หลังจากน้ำหนักบรรลุที่วางไว้แล้ว พบว่าตัวเหี่ยวหลายส่วนต้องมาแก้กันใหม่ครับ

 ผ่านเรื่องเศร้าไป มาถึงเรื่องดีๆ บ้างตอนนี้ผมกำลังฟิตร่างกายใหม่ อาศัยที่เวลามีไม่มากในที่สุดก็ตัดสินใจวิธียกน้ำหนักครับเพราะใช้พลังงานต่อหน่วยเวลามากดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สาเหตุอีกประการที่เลือกวิธีนี้ คือ มีลูกน้ำหนักอยู่แล้ว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพิ่งซื้อเมื่อเดือนก่อน เป็นรางวัลให้กับตัวเองที่ผ่านน้ำหนัก 60 กิโลได้ แหะๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ลองผิดลองถูกจากการอ่านตำราหลายๆ เล่มข้อมูลทางเน็ต+วิดีโอเพาะกายก็ตัดสินใจว่าจะเพาะทีละส่วนก่อน</p><p>เนื่องจากการเพาะกายที่อาจดูเหมือนง่ายแค่ยอกน้ำหนักนั้นไม่ง่ายเลยครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(ถ้าง่ายทุกคนไม่ว่าใครๆ คงทำสำเร็จไปแล้ว)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>หลักการยกน้ำหนัก</p><p>หลักการข้อแรก คือ ต้องมีสมาธิมากเพราะการเพาะกล้ามจะใช้น้ำหนักมากๆ จะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้</p><p>หลักการข้อสอง คือ ความมีวินัย อดทนทำตามแผนที่ได้วางไว้จนจบ สำคัญมากครับ</p><p>หลักข้อสาม คือ การเป็นคนช่างสังเกต จดบันทึก วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงเมนูฝึกต่อไป</p><p>*นี่เป็นหลักการที่แชมป์เพาะกายได้เขียนไว้ครับผม </p><p>เป้าหมายที่ผมวางไว้ต้องเปลี่ยนแปลงไปมากในอาทิตย์แรกด้วยหลายสาเหตุ ดังนี้ครับ</p><p>¦   ท่าที่ดูธรรมดามากๆ แต่พอทำแล้วยากจริงๆ ครับ ตำราที่ผมใช้เขาห้ามขยับส่วนอื่นนอกจากส่วนที่กำลังออก </p><p>¦   เนื่องจากขณะกำลังยกหากเบี่ยงข้อมือไปเล็กน้อยก็ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อที่ออกจะเปลี่ยนมัดไปได้ เช่นจากเดิมใช้กล้ามเนื้อไหล่ ถ้าผมเบนไปด้านหลังเล็กน้อยจะกลายเป็นใช้กล้ามเนื้อหลังแขนช่วยด้วย ทำให้ยกได้ง่ายขึ้นแต่กล้ามเนื้อที่ผมตั้งใจไว้ก็ไม่ได้ออกตามที่วางไว้</p><p>¦   การเจ็บของกล้ามเนื้อ วันแรกที่ผมทำปวดแปล็บเลยครับ (ยกแขนไม่ขึ้น) ตำราว่าไว้ให้ออกวันเว้นวัน ผมก็ลองดูแต่ไม่หายครับ ได้คำแนะนำจากพี่ที่อกกว่าให้ออกซ้ำอีกวันไปเลย (ไม่ต้องเว้น) แล้วจะดีขึ้น ผมก็เสี่ยงลองออกดู ปรากฏว่าหายจริงๆ ครับ</p><p>¦   จากการที่ผมพยายามออกท่าให้ถูก ทำให้ผมยกน้ำหนักได้น้อยน่าใจหาย (พยายามใช้มัดเดียวแล้วออกทีละมัดไล่ไป) ตารางการออกกำลังผมจึงต้องแก้ใหม่หมดครับ  </p><hr><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ส่วนนี้จดบันทึกไว้ครับเพื่อการวิจัยส่วนตัวครับ</p><p> อาทิตย์แรก </p><p>จันทร์ที่แล้ว 22 สค.49</p><p>เริ่มยกน้ำหนักวันแรก เป้าหมายยังไม่ชัด(อ่านไปยกไป)
ยกน้ำหนักจริงจังตอนเย็นราว 19.00 น.
ยกท่ามั่วซั่ว ลองทุกท่าในตำรา
ใช้ลูกน้ำหนักเต็มที่ 14 กิโลกรัมกล้ามเนื้อเจ็บแปล็บจึงหยุดนอนคิดพบว่า ข้อมูลเยอะจัดทดลองทำเอาทีละท่าละกัน
(พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน)
</p><p>23 สค.49
หยุดพัก 1 วัน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น
เจ็บทุกครั้งที่ยกแขน
พี่ที่ทำงานแนะนำให้ออกซ้ำ ยังลังเลลองดูอีกคืนถ้าไม่ดีจะออกซ้ำ </p><p>24 สค.49
อาการไม่ดีขึ้นจริงด้วยเลยเปลี่ยนมาออกกำลังตอนเช้า
6.30 น.แทน เพราะ 2 สาเหตุ
1.รอทนเจ็บถึงเย็นไม่ไหว
2.หลังจากพบว่าออกตอนเย็นมันเหนื่อยอยากนอนมาก
(แต่มีงานต้องทำอีก)
เปลี่ยนโปรแกรมมาออกส่วนบนเป็นหลัก คือ
กล้ามหัวไหล่ทั้งสามมัด และหลังแขน(ที่ยานไปเยอะตอนลดน้ำหนัก ขอก่อนเลย)
โดยทดลองหาน้ำหนักที่ทำให้ออกได้เซ็ตละ 10 ที
พบว่าไหล่จากเดิมยกผิดๆ ในวันแรกได้ 14 กิโลกลับมารับได้ 6 กิโล
หลังแขนรับได้ 8 กิโล
ทดลองนาน 40 นาทีปวดแขนจึงหยุดแล้ววอร์มดาวน์ 5 นาทีไปอาบน้ำ
หลังออกกำลังพบว่าไม่เหนื่อยอย่างที่คิดและรู้สึกสดชื่นด้วย </p><p>25 สค.49
6.30 น. ออกกำลังเช้าแทนตอนเย็นละ
วันนี้ปรับโปรแกรมใหม่เพราะขี้เกียจถอดน้ำหนักเข้าออก
กลายเป็นยกน้ำหนัก 6 กิโลทุกส่วน
แต่เปลี่ยนจำนวนครั้งแทน คือ
ไหล่ 10 ครั้ง3 ชุด3 มัด (3 ท่า) 
หลังแขน 15 ครั้ง*3 ชุด
ทำตามทฤษฎี คือ ให้ค่อยๆ ยก เพ่งสมาธิไปที่กล้ามนั้น
ลองจับเวลาพบว่ายกครั้งนึงใช้เวลาราว 5 วิในตอนแรก
แต่ตอนท้ายกลับเร่งเหลือ 3 วิเพราะหมดแรงน้ำเต้าหู้
(จริงๆ ก็ยังไม่กินอารัยเลยนะ)
ทำจบพบว่าใช้เวลา 25 นาทีแถมเหงื่อไหลดีกว่าวันแรกอีก
คุณภาพชนะปริมาณจริงๆ
แต่ยังสรุปไม่ได้นะครับต้องรอผลสิ้นเดือนก่อน
 </p><p>26 สค.49
7.30 น. ยกเมนูเดิมต่อแต่วันนี้ตื่นสายเร่งยกไปนิด
ไม่สะใจวัยรุ่น เลยเอาดัมเบลไปยกต่อที่ทำงาน
แต่มันหนัก+ใหญ่เลยเอาลูกเล็กไปแทน (2.5 กิโล)
กะ
ออกกำลังแบบกระชับกล้ามเนื้อเน้นหลังแขนที่ยาน…(เน้น)
ถึงที่ทำงาน
ฮือฮากันพอสมควร
มีน้องทักว่าแค้นอะไรพี่เหรอถึงเอาลูกเหล็กมา…
โห มองเราแง่ดีจริงๆ
หลังอธิบาย+สาธิตเล็กน้อยได้เห็นหลายคนทดลองไปยกดีใจเล็กๆ ห้องยาเราสนใจสุขภาพมากขึ้น
วันนี้ในที่ทำงานหาเวลาว่างมายก
นับได้ 30 ที/ข้าง ถือว่ากำลังดี
 </p><p>วันเสาร์ 27 สค.49
อยู่เวรแต่เช้าจรดเช้าวันอาร์ทิตย์เลยขอพักสักวัน
นอนให้เต็มอิ่ม งดยกน้ำหนักตอนเช้า
ตอนเย็นพอคนไข้บางตาก็เอาลูกเล็กมายก
ได้อีก 30 ที/ข้าง
 </p><p>วันอาทิตย์ 28 สค.49
กลับบ้านไปชั่งน้ำหนักต้องสะท้านใจ
เลขชี้ที่ 61 กิโล (เพิ่ม 2 กิโล..)
นึกดูเหตุการณ์พบว่าชั่งหลังจากเหมากินมื้อเช้า+เที่ยง เมนูมี
เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม(เกลี้ยงไม่เหลือสักหยด)
ต้มผักใส่ซี่โครงหมู 1 ชาม (ไม่เหลือสักหยดเช่นกัน)
ข้าว 1 ชามเล็กชนิดเกรงใจ
เงาะหนึ่งชาม ราว 12 ลูกหวานเจี๊ยบ
น้ำชาหนึ่งกาตบ
ท้ายด้วยโยเกิตองุ่น+ยาคูลย์หนึ่งขวด…
อืม…ชักไม่แปลกใจทำไมขึ้น
สาเหตุที่กินขนาดนี้เพราะอดมื้อเช้ารีบขึ้นรถกลับบ้าน
กว่ามาถึงก็นั่งรถเมล์ 3 ชั่วโมง
สติแตกไปแล้วครับตอน 11.30 น.ฟาดเรียบ
กลับหอพักตอนเย็นถึงตอนสี่ทุ่ม ยืนบนรถราว 1 ชั่วโมงเพลียสุดๆ ไม่ยกน้ำหนักอีกวัน</p><p>ปล. กลับไปคราวนี้ได้วัดตัว</p><p>ได้ข้อมูลน่าสนใจดังนี้</p><p>                        คลาย         เบ่ง</p><p>ไหล่ซ้าย/ขวา       11.5/11.5   12.0/12.0</p><p>ต้นแขนซ้าย/ขวา   10/10.5      11.4/11.5</p><p>*ทั้งนี้ตอนออกกำลังเสร็จ กะด้วยสายตาพบว่า
มีขนาดใหญ่กว่าตอนวัดวันนี้ซึ่งไม่ได้ออกกำลังมาก่อน
</p><p>อก            32/34 (หายใจเข้าออกเต็มที่)</p><p>เอว            26/28 (กินอิ่มจ้า)</p><p>สะโพก       36.5 (…)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อาทิตย์หน้าจะวัดอีกรอบดูครับว่าก้าวหน้าขึ้นไม๊</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>บันทึก 2 อันวันนี้พิมพ์ตั้งแต่ 19.05 น.เสร็จ20.35 รวมเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง