เราจะฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน

การมาของ "น้ำ" ครั้งนี้ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง บางคนได้รู้จักคำว่า "รักสามัคคี" บางคนได้เข้าใจกับคำว่า "ความเสียสละ" ขณะที่หลาย ๆ คนก็ได้เรียนรู้กับคำว่า "น้ำใจ"

        ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยของเราในปีนี้นั้น ใครจะไปคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวง เขตเศรษฐกิจ และมีความพร้อมในหลายๆด้านในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อ2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้เห็นข่าวเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัด ตั้งแต่นครสวรรค์ ไล่ลงมาถึงลพบุรี และล่าสุดท่วมเมืองอยุธยา ภาพแต่ละภาพที่เห็นนับว่ารุนแรงที่สุดที่เคยพบมา การช่วยเหลือถูกหลั่งไหลเข้าไป ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะยากลำบากในการเข้าช่วยเหลือ หรือผู้ทุกข์ร้อนลำบากในการที่จะออกมาขอความช่วยเหลือ แต่เรายังเห็นรอยยิ้มในคราบน้ำตาของผู้ประสบภัย เห็นภาพความร่วมมือร่วมแรงใจของผู้ใจบุญ แม้บางคนไม่มีกำลังทรัพย์ในการบริจาค ยังอุตสาห์เอาแรงมาช่วยกัน

        ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศลาว ขณะนั้นน้ำยังไม่ท่วมกรุงเทพ แต่ได้เห็นน้ำใจของคนบนโลกนี้ แม้ไม่ได้เป็นคนไทยยังถามถึงเหตุการณ์บ้านเมืองของคนไทย และเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ ข้าพเจ้าไปเจอเจ้าของร้านขายซีดีในลาว เมื่อเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย เค้าบอกว่าจะลดราคาให้เป็นพิเศษ เพื่อช่วยเหลือคนไทย ได้ฟังอย่างนี้แล้วรู้ได้เลยว่าเราไม่ได้เผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง ยังมีประเทศต่างๆที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่โทษว่าใครผิดใครถูก อย่างที่เคยได้ยินว่าเราจะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เราได้เห็นทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นตัวชาวบ้านเองไปจนถึงผู้บริหารประเทศร่วมใจกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้แบ่งแยกสี แบ่งแยกพรรค โดยเฉพาะกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์น้ำท่วม พวกเขาไม่เคยทิ้งเรา คอยอยู่ข้างเรามาตลอด และยื่นมือช่วยเหลือโดยที่ไม่ปริปากบ่นเลยสักครั้ง... พวกเขาเหล่านั้นก็คือ "ทหาร"  สิ่งที่เขาทำมันไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่มันเป็นสิ่งที่เขาทำด้วยใจ เพราะทุกลมหายใจเข้าออกของพวกเขา นั้นก็คือ "การดูแลประชาชน"  และไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายสักเท่าไร แต่เพื่อให้ประชาชนได้คลายกังวล นอนหลับสบาย และถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย เขาก็พร้อมและเต็มใจที่จะทำ 

 

 


        จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ทหารทุกคนต่างทำงานโดยไม่มีวันหยุด บางคนต้องอดหลับอดนอน เป็นทั้งเวรยาม เป็นทั้งคนเฝ้าระวัง กับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ อีกทั้งยังคอยช่วยเหลือประชาชน ต่อทุกความเดือดร้อน โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้จะเหนื่อยยากลำบากสักเท่าไรก็ตาม ...โดยเฉพาะภาพของทหารเกณฑ์ที่ต้องลุยน้ำช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกวัน ทำงานหนักเพื่อที่จะไม่ให้น้ำเข้าเขตกรุงเทพ แม้จะเหนื่อย ทุกคนคงเคยเห็นภาพที่ทหารต้องกินข้าวแช่น้ำ นอนข้างกองทราย ลุยน้ำจนถึงคอแจกถุงยังชีพ ตะโกนเสียงแทบไม่มี ยิ้มทุกสภาวะ รายได้แค่เงินเดือนน้อยนิดกับน้ำไม่กี่ขวดและข้าวกล่องที่ไม่มีอะไรพิเศษในนั้น เขามาช่วยเราอย่างเต็มใจ พูดจาไพเราะ บางครั้งก็ได้รับคำชม แถมบางทีไม่ทันใจก็มีเสียงด่าทอมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยบ่น และหมดกำลังใจ ไม่มีค่าตอบแทน เพียงแค่ได้ยินคำว่า “ขอบคุณ” เท่านี้ก็สุขใจแล้ว

        ไม่ใช่เพราะข้าพเจ้าใกล้ชิดกับทหาร แต่ทุกคนที่ได้เห็น ได้รู้ ก็รู้สึกได้ว่าเค้าทำเพื่อใคร มีใครบางคนบอกว่า เกิดมาเป็นชายชาติทหาร เป็นทหารของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นทหารของประชาชน จึงทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพระเจ้าแผ่นดิน และประชาชนของพระองค์ ไม่ใช่เพียงแต่ทหารเท่านั้นที่รักพระองค์ ข้าพเจ้าคิดว่าประชาชนทุกคนก็เป็นเช่นนั้น ในวันหนึ่งที่มีข่าวน้ำท่วมเข้ากรุง ทุกคนเตรียมรับมือกับสถานการณ์เพื่อไม่ให้น้ำเข้าเมือง แต่ยังมีอีกกลุ่มที่ไปช่วยกันคุ้มกันโรงพยาบาลศิริราชไม่ให้น้ำเข้ามา เค้าบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย จะป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาจนสุดความสามารถ หากข้าพเจ้าและคนอื่นสามารถเข้าไปได้ก็คงจะไปร่วมเหมือนกัน

 

 

 

        เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สอนอะไรเราหลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องความมีน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และโทษของความเห็นแก่ตัว เห็นแก่เขตที่อยู่ของตนเองว่าทำให้เกิดอะไรขึ้น ข้าพเจ้าเชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี   หลายคนบอกว่า "น้ำ" ได้พลัดพรากหลายสิ่งหลายอย่างไปจากคนไทย... ความสุข...ความหวัง...รอยยิ้ม รวมทั้งความสะดวกสบาย ล้วนถูก "น้ำ" พัดให้หายปลิวไปพร้อม ๆ กับความแรงของมันทั้งสิ้น ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นผู้ประสบภัยแล้ว หรือยังไม่เป็นผู้ประสบภัยก็ตามที  
        แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การมาของ "น้ำ" ครั้งนี้ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง บางคนได้รู้จักคำว่า "รักสามัคคี" บางคนได้เข้าใจกับคำว่า "ความเสียสละ" ขณะที่หลาย ๆ คนก็ได้เรียนรู้กับคำว่า "น้ำใจ" ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะ "ผู้ให้" หรือ "ผู้รับ" ก็ตาม ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้ผ่านพ้นอุปสรรคที่เกิดขึ้น สามารถลุกขึ้นเผชิญกับปัญหา และพร้อมที่จะฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็งในการดำเนินชีวิตบนโลกใบนี้ต่อไป ดังบทเพลงนี้ “สมศักดิ์ศรีวิถีคนกล้า”


โค้ดเพลง | ฟังเพลงอื่นๆ

 

ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก Internet

พนิดา  ชาเสน

ศูนย์ประกันคุณภาพ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน SHA-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 
  • ตลอดไปช่วยชาวบ้าน
  • พบทหารหลายเหล่ามาก
  • ชาวบ้านหลายคนมีจิตอาสา
  • น้ำเอ้ย น้ำใจ ของใครให้มา...

สวัสดีค่ะ  อ.ขจิต ฝอยทอง

จากการที่รอช่วยเหลือจากภาครัฐ  เดี๋ยวนี้ประชาชนเริ่มรวมกลุ่มกัน  ช่วยเหลือกัน  หรือที่เรียกว่า ชุมชนดูแลตนเอง

คนไทยไม่แล้งน้ำใจค่ะ