การศึกษาไทยทั้งที่ผ่านมาและในปัจจุบัน จะตัดสินว่าใครจิ้มข้อ ก. ข. ค. ง. จ. หรือ a. b. c. d. e. ถูกมากที่สุด ถือว่า "เก่ง" ส่วนคนที่จิ้มถูกน้อยๆ ก็จะถูกตราหน้าและตัดสินว่า "โง่" ทันที

++++++
ภาพสแกนข้อความข้างบนนี้
ครูวุฒิสแกนจากหนังสือเล่มเล็กๆชื่อ "ปฏิรูปประเทศไทย รายการเรื่องที่ควรปฏิรูป"
เขียนโดยท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส
ที่จัดพิมพ์และเผยแพร่โดยสำนักงานปฏิรูป (สปร.)
ซึ่งที่ครูวุฒินำมาโพสต์ขึ้นพร้อมความคิดเห็นในบันทึกนี้ ก็เพราะอยากร่วมยืนยันว่า
"ระบบการศึกษาไทยคือหนึ่งในสาเหตุสำคัญๆที่ทำให้ชาติไทยเราอ่อนแอ
และพร้อมนี้ก็อยากร่วมเรียกร้องให้ "เกิดการปฏิรูปการศึกษาที่ถูกทาง"
แทนการ "วิ่งหลงทางเข้าป่าเข้าดง เข้าพงเข้าพฤกษ์ จนลึกสุดประมาณ" (เพราะความมืดบอด) เช่นปัจจุบัน
ซึ่งครูวุฒิมักเรียกการศึกษาแบบปัจจุบันและที่ผ่านมาว่า การศึกษาแบบ "จำ-จิ้ม"
เพราะเน้นการ "จำๆๆๆ แล้วก็จิ้มๆๆๆ" ข้อ ก. ข. ค. ง. จ. ข้อใดข้อหนึ่งให้ถูกให้มากที่สุดเท่านั้น
ใครจิ้มถูกมากที่สุด ถือว่า "เก่ง"
ส่วนคนที่จิ้มถูกน้อยๆ ก็จะถูกตราหน้าและตัดสินว่า "โง่" ทันที
จนประเทศไทยเต็มไปด้วยคนโง่!!!
เพราะเด็กๆเดาใจผู้ออกข้อสอบ O-NET ไม่ถูก เลยจิ้มไม่ค่อยตรง (หรือบางคนก็ขี้เกียจอ่านคำถาม เลยจิ้มแบบส่งๆ) สังคมไทยจึงตราหน้าว่าเด็กไทย "โง่"!!!!(ฮา....)
+++++++++++
ณ บันทึกนี้
ครูวุฒิอยากให้ทุกท่านลองร่วมพิจารณาบทโอดครวญหวนระห้อยของครูวุฒิ
ในชื่อ “เสียงครวญจากผู้ใช้หลักสูตรฯ”
ที่เค้นออกมาจากทั้งประสบการณ์และสายตาของความเป็นนักเรียน นักศึกษา ประชาชี(ช้ำ)
และความเป็นผู้ให้การศึกษา (ครูผู้สอน) กระทั่งเป็นผู้จัดการศึกษา (ผู้บริหารโรงเรียน) เช่นปัจจุบัน
ซึ่งนอกจากคำอธิบายและบทวิพากษ์ดังกล่าวแล้ว
ครูวุฒิยังลองจัดการศึกษาตามแนวชี้แนะของท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี มาแล้วในระยะหนึ่ง





24 พฤศจิกายน 2554 20:43
...คุณครูวุฒิ..เจ้าคะ..ถ้า..การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นที่แค่คุณครูคิดและทำ"เลี่ยงระบบ"ได้..อนาคตบ้านเรา.เด็ก.คงจะไม่เป็นโรคเอ๋อ..กันอย่างเดี๋ยวนี้..เพราะต้นเหตุคือ จำ จิ้ม (แถมเดา..เผื่อถูก..อ้ะๆๆ..เคยทำบ่อยเมื่อเด็กๆ..อ้ะ)...มาเป็นกำลังใจเจ้าค่ะ..รักษาสุขภาพค่ะ..ยายธี