บางท่านอาจเคยได้ยินว่าการเซ็นชื่อในกระดาษเปล่าแล้ววันหนึ่งเกิดมีเจ้าหนี้มาเรียกร้องให้ชำระหน้แล้ว  เหตุใดจึงต้องรับผิดชอบตามกระดาษแผ่นนั้นในเมื่อคนที่เซ็นยังไม่เคยเห็นข้อความดังกล่าวมาก่อน หากคิดตามหลักทั่วไปแล้วอาจคิดว่าไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น  แต่หลักกฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อให้สังคมสงบสุขและคนต้องมีความรอบคอบและต้องรับผิดชอบทุกการกระทำ มิฉะนั้น  สังคมจักมีความวุ่นวายโดยการปฏิเสธทุกการกระทำซึ่งเป็นผลร้ายต่อตนเอง  กฎหมายจึงกำหนดข้อยกเว้นความรับผิดชอบไว้เป็นการเฉพาะเจาะจง  นอกเหนือจากนั้นเขาจำเป็นต้องรับผิดชอบความเสียหายหรือหนี้ที่เกิดขึ้นด้วย

วันนี้เลยมีกรณีของปัญหาที่พบบ่อยๆ ในชีวิตประจำวันและสร้างความสงสัยแก่คนทุกคนว่า  เหตุใดบุคคลเซ็นชื่อในสัญญาคำประกันซึ่งยังไม่มีการกรอกข้อความมาก่อน  จึงต้องรับผิดชอบในหนี้ของลูกหนี้ด้วย  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พิพาทขึ้นสู่ศาลจนกระทั่งมีคำพิพากษาออกมา ในคำพิพากษาฎีกาที่  357/2548 เป็นกรณีที่นายหนึ่งเซ็นชื่อในสัญญาคำประกันซึ่งยังไม่มีการกรอกข้อความใดๆ พร้อมกับมอบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่เจ้าหนี้ ต่อมาวันหนึ่งเขาถูกฟ้องร้องเรียกชำระหนี้คำประกันของนายสองตามสัญญาดังกล่าว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อซึ่งเป็นการเสี่ยงภัยในการกระทำของตนเองอย่างร้ายแรง  เมื่อมีการนำสัญญาค้ำประกันที่กรอกข้อความผิดไปเจตนาของตน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง  นายหนึ่งจึงไม่อาจอ้างความสำคัญผิดดังกล่าวนั้น  มาใช้เป็นประโยชน์แก่ตนตาม  ปพพ.มาตรา  158  ซึ่งบัญญัติว่า  ความสำคัญผิดตามมาตรา  156  หรือมาตรา  157  ซึ่งเกิดขึ้นโดยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบุคคลผู้แสดงเจตนา  บุคคลนั้นจะถือเอาความสำคัญผิดนั้นมาใช้ประโยชน์แก่ตนไม่ได้  จึงทำให้นายหนึ่งต้องรับผิดร่วมกับนายสอง  เสมือนลูกหนี้ของเจ้าหนี้ตามสัญญาคำประกันฉบับนั้น

กรณีดังกล่าวจึงเป็นข้อเตือนใจให้ทุกท่านพึงระวังไว้นะครับว่าการเซ็นชื่อในกระดาษเปล่า  แล้วไว้ใจคนอื่นกรอกเอกสารแทนตนเองนั้น  จนกระทั่งกลายเป็นลูกหนี้ในท้ายที่สุด  ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจมีขึ้น  ท่านจึงควรรับรู้ข้อความในสัญญาทุกชนิด  ควรทำความเข้าใจให้ท่องแท้ก่อนแล้วจึงเซ็นชื่อในเอกสาร  ไม่ควรเร่งร้อนหรือขาดความรอบคอบ เนื่องจากผู้กระทำต้องรับผิดชอบตามเอกสารที่ท่านเซ็นชื่อลงไป  จึงขอเตือนทุกท่านด้วยใจริงนะครับ

ขอขอบคุณ  ฝ่ายนิติกร จากวารสารข่าว  กสจ.

ข้อความโดย  นายนรินทร์  แก้ววารี  เจ้าพนักงานแรงงาน