สุขกับสิ่งที่มีดีกว่าสุขกับสิ่งที่ได้....
   จากวันที่ครูน้ำฝนออกตระเวนหาสิ่งต่างๆเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับตนเองจนบางวันต้องใช้ชีวิตบนรถยนต์คู่ใจแทนบ้าน..ในที่สุดวันนี้พบข้อคิดดีๆที่ฉุดเราให้อยู่กับตัวเองและทบทวนตัวเองว่า..สิ่งที่เราทำนั้นคือสุขหรือทุกข์กันแน่ ??
     วันนี้คำตอบที่ได้จากบทเรียนนี้  คือ  อาจเป็นเพราะเราไม่ได้สุขกับสิ่งที่มีอยู่แต่กำลังสุขกับสิ่งที่ได้มามากกว่าจึงทำให้เราคงต้องเต้องดิ้นรนต่อไปอย่างนี้ตลอด           ดั่งที่พระอาจารย์ไพศาล  วิสาโล ได้บอกไว้ในเรื่องความสุขที่มองข้ามว่า  " ถ้าเราเพียงแต่รู้จักแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว    ชีวิตจะยุ่งยากน้อยลงและโปร่งเบามากขึ้น   อันที่จริงความพอใจในสิ่งที่เรามีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก    แต่ที่เป็นปัญหาก็เพราะเราชอบมองออกไปนอกตัว  และเอาสิ่งใหม่มาเทียบกับของที่เรามีอยู่  การมองแบบนี้ทำให้ "ขาดทุน"       สองสถานคือนอกจากจะไม่มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว   ยังเป็นทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งที่อยาก พูดอีกอย่างคือไม่มีความสุขกับปัจจุบัน  แถมยังเป็นทุกข์เพราะอนาคตที่พึงปรารถนายังมาไม่ถึง "          ย้อนกลับมาที่บทเรียนจากเวทีต่างๆที่ครูน้ำฝนได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้     ซึ่งล่าสุดได้เรียนรู้และพูดคุยกับปราญ์ชุมชนท่านหนึ่งเลยได้ค้นพบว่า     แท้จริงเราเองก็หลงทางไปนานกับการแสวงหาสิ่งต่างๆจนลืมที่จะมองย้อนกลับมาดูสิ่งที่เรามีว่าเพียงพอและตอบสนองความจำเป็นและความต้องการของตัวเองแล้วหรือยัง     รวมทั้งสิ่งที่เรากำลังแสวงหานั้นเพื่ออะไรจะสร้างสุขหรือทุกข์ให้กับเรากันแน่         บทเรียนนี้สอนให้ครูน้ำฝนทราบว่า....การศึกษาที่มีอยู่รอบๆตัวเรานั้นไม่สามารถสร้างจิตสำนึกให้กับเราได้เท่ากับการศึกษาตัวเอง....     ดังนั้นวันนี้จึงอยากชวนพี่น้องทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้ได้ลองศึกษาตัวเองวันละนิดแล้วเราจะรู้ว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่มีความสุขที่สุดตามแบบฉบับของเราหรือตามจริตของเราและเมื่อเราสุขได้แล้วเราก็เผื่อแผ่ให้กับคนรอบข้างบ้าง      เท่านี้ก็คงจะช่วยลดอุณภูมิความร้อนแรงของสถานการณ์บ้านเมืองและภัยธรรมชาติที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ร่วมกันในทุกวันนี้    มาช่วยกันนะครับเพื่อสร้างสุขง่ายๆที่พวกเราทำได้และเพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่ให้กับเมืองไทยของเรา    สุดท้าย..ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อให้กลับมามีความสุขเหมือนเดิม  ด้วยความจริงใจ.....