โอ่งนางฟ้า พึ่งพาตนเอง

 

โครงงานอาชีพ

โครงงานเรื่องโอ่งนางฟ้า

 

 

ในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ในปัจจุบันนี้มีประชาชนตกงานเป็นจำนวนมากจากการหยุดสถานประกอบการทางธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ หรือแม้แต่เกษตรกรที่ปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์หลายรายประสบสภาวะกับการขาดทุนและผลผลิตเสียหาจากภัยธรรมชาติ การแสวงหาอาหารเพื่อบริโภคเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิต ยิ่งการที่ประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติยิ่งทำให้การต้องการทางอาหารเพิ่มมากขึ้น อาหารที่หาได้ง่ายในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางปัญหาดังกล่าวอย่างหนึ่งคือ เห็ด มีวิธีการเพาะเห็ดหลายอย่างที่เกษตรกรหรือหน่วยงานพยายามนำแนวทางแก้ปัญหาต่างๆในการให้ได้มาซึ่งอาหาร การเพาะเห็ดในโอ่งเพื่อบริโภคในครัวเรือนและการปลูกผักปลอดสารพิษในกระสอบเป็นอาชีพเกษตรกรรมที่ทำง่ายและลงทุนไม่สูงมาก

การเพาะเห็ดชนิดต่างๆ โดยเฉพาะเห็ดฟาง ซึ่งมีวิธีเพาะหลากหลายรูปแบบ ที่นิยมกันมากในขณะนี้ก็คือการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าพลาสติคแบบไม่ใช้โรงเรือน หรือการเพาะเห็ดฟางในกระสอบ โดยวิธีการเพาะใช้แรงงานไม่มากนัก และต้นทุนการผลิตต่ำ สำหรับเห็ดชนิดอื่นๆ อาทิ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดภูฏาน เห็ดหูหนู ฯลฯ ส่วนใหญ่จะซื้อเห็ดถุงมาเปิดดอก โดยทั่วไปการเพาะเห็ดดังกล่าวเหล่านี้จะต้องสร้างโรงเรือน ซึ่งใช้เงินทุนสูงพอสมควร และถ้าจะเพาะในเชิงพาณิชย์ต้องตววจสอบเรื่องการตลาดให้ดีเสียก่อน แต่ถ้าจะเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนแบบเศรษฐกิจพอเพียง ลดความยุ่งยากและไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือน อีกทั้งใช้วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือนมาใช้ให้เกิดประโยชน์คือ โอ่งแตก หรือโอ่งร้าว นำมาเพาะเห็ด จึงได้เกิดวิธีการ "เพาะเห็ดโอ่งไม่ต้องใช้โรงเรือน"

โรงเรียนศรีแสงธรรม ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการในการเรียนการสอน มีโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน การต้องการวัตถุดิบในการประกอบอาหารมีเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนนักเรียน งบประมาณส่วนใหญ่ได้จากการบริจาค การแสวงหาความมั่นคงทางอาหารในโรงครัวเป็นสิ่งจำเป็น เห็ดนางฟ้าในโอ่งเป็นทางเลือกอันหนึ่งของโรงเรียน ชมชุมเศรษฐกิจพอเพียงจึงได้จัดทำโครงงานี้เพื่อช่วยเหลือทางโรงเรียนในการจัดหาอาหารเข้าโครงการอาหารกลางวันเพื่อเป็นทานให้เพื่อนๆและน้องๆมีอาหารกลางวันอย่างเพียงพอและยั่งยืน

 

 

1.วัสดุและอุปกรณ์ในการเพาะเห็ดในโอ่ง

.1โอ่งมังกร (โอ่งแตก หรือโอ่งร้าว) 1 ใ1บ

1.2 ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าหรือเห็ดถุงชนิดอื่นๆ จำนวน 20 ก้อน

1.3ซาแรนหรือกระสอบป่าน สำหรับปิดปากโอ่ง จำนวน 1 ผืน

1.4ไม้ไผ่ตีเป็นตะแกรง หรือไม้แผ่นกระดาน ขนาดความกว้างxยาว ให้พอดีกับขนาดโอ่งที่เตรียมไว้

1.5 ยางรถยนต์เก่า หรือกรอบไม้ทำฐานรองพื้นโอ่ง (ด้านนอก) ทรายหยาบ รองพื้นโอ่ง

1.6 เชือกฟาง เป็นต้น

 

ขั้นตอนการเพาะ


1. นำยางรถยนต์เก่าหรือไม้ที่เตรียมไว้สำหรับทำฐานรองโอ่งด้านนอก มาตีล้อมกรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยให้มีพื้นที่ว่างระหว่างกรอบไม้เพียงพอต่อการวางพื้นที่ผิวของโอ่งที่จะวางในแนวนอน ไม่ให้โอ่งกลิ้ง

2. นำโอ่งมาวางในแนวนอน บนยางรถยนต์หรือฐานกรอบไม้ที่เตรียมไว้ในบริเวณที่มีร่มเงา และอากาศถ่ายเทสะดวก

3. นำทรายหยาบมาเทรองพื้นโอ่งที่วางไว้ในแนวนอน กะให้มีความหนาประมาณ 2-3 นิ้ว เพื่อกักเก็บความชื้น

4. นำไม้กระดาน หรือตะแกรงไม้ไผ่ที่เตรียมไว้มาวางด้านในโอ่ง โดยให้มีพื้นที่ว่างด้านบนมากกว่าพื้นที่ว่างด้านล่าง

5. นำก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอก ด้วยวิธีการเปิดจุกก้อนเชื้อด้านบน บังคับให้ดอกออกเป็นกระจุกด้านบน ก่อนวางเรียงก้อนเชื้อเห็ดจนเต็ม (แล้วปิดปากโอ่งด้วยกระสอบป่านหรือซาแรน แล้วใช้เชือกผูกยึดกระสอบ (ด้านบน) กับขอบปากโอ่งให้แน่น โดยปล่อยชายกระสอบให้สามารถเปิดขึ้นลงได้

6. รดน้ำบนก้อนเชื้อเห็ด เช้า-กลางวัน-เย็น ถ้าพบว่ากองเห็ดแห้งเกินไป ควรเพิ่มความชื้นโดยใช้กระบอกฉีดน้ำ พ่นน้ำให้เป็นฝอยๆ ในโอ่ง เพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่ก้อนเห็ด แล้วปิดปากโอ่งไว้ หลังเพาะประมาณ 1 สัปดาห์ จะเริ่มมองเห็นตุ่มสีขาวเล็กๆ เกิดขึ้นบนก้อนเชื้อเห็ด ในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องการรดน้ำ อย่าให้ดอกเห็ดโดนน้ำเป็นอันขาด มิฉะนั้น ดอกจะฝ่อและเน่าเสียหาย แต่ยังคงต้องพ่นน้ำให้ความชื้นอยู่ทุกวัน

7. หลังจากสังเกตเห็นตุ่มดอกเห็ด ประมาณ 7-10 วัน ตุ่มเห็ดจะพัฒนาเป็นดอกเห็ดที่สามารถเก็บมารับประทานได้จนกว่าดอกเห็ดจะหมดรุ่น ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน

 

ควรระมัดระวังเรื่องความชื้นในช่วงวันที่ 1-3 อย่าให้อุณหภูมิภายในโอ่งร้อน หรือขาดความชื้น ถ้าร้อนเกินไปให้เปิดปากกระสอบป่านเพื่อระบายอากาศออกจากโอ่ง

น้ำที่ใช้สำหรับการรดก้อนเชื้อเห็ดจะต้องเป็นน้ำที่จืด มีค่า pH เป็นกลาง ไม่มีคลอรีนเจือปน เรื่องน้ำที่ใช้รดก้อนเห็ดนั้นสำคัญมาก ถ้าน้ำกร่อยหรือเค็มจะส่งผลให้เห็ดไม่ออกดอก น้ำที่ดีที่สุดคือ น้ำฝน หรือจะใช้น้ำประปาที่ผ่านการขจัดคลอรีนออกแล้วก็ได้ผลดีเช่นกัน (การรองน้ำประปาตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จะช่วยขจัดคลอรีนออกไปได้)

เห็ดที่จะนำมาใช้ในการเพาะแต่ละชนิดนั้น จะมีความต้องการและลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน เช่น เห็ดประเภทนางรม หูหนู และเป๋าฮื้อ จะต้องการสภาพอากาศที่ร้อนชื้นจนถึงสภาพอากาศตามปกติ ส่วนเห็ดนางฟ้า เห็ดหอม จะต้องการอากาศที่ค่อนข้างเย็นในการเจริญเติบโต การเพาะเลี้ยงเห็ดชนิดใดๆ ควรจะมีการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดชนิดนั้นๆ ด้วย

 

คณะผู้จัดทำ

1.นายสิทธิชัย นามเวช  ชั้น ม.5

2.นางสาวอำพร สายตา  ชั้น ม.5

3.นายชณที นามเวช  ชั้น ม.4

 

อาจารย์ที่ปรึกษา  นางสาวหลานหลวง คำโสภา

ลิ้งค์ภาพ  https://picasaweb.google.com/104014388561968364837/ePPNx#

เผยแพร่ที่ http://sisaengtham1.blogspot.com/#!/2011/11/blog-post.html

อ้างอิงจาก http://lungbermfarm.blogspot.com/2010/06/blog-post_2692.html