"คนขับรถเกี่ยวที่เป็นงาน" รถเกี่ยวส่วนใหญ่ เจ้าของไม่ใช่คนขับ จะเป็นลูกน้องขับ ว่าจ้างเป็นไร่ ยิ่งได้ไร่มาก จะได้เงินมาก ดังนั้นถ้าเจอคนขับเเบบ เร่งเอางาน ไม่สนใจสภาพข้าว ไม่สนใจเจ้าของนา มองตาปริบๆ แล้วหล่ะก็ เงินเจ้าของนาที่ควรประหยัดได้ + ควรจะได้เพิ่มขึ้นรวม 700-1,000 บาทต่อไร่ ก็หายไปในอากาศครับ
ปัจจัยในการพิจารณาเลือกใช้บริการ
"รถเกี่ยวนวดข้าว"
1."น้ำหนักตัวรถเบา" จะไม่ทำให้พื้นที่เเปลงนาเสียหาย เป็นหล่มลึก จากรอยบิดเลี้ยว จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่นาให้เรียบ หลังการเก็บเกี่ยวข้าว
ประหยัดได้ ไร่ละ 300-400 บาท /รอบ
รถเกี่ยวท้องถิ่นส่วนมากน้ำหนักตัวรถ อยู่ระหว่าง 7-10 ตัน เนื่องจากใช้ช่วงล่าง+ล้อแทรกเหล็ก รถขุดมาเป็นระบบขับเคลื่อน เมื่อรวมกับน้ำหนักที่อุ้มข้าวไปด้วยราว 2 ตัน ...ดินทรุด เป็นหล่มลึก!!! ครับ
2."ข้าวร่วงหล่นน้อย" จากชุดหัวเกี่ยว และชุดตู้นวดที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้ลดการสูญเสียผลผลิต ระหว่างการเก็บเกี่ยว
"การพิสูจน์ข้าวร่วง ทำได้โดย สุ่มเก็บในพื้นที่ 1 ตร.ม. ซัก 3 จุด โดยใช้ตาข่ายเขียวไปปูรองพื้น ที่รถเกี่ยวพ่นฟางออกมา เพื่อดูเมล็ดดี และเมล็ดลีบ เมล็ดติดรวงข้าว"
ถ้าข้าวร่วงหล่นมาก ก็หมายถึง "เงินที่ร่วงหล่นในเเปลงนา แลกกับไข่เป็ดครับ"
" ถ้าเลือกรถเกียวดี ก็หมายถึง ได้เกี่ยวฟรี ได้ข้าวเพิ่มขึ้น
ได้เงินเพิ่มขึ้น 400-600 บาท/ไร่
3."สามารถล้างทำความสะอาดถังเก็บเมล็ดข้าวได้ง่าย" ก่อนลงเเปลงนา เพื่อป้องกันข้าวปนพันธุ์ มากับรถจากการเก็บเกี่ยวเเปลงก่อนๆ
"ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก สำหรับแปลงเมล็ดพันธุ์ ที่ต้องการพันธุ์ข้าวที่บริสุทธิ์"
4."คนขับรถเกี่ยวที่เป็นงาน" รถเกี่ยวส่วนใหญ่ เจ้าของไม่ใช่คนขับ จะเป็นลูกน้องขับ ว่าจ้างเป็นไร่ ยิ่งได้ไร่มาก จะได้เงินมาก
ดังนั้นถ้าเจอคนขับเเบบ เร่งเอางาน ไม่สนใจสภาพข้าว
ไม่สนใจเจ้าของนา มองตาปริบๆ แล้วหล่ะก็
เงินเจ้าของนาที่ควรประหยัดได้ + ควรจะได้เพิ่มขึ้นรวม 700-1,000 บาทต่อไร่ ก็หายไปในอากาศครับ