ขอเป็นกำลังใจให้กับว่าที่คุณแม่ทุกท่านค่ะ

น้ำท่วมปี นี้ทุกบ้านล้วนมีแต่คราบน้ำตา........


นอกจากต้องทุกข์ยากลำบากกาย กับการต้องอุ้มท้องลูกน้อยในครรภ์แล้วนั้น คุณแม่ยังต้องมาลำบากยากเข็ญกับภัยน้ำท่วมอีก ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์โดยไม่รู้ตัวค่ะ เพราะคุณแม่เครียดแล้ว ส่งผลให้นอนไม่หลับ ทารกในครรภ์ก็น้ำหนักไม่ขึ้นอีก บางคั้งอาจรุนแรง ถึงขั้นแท้งบุตรได้
          พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ และเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์สุขภาพหญิง รพ.พญาไท 1กล่าวว่า สาเหตุของความเครียดที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น อันดับแรกมาจากปัญหาการที่ต้องย้ายที่อยู่อาศัย เพราะถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถพักอาศัยต่อไปได้ 2.กังวลว่าจะไม่สามารถมาพบแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนดได้ หากน้ำท่วมขังยาวนาน 3.กังวลเกี่ยวกับสถานที่คลอดบุตร ในกรณีคุณแม่ท้องแก่ 4.ประสบกับปัญหาน้ำท่วมที่ทำงาน ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางที่ยาวนาน และเป็นอุปสรรคกับคุณแม่ตั้งครรภ์ 5.เป็นห่วงทรัพย์สินที่ถูกน้ำท่วม
       สำหรับวิธีคลายเครียดของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น คุณหมอแนะนำว่า อันดับแรกคุณแม่ตั้งครรภ์ควรที่จะไปพบสูตินรีแพทย์ก่อน เพื่อรับฟังวิธีดูแลตนเองที่ถูกต้อง เช่น การรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนด เพราะหากเกิดอาการเครียดอาจส่งผลให้น้ำหนักลด จนอาจกระทบต่อลูกในครรภ์ได้ และที่สำคัญการไปพบแพทย์จะทำให้ลดความเครียด หรือคลายความกังวลลงไปเกินครึ่ง เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์จะรู้สึกว่ามีคนให้คอยปรึกษา หรือมีที่พึ่งทางจิตใจนั่นเอง และในกรณีหากจำเป็นต้องย้ายที่อยู่อาศัยใหม่นั้น ควรรีบไปฝากครรภ์กับแพทย์ที่อยู่ในสถานพยาบาลที่ใกล้เคียงให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะถึงกำหนดพบแพทย์หรือไม่ก็ตาม เพื่อลดปัญหาแท้งบุตรหรือคลอดก่อนกำหนดนั่นเอง

          2.การพูดคุยกับลูกในท้องนั้น ก็สามารถช่วยระบายความเครียดให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะช่วง 4-5เดือนนั้น เด็กจะสามารถสื่อสารและรับรู้สิ่งที่พ่อแม่พูดคุยได้ ซึ่งคุณแม่สามารถเล่าปัญหาที่ได้เจอ เช่น บ้านถูกน้ำท่วมนานแค่ไหนแล้ว หรือแนวทางในการซ่อมแซมบ้านเป็นอย่างไร หรือเลือกการอ่านนิทานให้ลูกฟังก็ได้ โดยเปลี่ยนกันเล่ากับคุณพ่อคนละ 15-20นาที ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะจะพูดคุยกับลูกนั้น ควรเป็นช่วงหลังอาหารเย็น เพราะช่วงดังกล่าวเลือดจะไปเลี้ยงสมองของลูกได้มากที่สุด ดังนั้นการตอบสนองหรือการรับรู้ของลูกจะเป็นไปได้ด้วยดี 3.การเล่นกับลูกในครรภ์ ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้โดยการนำมือไปรับหรือสัมผัสในตำแหน่งที่ลูกดิ้น ก็ถือเป็นการช่วยคลายเครียดและเพิ่มกำลังใจให้กับคุณแม่ได้ นอกจากนี้คุณแม่สามารถกระตุ้นให้ลูกเล่น โดยการนำมือทั้งสองข้างตั้งไว้ที่บริเวณหน้าท้อง และสัมผัสไปยังบริเวณต่างๆ ให้ทั่วหน้าท้อง เพื่อให้ลูกดิ้นตามตำแหน่งที่แม่สัมผัสก็ได้เช่นกัน โดยคุณแม่ควรนั่งหรือนอนเอนกาย โดยให้ขาทั้งสองข้างพาดสูง 4.หากเกิดความเครียด คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหาเพื่อนพูดคุย ไม่ว่าเป็นเพื่อนที่ทำงาน ญาติมิตร หรือปรึกษาแพทย์ ฯลฯ เพื่อหาที่ระบาย ก็สามารถช่วยคลายทุกข์หรือความเครียดในช่วงน้ำท่วมได้

     อย่างไรก็ตาม คุณหมอได้ฝากถึงคุณแม่ใกล้คลอดที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังว่า ควรที่จะมีเบอร์โทรศัพท์สูตินรีแพทย์ไว้ เพราะหากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น ก็ควรโทรศัพท์ปรึกษาแพทย์ทันที และที่สำคัญไม่ควรเกรงใจหรือเขินอายที่จะขอคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อลดการคลอดก่อนกำหนด รวมถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ ในช่วงน้ำท่วมขังด้วย ขณะเดียวกันคุณแม่ตั้งครรภ์ควรสังเกตอาการดังต่อไปนี้ 1.อาการ ปวดท้องในลักษณะของการปวดอุจจาระ หรือปวดประจำเดือน หรือปวดท้องถี่ห่างกันประมาณ 10นาที 2.มีน้ำสีขาวไหลออกมาจากช่องคลอดเหมือนโดนน้ำราด 3.มีเลือดออกบริเวณช่องคลอด 4.ลูกดิ้นแรงขึ้น เพราะอาการเหล่านี้เป็นอาการของคุณแม่ตั้งครรภ์ใกล้คลอดบุตร ดังนั้นควรรีบอพยพออกจากบริเวณน้ำท่วมขัง หรือไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

โดย NARUMON

ข้อมูลสนับสนุนสจาก หนังสือพิมพ์ไทยโพส