เช้านี้ตื่นเช้ากว่าปกติเพราะเกรงว่าจะพลาดการบรรยายเกี่ยวกับ "อัตถะ" ที่ต่อเนื่องมาจากอาทิตย์ที่ผ่านมาของพรพรหมคุณาภรณ์ในรายการพุทธธรรมนำปัญญา

แม้ว่าท่านจะรจนาไว้ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์แล้วว่า อัตถะ คือ

อัตถะ ประโยชน์,
ผลที่มุ่งหมาย มี ๓ คือ
๑. ทิฏฐธัมมิกัตถะ ประโยชน์ปัจจุบัน, ประโยชน์ในภพนี้
๒. สัมปรายิกัตถะ ประโยชน์เบื้องหน้า, ประโยชน์ในภพหน้า
๓. ปรมัตถะ ประโยชน์อย่างยิ่ง, ประโยชน์สูงสุด คือพระนิพพาน;
อัตถะ ๓ อีกหมวดหนึ่ง คือ
๑. อัตตัตถะ ประโยชน์ตน
๒. ปรัตถะ ประโยชน์ผู้อื่น
๓. อุภยัตถะ ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

แต่ก็อยากฟังคำบรรยายที่ขยายความของท่านโดยตรงด้วย

ซึ่งจากคำบรรยายที่ท่านให้กับพระนวกะ ที่นำมาเผยแพร่ในรายการวันที่ 7 และ 14 พ.ย. 2544 พอจะสรุปความได้ดังนี้ค่ะ

อัตถะ นั้น มี 2 ชุด คือ

ชุดที่ 1 ในแนวตั้ง ประกอบด้วย

1 ทิฏฐธัมมิกัตถะ ประโยชน์ปัจจุบันนั้น เน้นที่คฤหัสถ์ คือ เน้นที่การมีทรัพย์สิน การมีสถานะทางสังคม ยศ สุขภาพ ชีวิตครอบครัว

(ในพจนานุกรมได้ให้คำบรรยายประโยชน์นี้ว่า

ทิฏฐธัมมิกัตถะ ประโยชน์ในปัจจุบัน, ประโยชน์สุขสามัญที่มองเห็นกันในชาตินี้ ที่คนทั่วไปปรารถนา มีทรัพย์ ยศ เกียรติ ไมตรี เป็นต้น อันจะสำเร็จด้วยธรรม ๔ ประการ คือ
๑. อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น
๒. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา
๓. กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนเป็นคนดี
๔. สมชีวิตา การเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้;
มักเรียกคล่องปากว่า ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์)

2 สัมปรายิกัตถะ ประโยชน์เลยตาเห็น การมีประโยชน์นี้ก็เพื่อกันการหาประโยชน์ปัจจุบันโดยมิชอบ (เช่นเบียดเบียนทรัพย์จากผู้อื่น) หรือใช้ประโยชน์ปัจจุบันเบียดเบียนผู้อื่น (เช่นใช้ยศเบียดเบียนผู้อื่น) รวมไปถึงเพื่อพัฒนาตนด้วย

สัมปรายิกัตถะ ประโยชน์ภายหน้า, ประโยชน์ขั้นสูงขึ้นไป อันได้แก่ ความมีจิตใจเจริญงอกงามด้วยคุณธรรมความดี ทำให้ชีวิตนี้มีค่า และเป็นหลักประกันชีวิตในภพหน้า ซึ่งจะสำเร็จได้ด้วยธรรม ๔ ประการ คือ
๑. สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา
๒. สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล
๓. จาคสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการบริจาค
๔. ปัญญาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยปัญญา
ธรรม ๔ อย่างนี้เรียกเต็มว่า สัมปรายิกัตถสังวัตตนิกธรรม

ที่ว่าเลยตาเห็น มี 2ลักษณะคือ เลยความสามารถที่ตาจะมองเห็นเพราะอยู่ภายในใจในปัจจุบัน และที่เลยตาเห็นเพราะเป็นประโยชน์ในอนาคต คือว่าในขณะจิตหน้าเป็นต้นไป เมื่อขณะจิตต่อไปดี ก็ไม่ต้องห่วงภพหน้า

ประโยชน์ปัจจุบันทำให้เป็น "คนมี"
ประโยชน์เลยตาเห็น ทำให้เป็น "คนดี"

แต่ไม่ว่าจะเป็นคนมี หรือ คนดี ล้วนอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ ต้องพบการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย หากต้องการพ้นไป จึงต้องมีประโยชน์ขั้น 3 ด้วย

3 ปรมัตถะ เพื่อความเป็นอิสระ อยู่ในโลกโดยไม่ติดโลก จนกระทั่งพ้นไปจากโลก คือ นิพพาน

อัตถะอีกชุด เป็นอัตถะในแนวราบอีกชุด คือ

1 ประโยชน์ตน คือการทำประโยชน์ตนทั้ง 3 ขั้น

2 ประโยชน์เพื่อผู้อื่น คือขณะที่ทำประโยชน์ตน ก็ทำเพื่อประโยชน์ผู้อื่นไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งประโยชน์ทั้ง 2 นี้ เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เพราะเมื่อทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น เช่น ได้ใช้ปัญญาแก้ปัญหาให้ผู้อื่น ปัญญาตนก็พัฒนาขึ้น ได้สละเพื่อผู้อื่น ก็เป็นการฝึกการละ

3 ประโยชน์เพื่อทั้งสองฝ่าย การสร้างสาธารณะประโยชน์ การธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม เป็นต้น

การบรรยายอัตถะ ทั้ง 2 ชุด จึงจบลงในเช้าวันนี้อย่างสมบูรณ์

เมื่อได้ฟังทางหู ได้ดูทางตา แล้ว กล่าวได้คำเดียวค่ะว่า

สาธุ