ์ว่า ชั้นล่างประกอบด้วยห้องอะไรบ้าง และชั้นบนประกอบด้วยอะไรบ้าง พอได้รับการแนะนำเนิ่น ๆ จากพี่เสร็จ พี่ๆก็ได้ปล่อยให้ดิฉันและเพื่อนเข้าชมนิทรรศการงาน ตามอัธยาศัย จากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วังบางขุนพรหม ดิฉันก็ได้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระปรมิรทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระกรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2536 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ได้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเงินตรา ประวัติศาสตร์และบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางแห่งประเทศไทย ตลอดจนเรื่องราวเกี่ยวกับวังบางขุนพรหม เพื่อให้ศึกษาหาความรู้ตามอัธยาศัย ภายในชั้นแรกห้องที่ดิฉันเข้าชม คือ ห้องเปิดโลกเงินตราไทย (Thai Currency Discovery Room ) ภายในห้องนี้ดิฉันได้เห็นเงินตราต่างๆ ตั้งแต่อดีตสุวรรณภูมิดินแดนของการค้าก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมันทราวดีเริ่มมีเงินตราเป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้า ในห้องนี้ดิฉันได้เห็นเงินในสมัยก่อน เช่น เงินพดด้วง ซึ่งมีขนาดเล็กจิ๋วมาก ๆ และถุุงใส่เงิน และMultimmedia ที่ได้แสดงถึงวิธีการทำเงินพดด้วงทีละขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมคำอธิบายไปด้วย ซึ่งบ่งบอกได้ว่าคนสมัยก่อนคงจะใจเย็นมาก ต่อมาดิฉันได้เข้าเยี่ยมชมห้องต่อไปคือ ห้องธนบัตรไทยและห้องธนบัตรต่างประเทศ ( Thai Banknotes Room and Foreigh Banknotes Room ) ห้องนี้ดิฉันได้พบการการจัดแสดงเงินกระดาษ แบบแรกที่ เรียกว่า หมาย ในสมัยรัชกาลที่ 4 และภายในห้องดิฉันยังได้พบกับวัตถุโบราณที่ล้ำค่า เช่น ทองคำแท่ง ซึ่งเป็นทุนสำรองเงินตราสำคัญของประเทศ ได้พบเห็นเรื่องราวของธนบัตรไทยในสงครามมหาบูรพา ผ่านทาง Diorama สนุกกับการเล่นเกมส์หลายชนิดผ่านทางสื่ออันทันสมัย และดิฉันยังได้พบเห็นกับ ธนบัตรแบบร่างสี ธนบัตรแบบบแรกที่ได้พิมพ์จากโรงพิมพ์ธนาคารแห่งประเทศไทย และยังได้ความรู้เกี่ยวกับวิธีสังเกตธนบัตรไทย นอกจากนี้ดิฉันยังได้พบกับห้องธนบัตรต่างประเทศ ดิฉันได้พบกับธนบัตรอันแปลกตาที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน จากนั้นดิฉับกับเพื่อนๆก็ได้ขึ้นไปบริเวณชั้นที่ 2 ของ พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งบันไดทางขึ้นชั้นสองใหญ่โตและสวยงามเป็นอย่างมาก ห้องแรกของชั้นสองที่ดิฉันเลือกเข้าชม คือ ห้องบริพัตร ( Paribatra Room ) พอเข้าไปในห้องนี้ดิฉันก็ได้พบกับประติมากรรมที่งดงามของ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งมีขนาดเท่าพระองค์จริง ในฉลองพระองค์จอมพลทหารเรือดิฉันได้ศึกษาภายในห้องได้จัดแสดงถึงประวัติของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งท่านเป็นบุคคลที่กำเนิดวังบางขุนพรหม ภายในห้องยังมีจอภาพแนวตั้งสองจอสื่อมายาภาพ ( Magic Vision ) จำลองเหตุการณ์จริง ในวันที่เสียงเพลง Hungarian Rhapsody No 2. ขับกล่อมผู้มาเยือน และยังมีหุ่นดนตรีไทยจำลองขนาดจิ๋วคอยบรรเลงอย่างสวยงาม ในห้องนี้แบบจำลองที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ให้ดิฉันได้พบเห็นอีกด้วย และยังได้จัดแสดงสิ่งของอันทรงคุณค่า เช่น ฉลองพระองค์ชุดสุดท้าย ไว้ให้เยี่ยมชมอีกด้วย หลักจากนั้นดิฉันก็ได้ ไปเข้าเยี่ยมชม ห้องต่อไป คือ ห้องประวัติและการดำเนินงานธนาคารแห่งประเทศไทย ( Bank of Thailand History and Records Room ) การเข้ามาเยี่ยมชมห้องนี้สิ่งแรกที่ฉันตกใจมากคือ สื่อมายาภาพ ( Ghost Box ) ที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก่าวต้อนรับ ที่เวลาเดินผ่านออกมาโดยอัติโนมัติ ซึ่งมองดูแล้วเหมือนบุคคลตัวจริงมาก ภายในห้องดิฉันยังได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของการธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านทางการ์ตูนสองมิติ ณ ห้องเชิดชูเกียรติ ดิฉันยังได้เห็นประวัติการทำงานของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่ท่านแรกถึงปัจจุบัน พร้อมรับชมสิ่งของแทนตนจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และยังทำให้ฉันได้รู้ว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ภายในวันนั้นที่ฉันและเพื่อนๆได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดนิทรรศการภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวามคม 2554 การจัดงานธนบัตรอันมีคุณค่าเป็นเอกในบรรดาธนบัตรแห่งรัชสมัย ได้แก่ ธนบัตรที่อัญเชิญภาพกรณียกิจมาบันทึกไว้เป็นจดหมายเหตุการทรงงานอันยิ่งใหญ่ ในนิทรรศการดิฉันยังได้ศึกษาเกี่ยวกับ การบอกเล่าเรื่องราวการทรงงานเพื่ออพสกนิกรในภูมิภาคต่างๆผ่านทางทุรกันดาร เข้าไปทรงแก้ไขปัญหา บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับราษฎรทุกหมู่เหล่าอันเป็นพระราชกรณียกิจยิ่งใหญ่ ที่นำมาซึ่งความสุขของคนไทยทั้งประเทศ และสุดท้ายดิฉันยังได้เข้าชม โซนธนบัตรหายากของรัชกาลปัจจุบัน รวมทั้งธนบัตรเลขสวย แบบร่างสี ระหว่างการชมได้พบกับป้าคนนึงป้า เก็บสะสมธนบัตรหายาก มาหลายรุ่น ถ้ารวมมูลค่ารวมในเล่มคงจะหลายหมื่นบาท ดิฉันได้สอบถามป้าว่า ส่วนมากเก็บดูจากอะไร ป้าก็บอก เลขสวยบ้าง ลายเซ็นต์ในธนบัตรไม่เหมือนกันบ้าง แล้วแต่ละรุ่นไป ทำให้ฉันได้รู้ว่าลายเซ็นต์แต่ละรุ่น จะต่างกันไป เราต้องรู้จักสังเกตดี ๆ
จากการที่ดิฉันได้ไปพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ก้ได้ ความรู้ต่างๆ มากมายที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้รับความรู้จากบุคคลอื่นอีกด้วย และยังนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการศึกษาได้อีกด้วย ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีสร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก ก่อนกลับได้กรอกแบบสอบถาม แล้วได้รับเข็มกลัดเป็นรูปในหลวงกลับมาอีกด้วย
นางสาวเบญจมาศ มหายศนันท์ ( คนที่ 2 นับจากซ้ายมือ )
รหัสนักศึกษา 54127326054
Money & Banking Group 02
จากการที่ไปชมนิทัศการณ์ที่พิพิธภัณฑ์ในสถานที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธนาคารแห่งชาติ ส่วนที่หนึ่งเป็ส่วนที่ได้รับรู้ถึงเรื่องราวด้านประวัติของเงินในสมัยก่อนๆ ตั้งยุคแรกๆ จนถึงยุคปัจจุบัน ได้เห็นลักษณะเบี้ยของสมัยก่อนที่ใช้เป็นเงินในการแลกเปลี่ยนสินค้าในสมัยก่อน หรือจะเป็นเหรียญในลักษณะต่างๆ ที่แกต่างกันไป ในพิพิธภัณฑ์ยังมีแบบจำรองในการทำเงินในสมัยก่อน พร้อมทั้งบอกประวัติของเหรียญในสมัยยุคต่างๆที่เกิดในรัชกาลต่างๆ รวมถึงมีสื่อในการเล่าเรื่องกรค้าขายของคนในสยามกับชนชาติอื่นๆที่น่าสนใจและน่าเป็นสื่อที่บอกถึงการกำเนิดของหน้าตาเงินที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างชาติอื่นๆกับชาติสยาม
ส่วนที่สองเป็นส่วนที่เป็นการแสดงถึงพระกรณียากิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่9) ที่พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยในการพัฒนาด้านเกษตรกรของปวงชนชาวไทย ให้มีความก้าวหน้าและเป็นประโยชน์ทั้งคนและธรรมชาติให้มากที่สุด อาทิเช่น การปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันดินฟังทลาย เศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น ธนาคารแห่งชาติจึงมีการพิมพ์ธนบัตรเป็นที่ละลึกแก่ชาวไทย ให้ชาวไทยได้เก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวหรือเป็นที่ละลึกไว้ให้คนรุ่นหลังไว้ชม ด้านการต้อนรับของพนักงานนั้น พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง พร้อมทั้งยังให้คำอธิบายแก่ข้าพเจ้าเพื่อให้รู้ถึงความเข้ใจอย่างระเอียด
เมื่อเห็นและเรียนรู้จากการที่ไปชมพิพิธภัณฑ์นั้นทำให้ข้าพเจ้านกถึงค่าของเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ที่ใช้ในปัจจุบันมองเห็นถึงคุณค่าถึงแม้จะเป็นแค่เศษเงินในสมัยนี้แต่พอนึกถึงในสมัยก่อนนั้นเงินแค่นี้เป็นเงินที่มีค่ามากสามารถแรกชีวิตและอิสระของคนได้ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์มากที่สุดที่จะทำได้
นางสาวหทัยชนก สืบศักดิ์ เอกการเงินการธนาคาร ห้องงเรียน02 รหัสนักศึกษา54127326051
คับจาการที่ผมได้ไปที พิพิธพันธ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปนะคับผมรู้สึกประทับใจในการบริการของพี่ ๆ ที่พิพิธพันธ์มากคับ ยิ้มแย้มแจ๋มใส และให้ความรู้ได้อย่างละเอียดมากเลยทีเดี่ยว ส่วยแรกที่ผมได้เข้าไปดุ คือ ส่วนของห้องเปิดโลกเงินตราไทย ซึ้งทำให้ได้รุประวัติความเป็นมาของ เหรียญ เงินตราสมัยทวาราวดี เหรียญลวปุระที่หาชมได้ยาก เงินดอกจันทน์ของอาณาจักรศรีวิชัย นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเงินตราอาณาจักรล้านนา เช่น เงินเจียง เงินท้อก เงินปากหมู เงินใบไม้ เงินอาณาจักรล้านช้าง เช่น เงินลาด เงินฮ้อย ทำให้ผมได้รุ้วิวัฒนาการของเหรียญในยุคต่าง ๆ มากมายทั้งที่เคยเห็นและไม่เคยเห็น เรายังสามารถเรียนรู้เรื่องเงินตราในยุคสมัยต่าง ๆ ผ่านจอ Computer Kiosk ซึ่งมีเนื้อหาในการสืบค้นอย่างละเอียดรอบด้านและส่งท้ายของการเรียนรู้ในห้องเปิดโลกเงินตราด้วยตู้หยอดเหรียญกษาปณ์ที่ผู้ชมสามารถเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตเหรียญกษาปณ์โดยย่อ แต่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างชัดเจนพร้องยังมีเกมส์ให้เราได้เล่นและยังแจกของกินให้ทานกันด้วยคับ จากนันผมได้ไปดูในส่วนของ พันธบัตรไทย ทำให้เห็นถึงวิวัฒนาการของพันธบัตรไทย มากมาย หลายรุ่นทั้งที่เคยเห็นและไม่เคยเห็น ผมประทับใจมากคับสำหรับส่วนนี้ได้รู้ถึงวิธีการทำพันธบัตร ซึ่งมีวิธีการทีซับซ้อน มากมายมาย หลายขั้นตอน กว่าที่เราจะได้พันธบัตรมาและลายเส้นที่สวยงามวิจิตร และยังได้เห็นพระกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราที่ทรงงานหนักเพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชั้นสองที่ผมได้เข้าชม คือ ห้องบริพัตร ( Paribatra Room ) พอเข้าไปในห้องนี้ดิได้พบกับประติมากรรมที่งดงามของ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งมีขนาดเท่าพระองค์จริง ในฉลองพระองค์จอมพลทหารเรือและได้ศึกษาภายในห้องได้จัดแสดงถึงประวัติของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งท่านเป็นบุคคลที่กำเนิดวังบางขุนพรหม ภายในห้องยังมีจอภาพแนวตั้งสองจอสื่อมายาภาพ ( Magic Vision ) จำลองเหตุการณ์จริง ในวันที่เสียงเพลง Hungarian Rhapsody No 2. ขับกล่อมผู้มาเยือน และยังมีหุ่นดนตรีไทยจำลองขนาดจิ๋วคอยบรรเลงอย่างสวยงาม และยังได้จัดแสดงสิ่งของอันทรงคุณค่า เช่น ฉลองพระองค์ชุดสุดท้าย ไว้ให้เยี่ยมชมอีกด้วย หลักจากนั้นดิฉันก็ได้ ไปเข้าเยี่ยมชม ห้องต่อไป คือ ห้องประวัติและการดำเนินงานธนาคารแห่งประเทศไทย ( Bank of Thailand History and Records Room ) การเข้ามาเยี่ยมชมห้องนี้สิ่งแรกที่ประทัยใจคือ สื่อมายาภาพ ( Ghost Box ) ที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก่าวต้อนรับ ที่เวลาเดินผ่านออกมาโดยอัติโนมัติ ซึ่งมองดูแล้วเหมือนบุคคลตัวจริงมาก ภายในห้องได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของการธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านทางการ์ตูนสองมิติ ณ ห้องเชิดชูเกียรติ ยังได้เห็นประวัติการทำงานของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่ท่านแรกถึงปัจจุบัน พร้อมรับชมสิ่งของแทนตนจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และยังทำให้ได้รู้ว่ามีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จากการได้ไปพิพิธภัณฑ์ในครั้งนี้ผมได้รับความรู้ถึงประวัติมากมายเกี่ยวกับ ความเป็นมาของพันธบัตร และประวัติศาสตร์อย่างมากมาย ซึ่งจะทำให้ผมไม่ลืมที่ได้เคยไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ทีดีและมีประโยนช์อย่างนี้เลย ....
นายสุริยา พลขันธ์
เอกการเงินการธนาคาร 02
รหัส 54127326081
วันที่ 15 ธันวาคม 2554 เป็นวันที่ดิฉันได้ไปที่ "พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วังบางขุนพรหม" ( The Bank of Thailand Museum , Bangkhunprom palace ) สำหรับดิฉันเป็นสถานที่ให้ความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเงินตรา ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญคือบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางของประเทศ ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ก็ต้องตระลึง กับสถานที่และความงดงาม พี่ๆที่นั่นก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการเดินเข้าไปศึกษา สำหรับห้องแรกที่ได้เข้าไปคือ “ห้องเปิดโลกเงินตราไทย” (Thai Currency Discovery Room ) ห้องนี้ให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับเงินตราในสมัยต่างๆ และมีเรื่องราวที่ย้อนอดีตสุวรรณภูมิ ดินแดนทองของการค้า ตั้งเเต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะมีการใช้เงินตราก็ใช้เครื่องประดับ ลูกปัด อาวุธแทนเงิน และเมื่อเวลาต่อมาก็มีการเริ่มใช้เงินตรามาเป็นสื่อในการซื้อสินค้า นอกจากเรื่องราวของประวัติก็ได้เห็นเงินตราของสมัยต่างๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น เงินตราสมัยโบราณ เงินพดด้วง และเงินกษาปณ์ไทย ที่วิวัฒนาการขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในห้องนี้นอกจากมีเงินตราแล้วยังมี Multimedia แสดงกรรมวิธีการทำเงินพดด้วง และบรรยากาศช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ให้เข้าใจมากขึ้น ถือเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่สนุกสนาน เละสุดท้ายของห้องนี้ก็เป็นห้องกษาปณ์ไทย ห้องที่สองคือ “ห้องธนบัตรไทยเเละธนบัตรต่างประเทศ” ( Thai Banknotes Room and Foreigh Banknotes Room ) ห้องธนบัตรไทยนี้ก็จัดแสดงธนบัตรที่หายาก หรือแทบจะไม่เคยพบเห็นเลย นอกจากที่นี่ที่เดียวไม่ว่าจะเป็นธนบัตรแบบแรก ที่เรียกกันว่าเงินกระดาษ หรือหมาย ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 และธนบัตรสมัยต่อมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ก้ยังมีธนบัตรที่ระลึกเป็นธนบัตรที่สวยงามน่าเก็บสะสม และยังได้เรียนรู้เพิ่มเติมจาก Diorama แสดงถึงเรื่องราวของธนบัตรไทยในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ได้รู้จักวิธีการผลิตธนบัตร วิธีสังเกตธนบัตรไทย ได้พบกับธนบัตรต่างประเทศอีกมากมาย สำหรับห้องที่สามที่ได้เข้าชมคือ “ห้องบริพัตร” ( Paribatra Room ) เป็นห้องที่จัดแสดงพระประวัติของ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ผู้ที่ประทาน กำเนิดวังบางขุนพรหม สถานที่ที่งดงามแห่งนี้ และยังได้พบกับ หุ่นจำลองของพระองค์ และสิ่งของที่ทรงคุณค่า เช่น ฉลองพระองค์ เครื่องประดับส่วนพระองค์ และสิ่งของต่างๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับท่านและเต็มไปด้วยความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้รู้จากที่ไหนมาก่อน และที่สุดท้ายที่จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้นั่นคือ "ตำหนักสมเด็จ" ( Tamnak Somdej) ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังจัดนิทรรศการ “ ภัทรมหาราช ธนบัตชาติไทย” ที่นี้ก็จัดแสดงธนบัตรมากมาย ที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งธนบัตรในอดีต ธนบัตรปัจจุบัน ธนบัตรที่ระลึกมากมาย และยังได้ความรู้เกี่ยวกับพระกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติอีกด้วย สุดท้ายดิฉันก็ได้ร่วมเเสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการเข้าชมนิทรรศการ เเละได้รับของที่ระลึกเป็น เข็มกลัด“ ภัทรมหาราช ธนบัตชาติไทย” ซึ่งดิฉันก็ดีใจมากๆค่ะ การที่ดิฉันได้เข้าไปเยี่ยมชมในวันนี้ได้รับความประทับใจ,ความรู้มากมายแบบที่ไม่เคยรู้จากที่ไหนมาก่อน แม้แต่ในอินเตอร์เน็ตก็ยังให้ความรู้ไม่เท่ากับการได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ
"The Bank of Thailand Museum at Bangkhunprom palace's a place for both knowledge and impressive. I hope the future will have the opportunity to work here."
นางสาวศศิธร ดอนซ้าย
รหัส 54127326071
(คนที่ 3 นับจากซ้ายมือ)
ดิฉันนางสาวอัษฎางค์ คงอยู่ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อในวันที่ 15ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นธนาคารกลางของประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2485 เป็นสถาบันการเงินที่มีความสวยงาม และเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ทางด้านการเงินที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชน อาทิเช่น ประวัติและวิวัฒนาการของเงินตราของประเทศในแต่ละยุคสมัย ทั้งวิธีการและกรรมวิธีการผลิตที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และลำบากกว่าจะได้เหรียญและธนบัตรแต่ละชนิดออกมา รวมถึงบทลงโทษผู้ปลอมแปลงธนบัตรหรือผู้สมคบคิด ก็จะได้รับบทลงโทษแตกต่างกันไป โดยผู้ลงมือปลอมแปลงจะได้รับการลงโทษรุนแรงที่สุด คือ ตัดนิ้วมือ นอกจากนี้ยังแสดงประวัติบุคคลและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งประวัติบทบาทหน้าที่การดำเนินงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ภายในยังได้จัดแสดงนิทรรศการภายใต้ชื่อ “ ภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชมน์พรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ของไทย โดยจัดแสดงเงินตราในแต่ละยุคสมัย ธนบัตรเลขสวย และพระราชดำรัสที่พระองค์ทรงได้พระราชทานให้แก่บุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล อาทิเช่น “เป็นหนี้ใครไม่สมควร” “ ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ” หรือ “อุ้มชูตัวเองได้” ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประชาชนชาวไทยทุกคนสามารถน้อมนำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างความสุขและความมั่นคงให้กับตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ
ในการเข้าชมสถานที่แห่งนี้ ได้สร้างความประทับใจ และภาคภูมิใจกับดิฉันเป็นอย่างมาก ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจที่ประเทศไทยสามารถจัดตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยได้สำเร็จและยังดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเงินตราไทย อีกทั้งตัวอาคารและสถานที่ตั้งปัจจุบัน (วังขุนพรหม) ยังแสดงให้เห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม ที่จะให้เยาวชนรุ่นดิฉัน และรุ่นหลังๆ ได้ช่วยกันอนุรักษ์และเชิดชูให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป สุดท้ายดิฉัน ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา สังขมณี ที่ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานครั้งนี้ขึ้น ทำให้พวกเรานักศึกษาการเงินทุกคนได้มีโอกาสเข้าชมสถาบันการเงินที่ทรงคุณค่าและได้เรียนรู้เกี่ยวกับเงินตราของไทยเพิ่มมากขึ้น และยังได้รับของที่ระลึกจากงานภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย เป็นเข็มกลัดติดเสื้อลายพระบรมฉายาลักษณ์ รูปวงกลมสีเหลือง ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับดิฉัน ทำให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้นที่จะตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ เพราะหวังไว้ว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะมีโอกาสได้สมัครสอบคัดเลือกเข้าทำงานในสถาบันการเงินแห่งนี้ น่าเสียดายในการเข้าชมครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ ดิฉันเลยไม่สามารถเก็บภาพหรือรายละเอียดพระราชดำรัสแต่ละคำสอนออกมาเผยแพร่หรือแสดงให้กับคนอื่นๆ ที่ไม่มีโอกาสได้ไปดูได้เห็น แต่ยังจะคงเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังจัดนิทรรศการ "ภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย" ขึ้นในเวลานี้ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งธนบัตรที่นำมาแสดงในงานนี้ ถือเป็นธนบัตรหายาก และล้ำค่า ที่จะพาไปสัมผัสสู่เส้นทางพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดิฉัน สาวรัตนาภรณ์ เดชสูงเนิน ภายหลังจากที่ทางอาจารย์ได้มอบหมายงานให้ไปศึกษาที่วังบางขุนพรหมหรือธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากว่าภายในมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเงินตราต่างๆมากมายแต่ก่อนที่ดิฉันจะเล่าถึงความประทับใจภายในการจัดงาน ดิฉันขอเล่าภาพบรรยากาศภายนอก เริ่มตั้งแต่ก้าวขาลงมาจากรถภาพที่ดิฉันเห็นคือ วังที่ถูกออกแบบทรงยุโรปมาบนเนื้อที่หลายสิบไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่ได้เป็นแต่เพียงที่ตั้งของธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้นหากยังเป็นที่ตั้งของวังบางขุนพรหมซึ่งปัจจุบันคือ พิพิธภัณฑ์แห่งประเทศไทยแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเงินตราไทย พื้นที่ถูกจัดสรรและออกแบบได้อย่างลงตัว ทั้งการจัดวาง การเลือกใช้วัสดุเช่น การเลือกใช้ไม้ที่มีงามงดงาม เลือกวิธีการก่อปูนเพื่อสร้างเป็นตัวตึกได้อย่างเหมาะสมและลงตัว ส่วนตัวอาคารของตึกธนาคารแห่งประเทศไทย ดิฉันขอเรียกสั้นๆว่า “แบงก์ชาติ” ก็มีความหรูหราดูดีเป็นอย่างมาก ดูน่าเกรงขามเหมาะสมกับการเป็นแบงก์ชาติเป็นอย่างมากพอเราได้เข้ามาภายในตัวของวังบางขุนพรหม ภายในก็ถูกจัดแสดงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเงินตรา ซึ่งบรรยากาศภายในเย็นสบายมากมีห้องโถงใหญ่ มีห้องต่างๆมากมายที่ถูกออกแบบไว้ การเดินเราสามารถเดินตรงได้ตลอดแต่เราก็ออกทางเดิมได้นี่คือการออกแบบอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันก็ประทับใจ เรื่องเงินตราที่จัดมาเพื่อแสดงเล่าถึงประวัติเงินตราตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน อดีตกาลค่าของเงินวัดโดยวัตถุที่นำมาใช้เป็นเงิน เช่น เบี้ย, เงิน หรือ ทอง แต่เหตุที่การพกพาจำนวนมากย่อมทำไม่สะดวกและอาจเป็นอันตราย จึงปรับมาสู่การใช้ "ธนบัตร" เพื่อแลกเปลี่ยนแทน สำหรับประเทศไทยธนบัตรใบแรกถือกำเนิด เมื่อ พ.ศ. 2445 และพัฒนารูปแบบต่างๆในการใช้อย่างแพร่หลาย ผ่านการออกแบบธนบัตรในแต่ละแบบแต่ละโอกาส ซึ่งธนบัตรก็เปรียบเหมือนสิ่งบอกเล่าประวัติศาสตร์ได้ในแต่ละยุคสมัย เพราะด้านหนึ่งการผลิตธนบัตรจะต้องเริ่มกำหนดตั้งแต่คอนเซ็ปต์ที่ต้องการเสนอ ไปจนถึงเลือกสรรองค์ประกอบต่างๆ ทั้งภาพและข้อความที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่ต้องการถ่ายทอดอย่างสมบูรณ์ ฉะนั้น ธนบัตรแต่ละยุคจึงผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน...ที่สำคัญบอกถึง "ยุคสมัย" และเรื่องราวในทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคสยามประเทศสู่ประเทศไทยได้เช่นกัน แต่ละยุคสมัย มีการติดต่อซื้อขายกับชาติต่างๆก็มีการรับเอาเงินตราของต่างชาติเข้ามาด้วย ทั้งเรื่องความเชื่อก็มีผลกับการออกแบบเงินตราอีก และอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันประทับใจและยืนชมอยู่นานก็คือการการผลิตธนบัตร ซึ่งกว่าที่จะได้ธนบัตรมาซักหนึ่งชุดต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน รายละเอียดที่ต้องใส่ใจก็มีอยู่หลายจุดเช่นตัวเลขกำกับจะไม่มีซ้ำกัน แล้วธนบัตรที่ผลิตออกมาใช้มีนับไม่ถ้วน พอเดินขึ้นไปชั้นสองของตึกก็มีห้องต่างๆมีอยู่หลายห้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ประกอบด้วยห้องสีฟ้าที่เรียบเรียงประวัติของเจ้าของวังบางขุนพรหมที่นี่ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 และห้องสีชมพูที่จัดไว้เพื่อพิธีสำคัญซึ่งก็ไม่ได้เปิดให้เข้าชมเพราะภายในนั้นมีรูปภาพน้ำมันเก่าแก่แล้ว และยังมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับกษัตริย์จึงจะใช้ในยามสำคัญของบ้านเมือง พื้นปูด้วยพรหมแดงซึ่งวิทยากรบอกแก่เราว่าพรหมผืนนี้ก็มีราคาหลายล้านบาททีเดียว นี่เราได้เหยียบพรหมแดงที่ราคาแพงมากขนาดนี้เลยหรือนี่ ถัดมาอีกส่วนหนึ่งของตึก ตึกนี้ แนวคิดหลักในการจัดนิทรรศการครั้งนี้คือ “ความสุขที่ยั่งยืนของคนไทย ที่มา...อยู่ข้างหลังภาพ” ซึ่งผู้เข้าชมจะได้ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงงานหนักเพื่อสร้างประโยชน์สุขให้แก่คนไทยตลอด 65 ปี แห่งการครองราชย์ แบ่งออกเป็นทั้งหมดสี่โซนด้วยกันประกอบด้วย
โซนที่ 1 “จากพระราชหฤทัยสู่ประชาราษฏร์” บทนำสู่นิทรรศการ ด้วยกระจกขนาดใหญ่ที่สลักเป็นพระบรมฉายาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่ปรากฎในธนบัตรที่ระลึก 84 พรรษา พร้อมพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะผู้บริหาร ธปท. ซึ่งเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2551 ซึ่งมีพระราชดำรัส ที่สำคัญว่า “บริหารเงินชาติให้ไม่หมด
โซนที่ 2 “เอกธนบัตรรัชกาลที่9" : จดหมายเหตุพระราชกรณียกิจเพื่อความสุขที่ยั่งยืนของคนไทย” บอกเล่าเรื่องราวพระราชกรณียกิจตั้งแต่ต้นรัชกาล และพระราชกรณียกิจที่ปรากฎในธนบัตร ชมเหตุการณ์เบื้องหลังภาพพระราชกรณียกิจในธนบัตร เล่าเรื่องผ่านวีดิทัศน์สั้นๆ บนจอ IPAD และจุดเด่นของโซนนี้คือ แผ่นพิมพ์ธนบัตรเต็มแผ่นแสดงขั้นตอนการพิมพ์ธนบัตรที่ระลึก 84 พรรษาด้วยเทคนิคที่ล้ำยุค และแสดงภาพต้นแบบธนบัตรด้วย
โซนที่ 3 “เส้นทางแห่งการทรงงาน” สื่อให้เห็นภาพจำลองเส้นทางตลอด 65 ปี แห่งการครองราชย์ที่ได้พระราชดำเนินผ่าน และพระราชกรณียกิจในที่ต่างๆ นำเสนอด้วยเทคนิค SHADOW INTERACTIVE พร้อมภาพ แสง เสียง และ
โซนที่ 4 “เอกธนบัตร รัชกาลที่9" : ธนบัตรหาชมยาก” จัดแสดงธนบัตรรัชกาลที่9 ที่คัดสรรว่าหาชมได้ยาก เช่น ภาพต้นแบบธนบัตรที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน ธนบัตรที่หายากและมีมูลค่าสูงของรัชกาลปัจจุบัน ตัวอย่างธนบัตร และธนบัตรเลขสวยเฉพาะหมายเลข 9999999 เป็นต้น
ภาพด้านล่างนี้คือ พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านการเงินและเศรษฐกิจจะถูกจัดอยู่ในโซนที่ 1 "จากพระราชหฤทัยสู่ประชาราษฎร์
และดิฉันต้องขอขอบพระคุณทางอาจารย์เป็นอย่างมากที่มอบหมายงานนี้ให้ศึกาา เพราะถ้าธรรมดาแล้วดิฉันคงหาโอกาสเข้ามาดูมาศึกษาอะไรอย่างนี้ได้ยาก......ขอบพระคุณค่ะ
หลังจากที่ได้ไปชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ตำหนักใหญ่ วังบางขุมพรม ซึ่งได้เข้าไปชมก็มีพนักงานอธิบายเกี่ยวกับห้องต่างๆรวมถึงห้องที่ห้ามเข้าไปหลังจากได้ฟังพี่พนักงานอธิบายถึงห้องต่างๆแล้ว ก็ได้ไปชมห้องต่างๆ ซึ่งห้องแรกที่ได้เข้าไปชมเป็นห้องเปิดโลกเงินตราไทยซึ่งภายในห้องก็จะแสดงถึงเงินในสมัยต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินตราของสมัยทวารวดี เงินตราของอาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรศรีวิชัยสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ทั้งยังมีเงินตราของต่างประเทศเช่น ประเทศจีน ทั้งนั้นภายในห้องยังมีสื่อในการบรรยายให้เห็น และรู้เรื่องราวมากจึ้นไม่ว่าจะสื่อ Multmedia ที่แสดงถึงกรรมวิธีการทำเงินพดด้วง หรือไม่ว่าจะเป็นสื่อที่แสดงถึงการค้าของแผ่นดินอยุธยา และในห้องนี้ก็มีเกมส์จากคอมพิวเตอร์ให้เราได้เล่นกันไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามเงินในสมัยต่างๆ มูลค่าของเงินสมัยก่อนจะมีค่ากี่บาทเมื่อเทียบกับเงินไทย เมื่อดูเสร็จก็ได้ไปดูห้องธนบัตรไทยและห้องธนบัตรต่างประเทศ ซึ่งก็ได้รวบรวมธนบัตรตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน ทั้งยังได้ชมการจำลองเรื่องราวของธนบัตรไทยในสงครามมหาเอเชียบูรพา และขั้นตอนการผลิตธนบัตร ซึ่งมีความละเอียดอ่อนมากในการแม่พิมพ์และยังได้ไปเล่นเกมส์ซึ่งจะเป็นเกมส์ให้จับคู่ด้านหน้าหลังของธยบัตร พอดูห้องนี้เสร็จก็ได้ขึ้นไปชั้น 2 ไปดูห้องประวัติและการดำเนินงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งห้องนี้ได้รวบรวมรูปภาพผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่ท่านแรกถึงปัจจุบัน ทั้งยังได้ชมข้าวของของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ และได้รู้ถึงประวัติสาสตร์และการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ห้องถัดไปเป็นห้องบริพัตร พอเข้าไปห้องนี้ก็ได้ชม หุ่นของจอมพพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริบัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งปั้นได้มีความละเอียดเหมือนกับคน อีดทั้งยังได้รับชมสื่อหุ่นจำลองวงดนตรีไทยขนาดจิ๋วขยับบรรเลงบทเพลงพระนิพนธ์ “แขกมอญบางขุนพรหม” ชมแบบจำลองตำหนักที่เมืองบัยคุง ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตำหนักที่สวยงาม พอหลังจากได้ชมเรียบร้อยแล้วก็ได้ไปดูนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระขนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ภัทรมหาราช ธนยัตรชาติไทย ซึ่งนิทรรศการนี้ได้แสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ปรากฏอยู่ในธนบัตร อีกทั้งยังได้ชมธนบัตรที่หาได้ยาก และธนบัตรเลขสวย แบบร่างสี พอดูจบก็ได้เข็มกลัดเป็นที่ระลึกกลับมา จากการที่ได้ไปดูพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการมานั้นได้ทั้งความรู้มากกว่าหนังสือ ได้ไปเจอของจริงได้รู้เรื่องราวมากมายที่ไม่เคยได้รู้มากก่อน การไปชมครั้งนี้ได้รับประโยชน์อย่างมาก
นางสาวอุลัย ชำนาญพล
รหัสนักศึกษา 54127326080
(คนที่ 1 นับจากซ้ายมือ)
จากการที่ดิฉันได้ไปศึกษาดูงานที่ พิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม ก็ได้รู้สึกกว่าที่นี่เป็นที่ๆร่มรื่นและมีสถานที่ตั้งที่น่าอยู่และมีแหล่งที่น่าเรียนรู้มากมายและพอดิฉันเข้าไปที่ ตัวพิพิธภัณฑ์ก็ได้เห็นเงินตรามากมายทั้งเงินตราในประเทศและต่างประเทศและในนั้นก็มีพนักงานที่คอยบริการและแนะนำความรู้ต่างๆที่พี่เขารู้มาก็มาถ่ายทอดให้เราใด้รู้ถึงประวัติความเป็นมาว่าพิพิธภัณฑ์นี้ก่อตั้งขึ้นโดย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2536
นับแต่นั้นเป็นต้นมา พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเงินตรา ประวัติศาสตร์และบทบาทหน้าที่ธนาคารกลางของประตลอดจนเรื่องราวของวังบางขุนพรหม เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เรียนทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
พุทธศักราช 2550 พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับการยกย่องเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตค้นแบบ จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ อันเป็นสิ่งยืนยันถึงการสืบทอดความเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานสากล
จากที่ดิฉันได้เข้าไปภายในตัวพิพิธภัณฑ์ดิฉันก็เห็นว่าชั้นล่างจะมี ห้องธนบัตรไทยในนั้นก็จะมีเงินกระดาษถึงธนบัตรไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็ ธนบัตรไทยในรัชกาลที่ 9 และก็มีห้องธนบัตรต่างประเทศ,ห้องเปิดโลกเรียนรู้ก็จะมีรูปแบบเงินตราโบราณและเงินพดด้วงและก็กษาปณ์ไทย,ห้องเปิดโลกเงินตราไทย ส่วนชั้นบนก็จะประกอบไปด้วย ห้องบริพัตร,ห้องเชิดชูเกียรติ,ห้องจุมภฎพงษ์บริพัตร,ห้องสีชมพู,ห้องสีน้ำเงิน,ห้องประวัติและการดำเนินงานธนาคารแห่งประเทศไทย ในแต่ละห้องนี้ก็มีประวัติและความเป็นมาของเงินตราแต่ละชนิดได้มากขึ้น
ขอขอบคุณ อาจารย์ กฤษฎา สังขมณี เป็นอย่างมากที่ทำให้ดิฉันได้ไปศึกษาที่ พิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งทำให้ดิฉันได้มีความรู้เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับรูปแบบของเงินต่างๆและเป็นประสบการที่ดิฉันไปบอกต่อๆไปกับคนที่เขาไม่เคยไปซึ่งจะทำให้เขาได้รู้ถึงคุณค่าและวิธีการผลิตเงินนั้นต้องรอบคอบและพิถีพิถันขนาดไหนกว่าที่จะผลิตเงินได้แต่ละใบ
“ขอบคุณค่ะ”
นางสาว พรรณนิภา ภิรมย์รอด รหัสประจำตัว 54127326049 เลขที่ 5 ( การเงินการธนาคาร 02)
ดิฉันได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย(วังบางขุนพรหม)ในวันที่15ธันวาคม2554ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ มีความร่มรื่น มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดไม่อนุญาติให้นำสิ่งของเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ห้ามผู้เข้าชมถ่ายรูปด้านในของพิพิธภัณฑ์ ส่วนตัวด้านในพิพิธภัณฑ์ถูกแบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน 1.ห้องเปิดโลกเงินตราไทย เป็นการย้อนอดีตตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ การใช้ลูกปัด เครื่องประดับ อาวุธฯลฯเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน สมัยทวารวดีเป็นยุคแรกที่เริ่มมีเงินตราเป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้า ในสมัยสุโขทัยได้ก่อกำเนิดเงินพดด้วงเอกลักษณ์ของเงินตราไทยที่สืบทอดถึงสมัยอยุธยา ธนบุรี และต้นรัตนโกสินทร์และวิวัฒน์เป็นเหรียญกษาปณ์ในสมัยรัชกาลที่4 ในห้องนี้ได้รวบรวมสิ่งของต่างๆที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนของแต่ละยุคสมัยของไทย 2.ห้องธนบัตรไทยและห้องธนบัตรต่างประเทศ ธนบัตรแบบแรกของไทยเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่5มีการจำลองเรื่องราวของธนบัตรไทยในสงครามเอเชียบูรพา ขั้นตอนการผลิตธนบัตร วิธีสังเกตธนบัตรไทย และห้องธนบัตรต่างประเทศเป็นการรวบรวมเอาธนบัตรของแต่ละประเทศมาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ผู้สนใจในด้านของธนบัตรต่างประเทศเข้ามาศึกษาและเป็นความรู้ 3.ห้องประวัติและการดำเนินงานธนาคารแห่งประเทศไทย ในห้องนี้มีการนำเสนอประวัติศาสตร์และการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ยุคการก่อตั้งสำนักงานธนาคารแห่งชาติเมื่อพ.ศ.2482 ได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้องและครบถ้วน สนุกกับการเล่นเกมทดสอบและทายปัญหาด้วยเครื่องคองพิวเตอร์ การเรียนรู้ในเรื่องของเศรษฐศาสตร์ การเงินและการธนาคารเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินและเข้าใจง่าย 4.ห้องบริพัตร เป็นการจัดแสดงพระประวัติของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้ประทานกำเนิดวังบางขุนพรหม ห้องบริพัตรเป็นห้องที่มีพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯมีการแสดงวีดิทัศน์พระประวัติด้วยเทคนิคจอภาพที่ทันสมัย จำลองเหตุการณ์ต่างๆมีหุ่นจำลองวงดนตรีไทยขนาดจิ๋วขยับบรรเลงบทเพลงพระนิพนธ์”แขกมอญบางขุนพรหม” 5.การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย”เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับพระกรณียกิจต่างๆที่พระเจ้าอยู่หัวทรงวางรากฐานให้แก่ประชาชนชาวไทย และการเก็บรวบรวมธนบัตรไทย เมื่อดิฉันได้เข้าชมงานในครั้งนี้รู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวทรงกระทำให้แก่ชาวไทยและ รู้สึกชื่นชมผู้ที่สามารถเก็บรวบรวมธนบัตรไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และประทับเมื่อได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์และงานนิทรรศการ ดิฉันรู้สึกว่าพี่ๆที่อยู่ในธนาคารแห่งชาติเป็นกันเองมากยิ้มแย้มและคอยอธิบายเกี่ยวกับงานนิทรรศการในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี
นางสาวศรัญญา คลังนาค
รหัสนักศึกษา 54127326063
(คนที่ 1 นับจากขาวมือ)
สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาว ฟ้าสีทอง ขันตี จากที่ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย วังบางขุนพรหมมานั้นที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นวังที่สวยงามมาก บรรยากาศร่มรื่น ดูสงบด้านข้างของวังก็มองเห็นสะพานพระราม 8 ด้วยสวยมากๆ ตอนเดินเข้าไปรู้สึกตื่นเต้นเพราะเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สวยไปหมดดิฉันได้รับความรู้เกี่ยวกับ เงินตราโบราณสมัยทราวดี เหรียญลวปุละที่หาชมได้ยากอาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรศรีวิชัย ไม่ว่าจะเป็น พดด้วง เบี้ย หรือ หอย เงินตราภายในประเทศ และ นอกประเทศ มีขั้นตอนการผลิตเหรียญกษาปณ์ อีกทั้งยังได้เข้าร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภัทรมหาราช ธนบัตรชาติไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 อีกด้วยห้องแรกที่เข้าไปก็คือเงินในประเทศที่ที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 มีรูปภาพจำลอง และ ของจริงให้เราได้ชมกันอีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของผู้คนสมัยนั้นให้ได้ดูด้วยว่าเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ใช้จ่ายกันอย่างไร แล้วก็ไปที่ห้องของธนบัตรมีทั้งธนบัตร 1 บาทที่ไม่เคยเห็นมาก่อน การตีพิมพ์ธนบัตร โดยส่วนตัวแล้วหยุดชมจุดนี้นานที่สุดเพราะอยากรู้วิธีพิมพ์ธนบัตรเผื่อบางทีอาจจะแอบจำมาพิมพ์ที่บ้านบ้าง...
แต่ดูแล้วก็คิดว่าคงไม่มีทางที่จะทำได้เพราะขั้นตอนการพิมพ์ธนบัตรมีหลายขั้นตอนมากๆ อีกทั้งยังต้องมีเครื่องพิมพ์อีกเพราะฉะนั้นเราควรตั้งใจเรียน และ ขยันทำงานที่สุจริตจะดีกว่า แล้วยังได้ชมวิธีการสังเกตธนบัตรของปลอม และได้ชมธนบัตรของต่างประเทศอีกด้วย ชมวัตถุจัดแสดงที่ล้ำค่าเช่น ทองคำแท่ง ซึ่งเป็นทุนสำรองเงินตราสำคัญของประเทศแล้วก็เดิมชมกันต่อไป
เป็นพระราชประติของผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ยุคการก่อตั้งสำนักงานธนาคารแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2482มีวัตถุจัดแสดงที่เกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศไทย เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงประวัติและหลักการทำงาน
ของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่ล่ะท่านแรกจนถึงปัจจุบัน และเข้าชมประวัติของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผ้ประทานกำเนิดวังบางขุนพรม ชมวีดีทัศน์พระประวัติด้วยเทคนิคจอภาพแนวตั้งจำลองเหตุการณ์จริง
ในวันที่เสียงเพลง Hungarian Rhapsody No.2 ขับกล่อมผู้มาเยื่อนเมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา หุ่นจำลองวงดนตรีไทยขนาดจิ๋วขยับบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ "แขกมอญบางขุนพรหม" นอกจากนี้ยังมีสิ่ง่จัดแสดง เช่น ฉลองพระองค์ชุดสุดท้ายแหนบบริพัตร เครื่องมุกส่วนพระองค์ โน๊ตเพลงลายพระหัตถ์ หลังจากได้เยี่ยมชมจำครบแล้วดิฉันและเพื่อนๆ ก็ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก :)
หลังจากที่ผม นายสุเทพ ใจเย็น ได้ไปศึกษาหาความรู้ที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย(วังบางขุนพรหม)
ผมได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับประวัติของธนาคารแห่งชาติในหลายๆมุม เช่น ได้รู้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์รมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2536 ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเงินตรา ธนบัตร และเหรียญกษาปณ์ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันว่ามีการพัฒนามากน้อยเพียงใด รวมทั้งจัดแสดงทั้งธนบัตรของประเทศต่างๆ ทั่วโลกว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้างไว้ ณ ที่นี้ด้วย จัดแสดงทางด้านประวัติศาสตร์และบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารกลาง ตลอดจนเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวังบางขุนพรหม
ผมได้รับความประทับใจมากมายหลายอย่าง เช่น ทำให้ผมเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจที่เกิดมาอยู่บนผืนแผ่นดินไทยและได้เป็นคนไทยซึ่งมีเงินตราใช้อย่างเสรีไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร และสถานที่หรือบริเวณต่างๆภายในพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อประเทศไทยมาก และเราคนไทยรุ่นใหม่ควรศึกษาและให้ความสำคัญต่อสถานที่ที่สำคัญนี้ให้มากที่สุด
ผมได้รับข้อคิด คือ เงินของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์นั้น เป็นสิ่งที่ทำขึ้นด้วยความละเอียด ประณีต และทำขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เราจึงควรเห็นคุณค่า และควรใช้เงินด้วยความประหยัด และสิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้จักการเก็บออมเงินไว้บ้างเพื่อนำไปใช้ในอนาคตต่อไปครับผม
ชื่อนายสุเทพ ใจเย็น
54127326074
การเงินการธนาคาร 02