กองหนุนจากทัพหลัง

ตามความเข้าใจของศรัทธาสาธุชนทั่วไปนั้น “บุญ” เป็นเครื่องหมายของความดี โดยเฉพาะการทำบุญกับวัดและพระภิกษุ

แม้ว่าหัวใจสำคัญในธรรมะของพระพุทธองค์จะอยู่ที่การหลุดพ้นจากสังสารวัฏ แต่คนส่วนใหญ่ซึ่งสมาทานทั้งพุทธ พราหมณ์และผีอย่างเชื่อมร้อยกลมกลืน ก็มิได้หวังจะให้ตนเองเดินก้าวข้ามไปยังฝั่งฝันอันมีนิพพานเป็นเป้าหมาย

ดังนั้นการทำบุญเพื่อหวังว่าจะได้บุญ แม้ไม่ใช่ในชาตินี้ ก็ขอให้เป็นชาติหน้า จึงเป็นเรื่องที่ปรากฏชัด ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว การสะสมบุญเพื่อเป็นเสบียงกรังนำติดตัวข้ามชาติภพไป ก็นับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทุกคน (ที่มิได้มีนิพพานเป็นที่ตั้ง) พึงกระทำ ส่วนการที่จะอยู่ให้ “เหนือบุญ เหนือบาป” ตามคำสั่งสอนที่แท้จริงของพระพุทธองค์นั้น ยังต้องฝึกปรือและอบรมบ่มใจกันต่อไป

ท่ามกลางวิกฤติการณ์ต่างๆ ของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติการเมือง วิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤติภัยพิบัติ องค์กรศาสนาดูจะเป็นองค์กรเดียวที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด สำหรับมหาอุทกภัยครั้งนี้ก็เช่นกัน ในขณะที่ผู้คนครึ่งประเทศกำลังตื่นตระหนก ขวัญเสีย หวาดผวาและพยายามเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ในช่วงเทศกาลออกพรรษา กระแสงานบุญทั้งการตักบาตรเทโวและการทอดกฐินตามประเพณีก็ยังคงดำเนินไป ถึงจะ “พลอยฟ้า พลอยฝน” บ้าง แต่หัวกระไดวัดก็ไม่แห้ง

“มหาวิทยาลัยไม่มีเงิน” เป็นสิ่งที่เรารู้ดี คือเราไม่อาจนำเงินรายได้มาใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน แม้ว่าเราจะเป็น “คนของพระราชา” แต่เราก็ไม่อาจที่จะดูแลและลบรอยคราบน้ำตาของอาณาประชาราษฎร์ได้ด้วยปัจจัยที่มี เรามีแต่สมอง แรงกายและแรงใจของนักศึกษาและบุคลากร

มหาวิทยาลัยไม่มีเงิน แต่มีวัดเป็นทุนทางสังคม

พวกเราจึงวางแผนงานร่วมกับวัดต่างๆ ในเครือข่ายแล้วโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ศรัทธาสาธุชนในชุมชนต่างๆ ทราบว่า สิ่งของทั้งหลายที่ท่านจะนำมาทำบุญนั้น พระคุณเจ้าจักนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย การช่วยกันคัดแยกสิ่งของและการบรรจุถุงยังชีพ จึงเป็นทั้งงานหลักและงานหนักของนักศึกษาและบุคลากรของเราวันตักบาตรเทโว โดยมหาวิทยาลัยได้ส่งกองกำลังจำนวนมากกระจายออกไป 4 สาย ประจำที่วัดพระปฐมเจดีย์ วัดเสนหา วัดใหม่ปิ่นเกลียวและวัดโพรงมะเดื่อ ทั้งนี้ด้วยความเมตตายิ่งของพระธรรมปริยัติเวที, พระครูสุนทรธรรมโสภณ, พระครูปราการลักษาภิบาล และพระมหาประสิทธิชัย

แต่ก่อนจะถึงวันตักบาตรเทโว เงินก้อนแรกสามหมื่นกว่าบาทที่เรี่ยรายจากครูอาจารย์และบุคลากร ได้ถูกนำมาใช้จ่ายอย่างไม่ให้กระเด็นเกินจำเป็น

สิ่งใดบ้างที่คาดว่าจะหาไม่ได้จากบุญทานของสาธุชน เราก็คิดและจัดหาเตรียมไว้ ทั้งผ้าอนามัย ถุงดำ ปูนขาว ฯลฯ รอเพียงว่าตักบาตรเสร็จเมื่อไร จะได้บรรจุรวมไปกับข้าวของที่คัดแยกไว้ เพื่อจัดทำเป็นถุงยังชีพ

แน่นอนว่าถึงจะยึดหลักการ “พอเพียง” จัดไว้ให้แค่พออยู่ พอกิน ในสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่นั่นก็ยัง “ไม่เพียงพอ” จึงต้องเร่งระดมหาทรัพยากรจากวัดต่างๆ ให้มากขึ้น ความลงตัวอยู่ที่ว่า พระภิกษุมีจตุปัจจัยไทยทาน เมตตาและบารมี หากก็ไม่มีสรรพกำลังที่จะออกไปแจกจ่ายให้ถึงซึ่งการปลดเปลื้องความเดือดร้อนนั้น แต่เรามีกำลังมากมายจากบุคลากรและนักศึกษา ทั้งมีพาหนะที่พร้อมเข้าถึงพื้นที่ เมื่อเราอาสา ท่านจึงโมทนาและยินดีเป็นทัพหลังสนับสนุน

นอกจากวัดทั้งสี่ข้างต้นแล้ว ต้องจดจารไว้ด้วยว่า ความเมตตาของพระคุณเจ้าจากวัดทองนพคุณ, วัดทองเนียม, วัดอุดมรังสี, วัดไทยาวาส, วัดใหม่สุประดิษฐาราม, วัดหอมเกร็ด, วัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง), วัดเขาตะเครา, วัดยานนาวา และวัดป่าเจริญราช จะอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป