สัปดาห์ที่ผ่านมา บางวันฝนเหมือนจะตกแต่ไม่ตก บางวันแดดเปรี้ยง บางวันอึมครึม บางวันแค่เปาะแปะแล้วหายวับ แต่ที่พบจริงๆคือ ความอบอ้าวของอากาศ วันพุธที่ผ่านมา อยากปลีกกายออกจากบ้าน จึงเตรียมของใส่รถมุ่งหน้าสู่น้ำตกโตนงาช้าง การหลบหนีความอบอ้าวเพื่อหาความเย็นฉ่ำคือทางออก ผมเสียค่าผ่านประตู ๓๐ บาท เป็นค่ารถเข้าไปจอด ส่วนค่าบริการบุคคลไม่เสีย น่าจะเป็นความโชคดี ครั้งแรกของการมาคนเดียวผนวกกับการใช้วิจารณญาณอันใจดีของเจ้าหน้าที่ ผมหาทำเลที่เหมาะเพื่อนั่งพักผ่อนหย่อนใจ สายน้ำตกหลั่งไหลลงมากระทบโขดหิน เห็นปลาเยอะแยะ เด็กน้อยหลายคนเอาอาหารให้ปลาและเล่นกับปลา ผมคิดว่า เมื่อมาถึงน้ำตกอย่างนี้ ไม่ลงแช่สักหน่อยเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง จึงเปลี่ยนผ้าลงแช่ "เย็นฉ่ำดีแท้" ผมเปลี่ยนใจขึ้นจากน้ำเมื่อวัยรุ่นประมาณ ๕ คน มาแทรกแทรงที่ที่ผมแช่อยู่ อันที่จริงคือ เกรงว่า ของที่อยู่ในกระเป๋าซึ่งวางอยู่ใต้ต้นไม้จะหาย ความเกรงนี้คาดว่า น่าจะกลัวไปเอง ทำให้นึกขึ้นได้ว่า การมาหลายคนน่าจะดีกว่าการมาคนเดียว อย่างน้อยช่วยดูแลทรัพย์สินในกระเป๋าที่วางอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้แช่น้ำ อาบน้ำเย็นฉ่ำคลายความอบอ้าวที่บ้านเรียบร้อย

   ผมเปลี่ยนผ้าที่เปียกไปไว้ในรถ จากนั้นหาทำเลใหม่ที่ปลอดคน เปิดโน๊ตบุ๊ค เพื่อพิมพ์งานบางอย่าง ในบรรยากาศเย็นสบาย

สายน้ำไหลไหลเย็นเย็นชื่นฉ่ำ

เปรียบน้ำคำเย็นเย็นให้เย็นใส

มีสายน้ำไหลหลั่งระหว่างใจ

ย่อมเย็นชื่นเย็นใสไม่สร่างซา

  ผมเก็บความเย็นนี้ไว้ หลังจากกลับมาถึงบ้าน และคิดว่า วันอาทิตย์นี้คู่ชีวิตได้หยุดพัก น่าจะไปพักที่น้ำตกอีกสักหน 

  เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ หลังจากเราเดินไปซื้อของที่ตลาดนัด ซึ่งคนเยอะมากแทบเป็นลม เธอต้มข้าวต้มปลาให้ผมกินรองท้อง ผมล้างรถเสร็จ เธอจัดของเสร็จ อาบน้ำ นำอาหารไปถวายพระเพลที่วัดบางเหรียง อ.ควนเนียง จากนั้น มุ่งหน้าสู่น้ำตกโตนงาช้างอีกครั้งหนึ่ง อันที่จริงเธอชอบความเย็นฉ่ำ แต่ที่ไม่อยากไปน้ำตกโตนงานช้างก็เพราะว่า "บ้านฉันเอง แต่ฉันต้องเสียค่าผ่านประตู" สมาชิกที่บ้านชอบที่จะไปพักผ่อนตามน้ำตก แต่ที่ไม่อยากไปน้ำตกโตนงาช้าง เพียงเรื่องเดียวคือ ค่าผ่านประตู

   เมื่อไปถึง เราเสียค่าผ่านประตู ๗๐ บาท จากนั้นจึงหาทำเลที่เหมาะๆ วันนี้มีคนมาเที่ยวเยอะมาก ยิ่งบ่ายยิ่งมีคนเข้ามาเยอะ โดยเฉพาะเด็กเล็กเด็กน้อยที่มาเล่นน้ำ โดยอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง ระหว่างที่นั่งซึมซับความเย็นฉ่ำนั้น เราให้อาหารปลาไปด้วย เรียกว่า ปลากเยอะมาก แต่เยอะไม่เท่าวันที่มีคนไปเล่นน้อยๆ อย่างวันพุธที่ผ่านมา อันหนึ่งที่สะดุดตาคือ มีวัยรุ่นอายุประมาณ 13-15 สังเกตบางคนที่หูมีการเจาะรูตามรสนิยมใหม่ กลุ่มนี้เดินสูบบุหรี่พ่นควันคลุ้งเดินข้ามสะพาน "เท่ห์อย่างบอกใครเชียว" หันมามองเด็กน้อยที่กำลังเล่นน้ำ ทำให้คิดว่า ภาพบนสะพานจะเป็นแบบของเด็กตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้หรือไม่ คิดไปว่า เจ้าหน้าที่ไม่น่าจะปล่อยกลุ่มวันรุ่นเหล่านี้เข้ามาในที่สาธารณะแบบนี้ อย่างน้อยให้เขา (หากติดบุหรี่) ได้มีที่สูบบุหรี่ก่อนที่จะเจ้ามาในพื้นที่นี้ อันที่จริง มันเป็นสิทธิ์ของเขา เราไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร สิ่งที่เราต้องทำคือ การป้องกันตัวเองและเด็กเล็กเด็กน้อยมากกว่ากระมัง 

   น่าเสียดาย ต่อมามีฝนโปรย ทำให้เราต้องยกเลิกโครงการพักผ่อนหนีอบอ้าววันอาทิตย์นี้ลงไป

   ภาพแห่งความประทับใจที่มีคือ บรรยากาศที่ครอบครัวปลีกตัวมาพักผ่อน เด็กเล็กเด็กน้อยปฐมวัยได้มาหัดว่ายน้ำ เล่นน้ำ ซึมซับบรรยากาศ บางคนยังนอนแบเบาะอยู่เลย น่าจะหกเจ็ดเดือนได้กระมัง เจ้าตัวน้อยก็ได้มาซึมซับบรรยากาศกับเขาด้วย หญิงสาวท้องใหญ่คนหนึ่งก็มาด้วยกับสามี คุณลุง คุณตา คุณยายก็มากับลูกหลานด้วย