อีกหน้าที่หนึ่งของชีวิต
อีกหน้าที่หนึ่งของชีวิต...
นับจากที่ พ่อบ้านเกษียณอายุราชการ สิ่งที่ครอบครัวของเรา
ต้องดูแล นั่นคือ ตาทวด + ครอบครัวของน้องเพรียง เนื่องจาก
ทั้งตาทวดมีปัญหาในเรื่องของการเป็นโรคอัมพฤกษ์ ไม่มีผู้ดูแล
สำหรับน้องเพรียง ก็ยังเด็กเกินไป...พ่อบ้าน จึงไปอยู่เป็น
เสาหลักให้ก่อน เพื่อที่จะได้เป็นครอบครัวที่แข็งแรงต่อไปได้...
และตั้งแต่ปรับปรุงบ้านที่พิษณุโลกนี้แล้ว...สำหรับรอบบ้าน
ไม่ต้องพูดถึง เมื่อพ่อบ้านไม่อยู่ ก็จะไม่มีคนดูแลในเรื่อง
ของความสะอาดตา เพราะลำพังผู้เขียนวัน ๆ ก็ทำแต่งาน
ผู้เขียนพยายามมองดูอยู่ว่า เอ...บ้านก็ปรับปรุงเสร็จนานแล้ว
รอบบ้านก็รกขึ้นทุกวัน เกรงอย่างเดียว กลัวว่า "สัตว์ที่ไม่ได้
ถูกรับเชิญ จะเข้ามาเยี่ยมเยียน"...
เมื่อได้ฤกษ์ดี...ก็เริ่มลงมือทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ บ้าน เพื่อ
ไม่ให้รก...เพราะก่อนหน้านี้ "พ่อบ้าน" บอกว่า "ให้จ้างคนมาทำ"
แต่ความที่ผู้เขียนคิดว่า "เราเองก็น่าจะทำได้...
จะได้ไม่ต้องจ้างเขา เพราะที่ดินก็ไม่มากสักเท่าไร?"...แต่ต้องหา
เวลาเหมาะ ๆ ก่อน...
และแล้ว...ผู้เขียนก็ได้ลงมือถากถางหญ้าซึ่งรก เพราะถ้าสมัย
พ่อบ้านอยู่ด้วยจะไม่รกเช่นนี้...จะคอยถากถาง ตกแต่งต้นไม้
เพื่อให้ดูสะอาดตา...แต่บัดนี้ ไม่มีคนทำให้...ผู้เขียนก็ถือว่า
เป็นหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งของผู้เขียนเองที่จะต้องลงมือทำ
ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ...
ความที่ไม่ค่อยได้ทำงานในเรื่องนี้มานานแล้ว...พอวันแรกที่
ลงมือทำ บอกได้เลยว่า "เหนื่อยมาก ๆ...ยามนอนหลับ
หมดแรง หลับไม่รู้สึกตัวเลย"...
แต่วันต่อมา อาการก็ดีขึ้น ถ้าเป็นคนสมัยก่อน "เขาจะบอกเราว่า
ต้องซ้ำ อาการจึงจะหาย..."
และก็คิดต่อว่า...ถ้าไม่อยากให้งานหนักอีก...เอาไว้เวลาเย็น ๆ
หลังเลิกงานแล้ว ถ้าหญ้ากำลังจะขึ้นอีก...ก็ต้องหาเวลาและ
คอยถากถางอยู่สม่ำเสมอ จะทำให้ตัวเราไม่เหนื่อยเหมือน
ครั้งนี้อีก...เรียกว่า "ทำไปวันละน้อย ละนิด" หญ้าก็จะหมดไปเอง
ในครั้งแรกผู้เขียนต้องการปูกระเบื้องให้หมดรอบบ้าน...
แต่เรื่องก็มีอยู่ว่า เจ้าของโครงการ นำท่อระบายน้ำมาวางไว้
ตามขอบหลังคาบ้าน คือ "นำท่อมาวางไว้กลางที่ดิน"...
จึงทำให้ "ถ้าผู้เขียนปูกระเบื้องก็จะทำให้
ปูทับกับท่อระบายน้ำ ซึ่งถ้าเกิดปัญหาในเรื่องของท่อระบายน้ำ
ในอนาคตจะทำให้ต้องทุบกระเบื้องออกอีก...เรียกว่า "งานเข้า"
อีกรอบ จึงตัดสินใจ "ไม่ปูกระเบื้อง"
ปล่อยเอาไว้ปลูกต้นไม้บ้าง...
มีเศษวัสดุที่เหลือจากการต่อเติม ก็จะนำมาเก็บเอาไว้
ด้านหลังบ้าน (ที่ด้านหลังบ้าน...ก่อนจะทำการถากถาง)
ถ้าพ่อบ้านอยู่ พ่อบ้านจะชอบปลูกกล้วยมาก...ปลูกมาก
แต่ไม่เคยกิน เมื่อกล้วยแก่แล้ว พ่อบ้านจะนำไปแจกให้กับ
เพื่อนบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็แบ่งให้นกกินบ้าง...
"พี่ภัคร" บอกว่า "แม่ด้านหลังนี้ ต่อห้องเพื่ออ่าน + เก็บหนังสือ
ได้อีกหลังใหญ่เลยน่ะ..." ผู้เขียนบอกลูกว่า...
"แม่หมดปัญญาแล้วล่ะ...เอาไว้เป็นหน้าที่ลูกก็แล้วกัน
เพราะแม่ก็ยกบ้านหลังนี้ให้แล้วนี่"...ทำอีกนิดเดียว
ไม่ต้องไปซื้อบ้านใหม่อีกแล้ว...สมัยแม่ เรียกว่า "มาจากศูนย์"
ต้องมาหาเอง...แล้วสำหรับลูก แค่ต่อเติมห้องอีกนิดเดียว...
แม่ว่า..."หนูก็คงทำได้"...
เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็ทำให้บ้านดูสะอาดตา ไม่รกเช่นแต่ก่อน
พ่อบ้าน บอกว่า "ต้นไม้ที่ใหญ่ ๆ ตัดได้ก็ตัดไปเลย เพราะ
รู้ว่า ผู้เขียนไม่มีเวลามาตกแต่งเช่นพ่อบ้านหรอก...
เอาไว้ก็เฉพาะที่ตัวผู้เขียนสามารถทำได้ก็แล้วกัน"
นี่ก็ถือว่า...เป็นหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่ง ที่ผู้เขียนอยากลงมือทำเอง
เพราะเป็นหน้าที่ของเรา เมื่อมีบ้าน ก็ต้องรู้จัก ดูแล รักษา
ปรับปรุงบ้านให้น่าอยู่ เพราะแหล่งสุดท้ายที่ตัวเราจะอยู่ด้วย
นั่นคือ "บ้านและครอบครัวของเราเอง"
เมื่อ ตัวเราให้เวลากับงานแล้ว...ก็ต้องมีเวลาให้กับครอบครัว
ของเราเองบ้าง...