เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

มือร้อน  มือเย็น

 

 

น้องเพียงพอกำลังจะเด็ดลูกทุเรียนอ่อนมาอมไว้ในปาก  คิคิคิ

(ทุเรียนที่สวนของพ่อบุญธรรมของผมที่ศรีสะเกษ)

 

 

          หลังจากที่ห่างเหินจากการเขียนบันทึกไปเสียนาน  อันเนื่องมาจากมีภาระการงานที่ต้องทำเพื่อให้ทันกับช่วงเวลา  เลยได้แต่ทำหน้าที่เป็นผู้อ่าน(ที่ดี)เพียงอย่างเดียว  ตอนนี้งานทุกอย่างก็เบาบางลงแล้ว ก็เลยทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น และพอจะมีเวลานั่งเขียนบันทึกให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

          คราวก่อนผมได้เขียนบันทึกเรื่อง “มะละกอนุ่งกระโปรง” ให้เพื่อนๆ ใน GTK ได้อ่านกันไปแล้ว  เพื่อนำเสนอเรื่องราวของคติหรือความเชื่อแบบโบราณเกี่ยวกับการปลูกไม้ผลให้ได้ผลดีและลูกดก ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน โดยได้รับความสนใจจากหลายๆ ท่าน ที่เข้ามาอ่านและร่วมแสดงความคิดเห็นในบันทึกเรื่องดังกล่าว

          วันนี้ผมจะเขียนเรื่อง “มือร้อน มือเย็น” ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ  ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับการปลูกผักหรือไม้ผลที่มีอยู่ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทยเรา

          อันว่า “มือร้อน” นี้ ไม่ได้หมายถึงมีไฟลุกไหม้อยู่ที่มือนะครับ

          และ “มือเย็น”  ก็มิได้หมายถึง การกำน้ำแข็งไว้ในมือตลอดเวลาจนมือเย็นยะเยือกแต่อย่างใดเช่นกัน   คิคิคิ

          หากแต่ “มือร้อน” ในที่นี้ หมายถึง ใครคนใดคนหนึ่งไม่ค่อยมีโชคทางด้านการทำเกษตรกรรม ปลูกอะไรไปก็ไม่ค่อยได้ผล ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ต่างๆ แม้ว่าจะทำตามหลักวิชาการหรือดูแลเอาใจใส่อย่างดีแล้วก็ตาม

          ในขณะที่ “มือเย็น” จะมีความหมายที่ตรงกันข้ามกัน กล่าวคือ คนๆ นั้น เป็นคนที่โชคดี มีพรสวรรค์ทางด้านการทำเกษตรกรรม ปลูกผักหรือผลไม้ใด ก็เติบโตงอกงามและได้ผลดีไปเสียทั้งหมด แม้ว่าเจ้าตัวอาจจะไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่เลยก็ตาม

          ไม่มีใครสามารถจะทราบได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิด “มือร้อน มือเย็น”  ขึ้น 

          แต่ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเป็นเรื่องของ “โชค” หรือ “วาสนา” มากกว่าอย่างอื่นนะครับ

          หากใครอยากจะทราบว่าตนเองเป็นคน “มือร้อน” หรือ “มือเย็น”  กันแน่  ก็ให้ลองลงมือปลูกผักหรือไม้ผลดูนะครับ โดยให้ปลูกตามหลักวิชาการทางการเกษตรและให้คอยดูแลอย่างดี

          หากพืชผักหรือไม้ผลของใครได้ผลดี  ก็แสดงว่าคนนั้นเป็นคน “มือเย็น”

          ตรงกันข้าม  หากใครปลูกและดูแลอย่างดีแล้ว แต่พืชผักหรือไม้ผลนั้น กลับไม่เติบโตหรือไม่ยอมผลิดอกออกผล  แสดงว่าคนนั้นเป็นคน “มือร้อน” ครับ

 ----------------------------------------------------

 

          สำหรับตัวของผมเองนั้น  ผมเป็นคน “มือเย็น” นะครับ  ไม่ว่าจะปลูกผักหรือไม้ผลใด ก็จะได้ผลไปเสียทุกอย่าง  ซึ่งแตกต่างจากอีกหลายๆ คนที่ผมรู้จัก ซึ่งไม่ค่อยมีโชคทางด้านนี้เลย ปลูกอะไรก็ล้มเหลวไปเสียเกือบทุกอย่าง

          ตัวอย่างเช่น ผมปลูกบวบยักษ์ไว้ในบริเวณบ้าน บวบต้นที่ผมปลูกก็เติบโตและออกลูก จนกินแทบจะไม่หวาดไม่ไหว บางลูกยาวถึง 1.5 เมตร ก็มี ซึ่งผมได้เก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้  พอคนอื่นได้เห็นบวบที่ผมปลูก ก็มาขอเมล็ดพันธุ์จากผมไปปลูกบ้าง  คราวละประมาณ 5-6 คน  ซึ่งผมก็ให้แบ่งปันให้เขาไปคนละประมาณ 50 เมล็ด

          เชื่อไหมว่า.....คนที่ขอเมล็ดบวบไปจากผมทั้งหมด ไม่มีใครปลูกแล้วได้ผลเลย

          บางคนปลูกแล้ว  พอบวบงอกออกมา ก็โดนหอยหรือแมลงกัดกินจนหมดเกลี้ยง

          บางคนปลูกแล้ว พอบวบออกมา ลูกกลับเล็กนิดเดียวเอง  ทั้งๆ ที่ดูแลและบำรุงรักษาอย่างเต็มที่แล้ว

          ในขณะที่ผมเอง แค่นำเมล็ดไปฝังไว้ในดินเฉยๆ โดยไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่มากเท่าไหร่นัก แต่บวบที่ผมปลูกเหล่านั้นกลับเติบโตและออกลูกดก แถมยังลูกโตเหมือนกับสายพันธุ์ดั้งเดิมอีกต่างหาก

          และไม่ใช่จะมีแค่เรื่องของบวบอย่างเดียวเท่านั้น  หากแต่ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น ขนุน มะละกอ พุทรายักษ์ ต้นมันปู ผักกาด เห็ดฟาง พริก และมะเขือ เป็นต้น  ซึ่งผมปลูกทีไรก็ได้ผลดีทุกทีเลย  

          ที่ผมกล่าวมานี้ เป็นเรื่องจริงทั้งหมดนะครับ  ไม่ได้โม้แต่อย่างใด   คิคิคิ

 

 

          แล้วเพื่อนๆ ละครับ  ใคร “มือร้อน” และใคร “มือเย็น” กันบ้าง?

          อย่าลืมเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

 

 

ละไมที่ออกลูกดกเต็มต้น(ที่สวนของพ่อบุญธรรมที่ศรีสะเกษ)

ผักขะแยงที่ผมทดลองปลูกไว้ในอ่างซีเมนต์ที่บ้านแม่ตาด

บวบยักษ์ที่ต้นยังเล็กอยู่   คิคิคิ

เพาะเห็ดฟาง(ไว้กินในครอบครัว)โดยไม่ต้องใช้พลาสติกคลุม

เห็ดฟางที่เก็บมาใหม่ๆ

ผักกาดปลอดสารพิษ

ผักกาดที่โตเต็มที่แล้ว

นวัตกรรมผสมผสานระหว่าง "มือเย็น"กับ "นุ่งกระโปรง"  คิคิคิ

ต้นมันปูที่ผมนำมาจากปักษ์ใต้ ซึ่งเติบโตดีและเด็ดยอดอ่อนกินได้ตลอดทั้งปี

(เคยตอนกิ่งให้คนอื่นนำไปปลูก 7-8 คนแล้ว แต่ไม่มีใครได้ผลสักคน)

 

 

เพลง    "ชีวิตสัมพันธ์"

ร้องโดย    "รวมศิลปินเพื่อชีวิต"