ก่อนน้ำท่วม
ผมไม่ได้เข้าบันทึกนาน และยังไม่ได้อ่านบันทึก แต่ขอบ่นเป็นมหากาพย์ก่อนแล้วกันครับ ผมอยู่ใกล้ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา (พื้นที่ต้องอพยบ) จากการบริโภคข่าวสาร ผมเริ่มสังเกตความผิดปกติตั้งแต่ภาวะน้ำท่วม ในหลายจังหวัดบริเวณภาคเหนือ (คนไทยเรานิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำมาตั้งแต่อดีต เหตุผลเพราะการเกษตร สัญจร หรือป้องกันข้าศึกก็สุดแล้วแต่) ด้วยความที่มีพื้นความรู้ด้านนี้อยู่บ้าง ก็คิดว่าพื้นที่รับน้ำเจ้าพระยาต้องรับศึกหนักแน่ ประกอบกับฟังข่าวพายุที่เข้าผิดปกติหลายลูก ถ้าจำไม่ผิด มี นกเต็นอยู่ชื่อหนึ่ง ก็สอดคล้องกับนักวิชาการบางท่านที่เก็บข้อมูลปรากฏการณ์ เอลนีโญ่ และลานิญญ่า (พูดง่าย ๆ คือ แล้งมากกับฝนมาก) ที่เกิดบ่อยขึ้นและยาวนานขึ้น สิ่งที่ต้องพึงสังวรณ์ก็คือ เขื่อนขนาดใหญ่ต่าง ๆ รับมือกันยังไง ได้พร่องน้ำไว้มั๊ย (ข่าวว่ากรมอุตุฯบอกภายหลังไม่มีงบซื้อเรดาร์ตรวจอากาศ ทำให้เราคิดง่าย ๆ ว่า แล้วที่ผ่านมาพยากรณ์กันยังไงเนี่ย) และในที่สุดมวลเขื่อนก็เต็มพิกัดน้ำท่าจำนวนมหาศาลก็ลงสู่นครสวรรค์ (ลองนึกถึงพื้นที่รับน้ำที่คล้าย ๆ "พัดมือ" ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่เสมือน "ด้ามจับ" ก็แล้วกัน)
องคาพยพต่อไป คือ กรมชลประทาน ด้วยเทคโนโลยีเขื่อนฝาย และประตูระบายต่าง ๆ ท่านจะบริหารจัดการให้น้ำไหลในคลองอย่างไร ท่านได้ประสานกับกรมอุตุหรือ กฟผ. ไว้ล่วงหน้าหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ท่านเอาไม่อยู่ เป้นที่รู้ว่าน้ำจะไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำเสมอ อาจเป็นเพราะหน่วยงานของท่านส่วนใหญ่จะทำหน้าที่สำรองน้ำเพื่อการเกษตรเป็นหลัก ภาวะที่จะระบายน้ำส่วนเกินมาก ๆ (นายกฯ บอกว่าผิดปกติ) ทำได้ยากก็ตามที ทางนครสวรรค์ หรือ ปากน้ำโพธิ์ แม้จะเร่งเสริมคันกระสอบทรายสูง ก็ยังอ่วมและทะลักเข้าตัวเมือง เพราะการทำชั่วคราวในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่มั่นคงพอกับพลังน้ำ (เรายังได้เห็นภาพแฟชั่นเอารถขึ้นไปจอดบนสะพานเดชาได้ที่นี่เป็นครั้งแรกจากภาพข่าว)
จากนครสวรรคืนี่เองน้ำเริ่มทะลักเป้นน้ำทุ่ง จึงหลากเข้าสู่ภาคกลางตอนล่างคราวนี้หลายจังหวัดอ่วม เขื่อนป่าสักแบนราบใช้เพื่อการชลประทานเป็นหลักก็ต้องปล่อยให้ล้น พื้นที่อยุธยา สิงห์บุรี พวกนี้ความจริงน้ำท่วมทุกปีอยู่แล้วชาวบ้านแต่เดิมยกใต้ถุนสูง ทำนา จับปลากันไป (บางคนว่ากันว่า น้ำท่วมทุกปีแต่เผอิญปีนี้มีของแจก) แต่ด้วยมวลน้ำที่มากกว่าปกติ โบราณสถานจำนวนมากก็เสียหาย (ความจริงกรมศิลฯ ควรทำโครงสร้างป้องกันถาวรตั้งนานแล้วไม่ใช่มาคิดใส่แผ่นเหล็กตอนน้ำท่วม) และด้วยเหตุที่กั้นคันเจ้าพระยามาตลอดจนถึงปทุมธานี มวลน้ำที่สูงขึ้นจึงมีแรงดันมหาศาลประตูบางโฉมศรีก็แตกสิครับ จึงเกิดกระบวนการกู้ที่รับประกันโดยอาศัยทหารเข้ามาช่วย แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด (อันนี้เริ่มมีการเมืองเข้ามาพูดเล่นกันแล้วระหว่างทหารกับรัฐบาล จริงใจรึปล่าว)
ขอพักเท่านี้ ก่อนนะครับ ยังไม่ถึงตอนท่วมบ้านผมระทึกหน้าดู โดยเฉพาะ สองจังหวัดสุดท้ายก่อนเข้ากรุงเทพฯ คือปทุมธานี ที่มีนิคมอุตสาหกรรมใญ่ ๆ เยอะ และนนทุบุรีที่มีน้ำท่วมหมู่บ้านขนาดใหญ่ (น้ำเขาไม่เลือกคน จนหรือรวย ไพร่หรืออำมาตย์ ขนาดผมกะอาศัยพระบารมีที่อยู่ใกล้วังก็ไม่รอดครับ) เรื่อง ระบบผันน้ำ ธุรกิจป้องกันน้ำท่วม เช่น กระสอบทราย เรื่อง ความขัดแย้งที่พยายามโยงการเมือง ศปภ. กทม. มีงูเขียวนำเข้า จรเข้ ก่อนเข้า กทม. ทำให้ผมต้องเป็นผู้อพยพ การสัญจรด้วยรถทหาร การอำนวยความสะดวกของ ตำรวจ (บนเสื้อยืด) และหมูบ้านผมที่จ้างโจร (พูดเล่น) เป็นยามแล้วของไม่หาย เป้นพงศาวดารที่อยู่บนฐานข่าวสารความรู้มากมาย แต่ไม่ได้เน้นตัวเลข สนุกครับแล้วจะเอาภาพประสบการณ์มาฝากในมหากาพย์ภาค 2 ด้วยครับ)
ข่าวรายงานน้ำท่วมแปลกๆนะคะ
แต่ยังดีที่มีน้ำใจชาวไทยอยู่ค่ะ