Large_treasure03

    เรื่องพูดถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่นำเราไปสู่ความสงบความร่มเย็น ถ้าเราพูดไม่ดีก็จะนำเราให้เดือดร้อน คนอื่นก็เดือดร้อน พระพุทธเจ้าท่านจัดอริยมรรคข้อหนึ่ง ในอริยมรรคมีองค์ ๘ ในเรื่องพูด คนเราส่วนใหญ่ก็ทำตามความเคยชินตั้งแต่เด็ก ๆ เคยพูดอย่างไรก็พูดอย่างนั้นทำตามความเคยชิน ไม่มีสติไม่มีสมาธิไม่มีปัญญาในเรื่องพูด มันอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาเลย ไม่คิดก่อนพูด ไม่กลั่นกรองคำพูดดี ๆ เสียก่อนว่าพูดไปแล้วตัวเองเดือดร้อนหรือไม่ผู้อื่นเดือดร้อนหรือไม่ เราจะตามใจของเราไม่ได้ เพราะใจของเราไม่ใช่ใจของพระอริยเจ้าใจพระอรหันต์ เป็นใจที่มีทิฏฐิมานะเป็นใจที่มีอัตตาตัวตน

     คำพูดเป็นสิ่งที่สื่อสารภายนอกเพื่อให้เกิดสันติสุข เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น บางคนไม่เคยพูดดี พูดเพราะ พูดสุภาพ พูดนิ่มนวลอ่อนโยนอ่อนหวาน เวลาพูดมันก็ละอายตัวเอง เพราะความดีไม่เคยทำมันก็เก้อเขิน มันเคยแต่พูดตรงไปตรงมาขวานผ่าซาก พูดมะนาวไม่มีน้ำ พูดกระแทกแดดัน พูดย้อนศรจนมันเคยชิน พูดอย่างนั้นมันมีความสุข มันสะใจ มันอิ่มใจ มันคลายเครียด ความเคยชินของเรา เมื่อมาพูดดี ๆ พูดเพราะ ๆ พูดอ่อนหวานมันเลยเก้อเขิน มันเลยละอายในตัวเอง จนไม่รู้ว่าตัวเองกระทำความผิดจนคิดว่าเป็นจริตของตัวเอง จริตของตัวเองมันเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่จริตของเราเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะว่าไม่ได้ฝึกปฏิบัติ เป็นคนมักง่ายในการพูด

    “การพูดมันก็เมาเหมือนกันนะ มันเมายิ่งกว่าเมาเหล้าอีก ถ้าได้พูดมันสบายใจ มันสุขใจ มันโล่งใจ มันเล่นเอาคนอื่นเดือดร้อนหมด เพราะคนอื่นไม่มีโอกาสได้พูด...”


บางคนเป็นคนฉลาด เป็นคนเก่ง เป็นคนที่มีความสามารถ ทำมาหากินประกอบอาชีพ แต่ไปเสียในเรื่องพูด เกิดมาไม่มีใครรักเลย คบกับเพื่อนไม่กี่ปีกี่เดือนเพื่อนก็ไม่เอา อยู่กินกับครอบครัวครอบครัวก็ไม่เอา สุดท้ายตั้งแต่อยู่มาจนแก่เฒ่าก็เลยเป็นคนไม่มีเพื่อน เพราะอยู่ใกล้ใครมันก็ไปเผาคนนั้น เขาร้อนเขาอยู่กับเราไม่ได้ เพราะเราอยู่กับคนอื่นเราต้องเป็นประโยชน์ให้เขา ให้สิ่งของให้ประโยชน์ทางคำพูด ให้ประโยชน์ในการให้สติให้ปัญญา เมื่อเราไม่ฉลาดในการพูดมันเลยเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราเป็นคนไม่มีเพื่อน คนเรามันต้องมีเพื่อนมีฝูง มีหมู่คณะ แม้แต่เราพูดดีพูดถูกต้องเราก็ต้องระมัดระวังตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็นคนพูดมาก บางคนพูดดีพูดเก่ง พูดถูกต้องแต่มันพูดมาก มันก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเหมือนกัน เห็นหน้าใครแล้วพูดไม่หยุด คนอื่นพูดไม่ทัน มันพูดดี พูดเก่ง พูดเพราะ คนอื่นไม่มีโอกาสได้พูดเลย

Large_treasure04

 การพูดมันก็เมาเหมือนกันนะ มันเมายิ่งกว่าเมาเหล้าอีก ถ้าได้พูดมันสบายใจ มันสุขใจ มันโล่งใจ มันเล่นเอาคนอื่นเดือดร้อนหมด เพราะคนอื่นไม่มีโอกาสได้พูด มันพูดลูกเดียว ถ้าเจอคน ๆ นี้ พูดจนลูกเดือดร้อน ครอบครัวเดือดร้อน มันพูดดี พูดถูก แต่มันมากเกิน เขาเรียกว่าเป็นคนดีแต่เป็นคนไม่มีสมาธิ ไม่มีเบรก มีแต่คันเร่งลูกเดียว ถ้าพูดมากอย่างนี้คนอื่นเขาก็แย่ เราต้องฝึกฟังคนอื่นเขาพูดบ้าง เพื่อให้เขาได้โอกาสมีโอกาส มันถึงจะได้มีโอกาสได้พูดคุยกัน นี่เราเล่นยิงออกมาเป็นชุด ๆ เลย ยิ่งกว่าเอ็ม ๑๖ เสียอีก

“คนเราส่วนใหญ่มันไม่รู้ตัวเอง ไม่เห็นความผิดในตัวเอง ความบกพร่องข้อเสียของตัวเอง แต่คนอื่นเขาอยู่รอบ ๆ เขาแย่แล้ว เขาทนไม่ไหวแล้ว...”

ถ้าเราเป็นคนพูดดีพูดมากอย่างนี้ เราต้องฝึกเจริญสติ ฝึกหายใจเข้าภาวนาในใจว่าอย่าพูดมาก หายใจออกภาวนาว่าอย่าพูดมาก เราต้องเอาคำบริกรรมว่าหายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธ เพื่อให้สติแก่ตนเอง คนเราส่วนใหญ่มันไม่รู้ตัวเอง ไม่เห็นความผิดในตัวเอง ความบกพร่องข้อเสียของตัวเอง แต่คนอื่นเขาอยู่รอบ ๆ เขาแย่แล้ว เขาทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งเราเป็นคนแก่เป็นผู้เฒ่าต้องฝึกพูดดี ๆ พูดเพราะ ๆ อย่าพูดมากเพราะลูกหลานมันเกลียด มันไม่ชอบ ลูกหลานมันเบื่อมันไม่ชอบ บางทีเราก็พูดคำเก่า ๆ อยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็พูดอยู่อย่างนั้น เดี๋ยวก็พูดอยู่อย่างนั้น พูดจนลูกหลานมันต่อว่าพ่อแม่อย่าพูดมากมันเข้าใจแล้ว มันรู้แล้ว เรามันมีความอยากความต้องการ อยากให้ลูกเป็นอย่างนี้ อยากให้หลานเป็นอย่างนี้ กิเลสมันเผาตัวเองมันก็ไปเผาคนอื่น เผาลูกน้องบริวาร แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีศีลธรรม เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรประจำบ้านประจำตระกูล กลับเป็นผู้เผาผู้ทำลายเสียเอง

“เราอย่าเป็นคนพกระเบิดถือระเบิด พร้อมที่จะระเบิดคนอื่นโดยความโกรธ ความแค้น ชิงชัง สิ่งไหนไม่ดีของคนอื่นเอามาเก็บไว้ในใจหมด ความคิดอย่างนี้มันทำให้จิตใจของเราเป็นมะเร็งร้าย สุดท้ายกายของเราก็จะกลายเป็นมะเร็งไปด้วย...”


ขอให้ทุกท่านกลับมาดูตัวเอง ดูความบกพร่องของตัวเอง เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุง อันไหนมันไม่ดีก็แก้ไข สิ่งไหนมันดีแล้วก็ให้มันดียิ่ง ๆ ขึ้นไป จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ผู้ที่ทำตามใจตัวเอง คนอื่นที่เขาเกิดมาในโลกนี้เขาก็มีหัวใจเหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นคนยากคนจน เป็นคนด้อยโอกาส ที่เป็นลูกน้องพ้องบริวารของเรา เขาก็มีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน เพราะพระพุทธเจ้าให้เรามีความรัก มีความเมตตา มีความสงสาร ฝึกเมตตาคนอื่น ฝึกสงสารคนอื่น ฝึกช่วยเหลือผู้อื่น เราจะได้สร้างความดี เราจะได้สร้างบารมี คนเราถ้าฝึกเจริญเมตตาเยอะ ๆ สงสารเยอะ ๆ มองคนอื่นในแง่สงสารแง่กรุณาดีกว่า ไม่มองคนอื่นในแง่ไม่ดีแง่ลบ เราอย่างเป็นคนพกระเบิดถือระเบิด พร้อมที่จะระเบิดคนอื่นโดยความโกรธ ความแค้น ชิงชัง สิ่งไหนไม่ดีของคนอื่นเอามาเก็บไว้ในใจหมด ความคิดอย่างนี้มันทำให้จิตใจของเราเป็นมะเร็งร้าย สุดท้ายกายของเราก็จะกลายเป็นมะเร็งไปด้วย ใจของเรามันชอบเป็นคนนิสัยโกรธ ถือว่าเป็นสิ่งไม่ดี เราต้องแก้ไข ต้องได้รับการแก้ไขด้วยการเจริญเมตตาให้มันมาก ๆ มันโกรธตัวเองยังไม่พอ มันยังโกรธคนอื่นอีก


Large_treasure05


เราพยายามเป็นผู้ให้ ให้ความเมตตา ให้รอยยิ้ม ให้วัตถุสิ่งของ ให้คำพูด ให้สติปัญญาในการดำรงชีวิต ความผาสุกความสงบก็จะเกิดขึ้นแก่เราและผู้อื่น คนเรามันต้องแก้ไขตัวเองนะ ถ้าเราไม่แก้ไขวันนี้ วันหน้าเราก็ต้องแก้ไขอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นหน้าที่เป็นการเป็นงานของเรา พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอย่าปล่อยให้เราเสียเวลาไปมาก บางทีมันอาจจะเสียตลอดชีวิตก็ได้เพราะความประมาทของเรา

สุดท้ายก็หวังว่าทุกท่านจะได้นำเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อตั้งอยู่ในความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม เพื่อจะได้มีความสุขความร่มเย็นตลอดกาลนาน...

 


ปรกฺกโม ภิกขุ
(บันทึก)

วันอังคารที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๔

 


สมบัติของพ่อ