"ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย"
บาทหนึ่งในบทกวีอมตะที่ติดปากเหล่าปัญญาชนมาหลายสิบปี เหล่าปัญญาชนที่เฝ้าเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะเลือนลางไปมากแล้วในยุคปัจจุบัน
จนกระทั่งมีหนังสือย้อนรำลึกออกมา ชื่อ "ฉันจึงมาหาความหมาย" ของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล ซึ่งบาทนั้น อยู่ในบทกวีชื่อ "เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน"
ผมจำได้ว่า ผมเคยเขียนไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ขออีกรอบหนึ่งแล้วกันนะครับ ตั้งใจจะนำไปถ่ายทอดให้นักศึกษาครูได้ฟัง
เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน ...
“ดอกหางนกยูงสีแดงฉาน
บานอยู่เต็มฟากสวรรค์
คนเดินผ่านไปมากัน
เขาดั้นด้นค้นหาสิ่งใด”
ปัญญามีขายที่นี่หรือ
จะแย่งซื้อได้ที่ไหน
อย่างที่โก้หรูหราราคาเท่าใด
จะให้พ่อขายนามาแลกเอา
ฉันมาฉันเห็นฉันแพ้
ยินแต่เสียงด่าว่าโง่เขลา
เพลงที่นี่ไม่หวานเหมือนบ้านเรา
ใครไม่เข้าถึงพอเขาเยาะเย้ย
นี่จะให้อะไรกันบ้างไหม
มหาวิทยาลัยใหญ่โตเหวย
แม้นท่านมิอาจให้อะไรเลย
วานนิ่งเฉยอย่าบ่นอย่าโวยวาย
ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่ง
ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว
มืดจริงหนอสถาบันอันกว้างขวาง
ปล่อยฉันอ้างว้างขับเคี่ยว
เดินหาซื้อปัญญาจนหน้าเซียว
เทียวมาเทียวไปไม่รู้วัน
“ดอกหางนกยูงสีแดงฉาน
บานอยู่เต็มฟากสวรรค์
เกินพอให้เจ้าแบ่งปัน
จงเก็บกันอย่าเดินผ่านเลยไป!”
เขียน : ๒๕๑๑
.........................................................................................................
บทกวี อายุ ๔๓ ปี แล้วสินะ
ยังคง "อมตะ" และ "เป็นจริง" อยู่เลย
ปัญญาชน ... คนทำเพื่อสังคม
กลายเป็นหน้าที่ของกองกิจการนิสิต หรือ กองกิจการนักศึกษา เท่านั้นหรือ
ที่จะเป็นคนปลุก กระตุ้นความคิดเหล่านี้
ไม่ต่างจากโรงเรียนที่มีครู คศ.๓ เต็มโรงเรียน แต่เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้
มหาวิทยาลัยก็เช่นกัน ??? ....................................
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
.........................................................................................................
บรรณานุกรม
วิทยากร เชียงกูล. ฉันจึงมาหาความหมาย. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสถาบันวิชาการ ๑๔ ตุลา, ๒๕๔๖.


ไม่ต่างจากโรงเรียนที่มีครู คศ.๓ เต็มโรงเรียน แต่เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้
มหาวิทยาลัยก็เช่นกัน
...
ขอบคุณคะอาจารย์
ในความล้มเหลว มีส่วนที่สำเร็จ
หากเราสามารถค้นหาตัวอย่างที่ดี เปิดใจเรียนรู้
ก็มีโอกาสพัฒนาได้คะ
ประโยคนั้น คือ เรื่องจริงที่เคยเป็นข่าวครับ คุณหมอบางเวลา ป. กุ้งเผา ... ผมมิได้เอ่ยขึ้นโดยปราศจากอคติใด ๆ ;)...
เพียงแต่ถือเป็น มุมสะท้อนสำคัญให้คนที่อยู่ได้ทบทวนและได้ค้นหาอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป
ความเจริญงอกงามจึงเกิดขึ้นได้
ขอบคุณมากครับ ;)...
อ.วัส ผมชอบ บทล้อ ในมุมของไพบูลย์ วงษ์เทศ ในชื่อ"ฉันจึงมาหาความหงอยครับ
คุ้นๆ นะคะ อ. เสือ บันทึกรำลึกความหลัง เพิ่งทราบว่า บทกวี มีวัยใกล้เคียงอ.เสาเรือเลย? :)
พอไปสัมผัสเองจริงๆ แล้วก็แทบไม่น่าเชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ เป็นอย่างนี้จริงๆ
ปี 2525 พี่มีหนังสือ.."วรรณอำร่วมสมัย"
เล่มที่ ท่านวอญ่า กล่าวถึงด้วยนะ
สะท้อนได้สะเทือนใจทุกครั้งที่อ่านและเป็นปรากฏการณ์แท้จริงในขณะนี้เราเห็นนักศึกษาที่อ่านภาษไทยไม่แตกฉานมากขึ้นแต่ท่ามกลางความโชคร้ายก็มีโชคดีที่วิกฤตจากภัยธรรมชาติของประเทศช่วยกระตุ้นให้เกิดเยาวชนจิตอาสาที่สนใจความทุกข์ร้อนของเพื่อนมนุษย์
"ฉันจึงมาหาความหงอย" ;)...
ขอบคุณครับ ท่าน วอญ่า-ผู้เฒ่า ;)...
บทกวีนี้เกิดก่อนผมอีกครับ คุณ Poo ;)...
แหม มีแซว ๆ 555
เป็นเช่นที่ผมว่าไว้ด้วยความสัตย์จริงครับ ;(...
ขอบคุณมากครับ
"วรรณอำร่วมสมัย" คิดว่า ผมยังไม่มี และยังไม่ได้พลิกเปิดด้วยครับ พี่ ครู ป.1 ;)
ขอบคุณที่เข้ามาต่อยอดความรู้กันครับ
"สถานการณ์จึ่งสร้างวีรบุรุษ" ใช่ไหมครับ ท่านอาจารย์ โสภา อ่อนโอภาส ;)...
ขอบคุณมากครับ ;)...