ครูในดวงใจ เป็นผู้ให้ความเป็น ฅ.ฅน

         วิชาที่ฝังรอย เรียงราย ลงรากลึก บนเส้นสายความจำ อย่างไม่รู้ลืมเลือน ในคราวเป็นนักเรียนเกษตร " แม่โจ้ "  เห็นจะไม่เกิน วิชา “ ข้าว “ ที่ชื่อสั้นๆ  แต่การเรียนรู้ไม่สั้น เหมือนชื่อ.. พบกันชั่วโมงแรก  

                               

อาจารย์สุรัตน์ มงคลไชยสิทธิ์ ผู้สอน เกริ่นให้ทราบถึงกรอบและขอบเขต ที่จะศึกษาเล่าเรียนกัน โดยแยกเป็น ๒ ภาค  

          ภาคแรกเป็นเรื่องของทฤษฎี  ว่ากันตั้งแต่ประวัติ/ประเภทของข้าว สัณฐานและอนุกรมวิธานของข้าว การปลูก-การดูแลรักษา การแปรรูป / การตลาด  และสิ่งสำคัญที่ทุกคนจะต้องจดจำเป็นภาษาอังกฤษให้ได้ อย่างขึ้นใจ ก็คือ ส่วนประกอบและรูปลักษณ์ทุกส่วนของข้าว หรือที่เรียกกันว่า “ สัณฐานและอนุกรมวิธาน “ การท่องจำ อันดับ(Order)ของแมลง ทั้ง ๒๔  Order เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดหมวดหมู่ของแมลงศัตรูข้าวและเป็นพื้นฐานเรียนวิชากีฎวิทยา ในอนาคต..

         ส่วนภาคที่ ๒ ที่เป็นเรื่องของการปฎิบัติ ทุกคนจะต้องทำ ต้องปฎิบัติ ก็คือ

             เรื่องแรก  ทุกคนจะต้องทำนาด้วยตนเอง คนละ ๑ งาน หรือ ๑๐๐ ตารางวา  โดยให้อุปกรณ์ทำนา เพียงจอบกับมีดเพียงเท่านั้น  ทุกคนจะต้องถากหญ้า ขุดดินด้วยจอบหนัก ๓.๕ ปอนด์แทนการไถ เมื่อขุดเสร็จ ให้เอาน้ำเข้า  เหยียบย่ำทำเทือก ด้วยเท้าทั้ง ๒ ข้าง  ปักดำ(รับกล้าจากแปลงรวม)  ดูแลรักษา จนกระทั่ง เก็บเกี่ยว ห้ามจ้างโดยเด็ดขาด...

          เรื่องที่ ๒ ก็คือ  ทุกคนจะต้องไปหาวัชพืชมาส่ง คนละ ๑ ชนิด เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อย่างไม่ซ้ำชนิดกัน     ผมเองจับฉลากได้ วัชพืชที่ชื่อว่า  ผักเต่า หรือผักตับเต่า ซึ่งเป็นวัชพืชน้ำ ครับ 

       

             พอวันหยุด ผมก็เดินเที่ยวท่อง ตามร่องและคูคลอง เป็นนกกระยางโทน ที่หากบเขียดปูปลากิน  เวลาผ่านไป ๒ วัน ก็ยังหาไม่ได้..แสงแดด ก็แผดเผา ผิวให้ดำ จนมืดมิด เหลือความขาวทิ้งไว้ที่ปลาย ฟ.ฟันเท่านั้น  .

  แต่เหมือนโชคช่วยครับ    ผมได้พบพี่ “ วิบูลย์ บุตรเต “พี่รุ่นเก๋า ลายคราม

                               

ที่กระท่อมท้ายสวนลำไย ข้างคอกหมู  จึงรีบขอคำแนะนำ ถึงหน้าตา/รูปร่างและแหล่งของผักตับเต่า ที่พอจะเก็บมาส่งครูบาอาจารย์ได้…..

        “พี่รู้จักแต่ ผักเต่าเล็ก ผักเต่าใหญ่  ผักเต่าดอกเหลือง ..และก็ๆๆ ผักเต่าบก “ พี่วิบูลย์ บุตรเต บอกผมอย่างยิ้มๆ  พร้อมกับถามผมต่อว่า 

              “ แล้ว.. ดมได้รับมอบหมายหาผักเต่าชนิดไหนล่ะ “   เมื่อได้ยินพี่วิบูลย์ถาม ก็ชื่นชมพี่ อยู่ในใจว่า พี่ช่างเป็นคนที่รอบรู้และละเอียดรอบคอบ เสียนี่กระไร

              “ โอ้ ..ไม่ทราบชนิดจริงๆ ครับพี่  อาจารย์บอกให้หาแต่ผักตับเต่า  คงเลือกเอาชนิดใดชนิดหนึ่งมั๊ง   ผมตอบพี่บูลย์ไป อย่างไม่มั่นใจตนเองนัก

             “ นี่ถ้าเจออาจารย์ ก็ลองสอบถามท่านดูน๊ะ..จะได้ไม่ผิดพลาด “ พี่ที่แสนดีให้คำแนะนำ

     แล้วผม ก็เดินจากพี่วิบูลย์มา  เพื่อลิ้มรสกาแฟของลุงช่วย  ที่ Co-op Bar ซึ่งอยู่หน้าบ้านของอาจารย์ผู้สอน เพื่อดับความร้อนของอากาศ  ได้พบกับอาจารย์ผู้สอน..จึงเดินรี่เข้าไปถามอาจารย์ว่า จะให้ผมเลือกหา..ผักตับเต่าชนิดไหน..ส่งครับ...

       “ แล้วเธอว่า  มันมีกี่ชนิดล่ะ “  แหนะ.. อาจารย์กลับมาย้อนถามผม .. เหมือนจะลองภูมิ  คนมีครูอย่างผม..รึจะยอม..จึงยืดอก ตอบอาจารย์ อย่างมั่นอกมั่นใจ ตามที่พี่ครูวิบูลย์ บุตรเต บอกทันที....

      “ เท่าที่ผมทราบ ก็มี ผักเต่าเล็ก เต่าใหญ่ เต่าดอกเหลือง และก็ผัก...เต่าบกครับ “ พอผมพูดจบ  อาจารย์ก้มมองผม ลอดแว่น...พร้อมกับพูดว่า “ เธอไปรู้มาจากไหน ?? “

      ผมชัก จะไม่ค่อยแน่ใจตนเองเสียแล้วละว่า  ผมพูดผิดอะไรไปหรือเปล่า..ก่อนที่จะตอบอาจารย์ไป อย่างอ้อมแอ้มว่า....” พี่วิบูลย์ บุตรเต .. บอกและแนะนำผมมาครับ "

       อาจารย์ยิ้มอย่างเมตตา ก่อนที่จะพูดด้วยเสียงอันดังว่า  “ ไอ้ ๓ อย่างแรก เธอเจออย่างไหน ก็เลือกเก็บเอามา ๑ อย่าง  ส่วนผัก.เต่าบกของวิบูลย์เขา ....เอาไว้หาหลังจากเธอ มีงาน มีการทำก็แล้วกัน  เมื่อพบแล้ว.. จะส่งข่าวให้ครูทราบก็น่าจะพอ ไม่ต้องเก็บตัวอย่างเอามาส่งครูหรอก  “  พูดเสร็จ ท่านก็เดินจากไป ในขณะที่ผมยังงง..อยู่ไม่หาย

       

        จึงนำมาบันทึกไว้  โดยหวังว่า..คงจะช่วยให้จิตมันแจ่มใส .. ท่ามกลางความทุกข์ร้อนที่เกิดจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ...ผมหวังไว้อย่างนั้นจริงๆ ครับ.. ไม่ได้โม้..

      

                                               

                                                     สามสัก

                                              ๑๕ พ.ย.๒๕๕๔