ข้อที่6 ทรงฝันว่าฝูงชนเอาถาดทองราคาแพงไปให้หมาจิ้งจอกแก่ตัวหนึ่ง พร้อมเชื้อเชิญให้หมาจิ้งจอกตัวนั้นถ่ายปัสสาวะใส่ถาดทองนั้น

พุทธทำนายความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล

โสภณ เปียสนิท

..............................................

ลุงเห็นว่าผมครุ่นคิดนาน จึงกล่าวต่อ “ข้อที่ 6. ทรงฝันว่าฝูงชนเอาถาดทองราคาแพงไปให้หมาจิ้งจอกแก่ตัวหนึ่ง พร้อมเชื้อเชิญให้หมาจิ้งจอกตัวนั้นถ่ายปัสสาวะใส่ถาดทองนั้น” ผมฟังแล้วตื่นเต้นสนใจยิ่งขึ้น เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้มาก่อนเลย ถาดทองภาชนะล้ำค่า หมาจิ้งจอกสัตว์เจ้าเล่ห์ในนิทานอีสป และ ปัสสาวะ ซึ่งเป็นกิริยาอาการที่ไม่สอดคล้องคู่ควรกับถาดทอง

 

“เล่าคำพยากรณ์ของพระพุทธองค์ต่อเลยครับ” ผมกระตือรือร้นสนใจต้องการฟัง “ทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปคนดีมีสกุลทั้งหลายจะสิ้นอำนาจวาสนา คนตระกูลต่ำ หรือ คนพาลจะได้เป็นใหญ่เป็นโต และ คนมีตระกูลจะต้องยกลูกสาวให้แก่ผู้ไร้ตระกูลเหล่านั้น” เอาละซิ ยิ่งฟังยิ่งเข้ากับเหตุการณ์ ปัจจุบันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก “หมายถึงคนดี กับคนมีสกุลหรือครับ” “ใช่” ลุงตอบคำเดียว ยังไม่ตรงกับคำถามที่ผมอยากถาม “คนดีเป็นอย่างไร” ผมถามตามน้ำตามเรื่องที่ต้องการรู้ “เอ็งถามได้ดี”

ลุงกล่าวชม ดวงตาสีสนิมเพ่งมองกองไฟ ร่องรอยเหี่ยวย่นบนผิวสีคล้ำเกลื่อนกล่น “คนดีต้องมีเกณฑ์ในการตัดสิน ต้องคิดทำทานเสมอ มากบ้างน้อยบ้างตามแต่จะพึงมี อย่าให้ตัวเองเดือดร้อน” “ทำทานอย่างเดียวหรือครับ ที่จะเป็นคนดี” ผมตั้งข้อสงสัย “ยังไม่พอหรอก ต้องรักษาศีลเป็นปกติอีกอย่างน้อย 5 ข้อ” “หมั่นทำทานรักษาศีล” ผมทบทวนในใจ “และต้องสวดมนต์ภาวนาอีกหน่อย คราวนี้แหละครบแล้ว” แวบหนึ่งของความคิด คำถามหลุดตามทันที “ทำทานข้อเดียวยังไม่เป็นคนดีหรือครับ” “เป็นคนดีซิ เป็นคนดีข้อเดียวไง” ลุงตอบแบบขำๆ จนผมอดยิ้มไม่ได้ แต่ก็ได้แนวคิดว่า “ต้องเป็นคนดีต่อให้ครบสามข้อ”

 

“เพิ่งจะหกข้อเองครับลุง” ลุงยิ้มแบบรู้ทัน “ข้อ 7. ทรงฝันว่ามีชายคนหนึ่งนั่งฟั่นเชือก แล้วหย่อนไปในที่ใกล้เท้า แม่หมาจิ้งจอกโซตัวหนึ่งนอนอยู่ใต้ตั่งที่บุรุษนั้นนั่งอยู่ แล้วก็กัดกินเชือกนั้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว” “อ้าว แล้วกัน อย่างนี้ฟั่นเชือกไป เชือกก็หมดไป” “ใช่ซี ลองคิดดูซิ เกี่ยวกับเรื่องอะไร” ลุงท้าทายให้ผมคิดไปข้างหน้า “ผมยังคิดไม่ออกครับ” ตอบหลังจากคิดแบบหวัดๆ ไปข้างหน้า ลุงเหมือนจะรู้ว่าผมไม่รู้เรื่องนี้แน่ จึงกล่าวต่อ “ทรงพยากรณ์ว่า ในกาลข้างหน้าผู้หญิงจะเหลาะแหละโลเล ลุ่มหลงในสุรา เอาแต่แต่งตัว เที่ยวเตร่ ประพฤติทุศีล แล้วนำทรัพย์ที่สามีหามาได้ด้วยความลำบากไปใช้ หรือให้ชายชู้...” “อย่างนี้คือเชือกที่ชายคนนั้นฟั่นแล้วหย่อนลงพื้น สุนัขกัดกินเชือกเส้นนั้น ฟั่นเท่าไรก็ไม่ยาวขึ้น” ผมพยายามทำความเข้าใจ ลุงพยักหน้าเห็นด้วย