ช่วงตอบคำถามหลังเรื่องเล่า มีคุณครูท่านหนึ่งถามว่า ที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนรัฐบาลที่สอนในระดับมัธยม จึงมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ไม่สามารถที่จะทำตามตัวอย่างได้ฟังมานี้ได้ จะแก้ไขอย่างไรดี

 

 

การตีความของ อ.วิจารณ์

 

ครูส่วนใหญ่ยังยึดมั่นอยู่กับการสอนให้ได้ความรู้ครบทั้ง ๘ หน่วยสาระ แต่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา และโรงเรียนเพลินพัฒนาไม่ได้ทำตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ในหลักสูตร แต่หาวิธีให้เด็กอยากเรียน การต้องรอทั้งปีเป็นการปลุกเร้าความสนใจ  มีการให้เด็กด้วยการลงมือทำ ได้รับผลของการทำงานที่มีทั้งลำบากและสนุก

 

เน้นที่การเรียนของเด็ก กระตุ้นให้เด็กอยากเรียน แล้วเด็กเรียนเอง เป้าหมายสุดท้ายเด็กได้ความรู้ครบ ลึกซึ้ง มีความรู้ครบถ้วน เท่าเทียมเด็กที่เรียนตามหลักสูตร ชีวิตการเรียนมีความสุขมาก ได้ทักษะ ได้จิตวิญญาณเกินกว่าที่ระบุไว้ในหลักสูตร

 

ตอนนี้ แนวทางมี และมีการเปิดช่องให้เกิดการเรียนรู้จากกันและกัน อยู่ที่ครูกล้าเป็นผู้นำที่จะเดินหรือเปล่า ครูต้องกล้าคิด มีอิสระ มีความสุข ครูคือผู้อำนวยการเรียนรู้ให้เด็ก ครูมีความสุขอยู่ในใจ แล้วส่งต่อความสุขให้ผู้อื่น ต้องเริ่ม และเปลี่ยนที่วิธีคิดของตัวเองก่อน

 

 

“พาศิษย์สู่ทักษะอนาคต”

 

อีกช่วงหนึ่งที่ดิฉันเข้าไปรับผิดชอบดูแลก็คือ การตั้งวงแลกเปลี่ยนเรื่องเล่า “พาศิษย์สู่ทักษะอนาคต” ช่วงเวลานี้ต้องการความผ่อนคลาย เปิดใจ พร้อมแลกเปลี่ยนเรื่องราวใหม่ๆ ที่จะนำไปใช้ต่อยอดการออกแบบกระบวนการเรียนรู้

 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ เรื่องเล่าที่เพื่อนนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่กันนั้น ซึมซาบเข้าไปในใจของเราแค่ไหน และสะท้อนให้เราเห็นบทบาทที่ควรจะเป็นของ “ตัวฉัน”ที่(จะ)เป็นครูผู้พาศิษย์สู่ทักษะอนาคตอย่างไร