คณะกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ส่งเสริมให้ นศ. ได้มีโอกาสเรียนจากนอกห้องเรียนในหลากหลายรูปแบบ และบางรูปแบบถึงกับไปเรียนรู้ในต่างประเทศ แต่คนที่มีโอกาสได้ไปเรียนรู้อย่างนั้นมีเพียงจำนวนน้อย ในขณะที่ นศ. ทุกคนควรได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้น เมื่อไม่ได้มีโอกาสเรียนโดยการเข้าร่วมโดยตรง ก็น่าจะได้เรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยกระบวนการจัดการความรู้ ซึ่งจะทำให้ผู้ไปผ่านประสบการณ์ตรงเข้าใจลึกขึ้น และผู้ไม่ผ่านประสบการณ์ก็ได้ตระหนักว่าในโลก หรือในบริบทนอกห้องเรียนมีเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ เมื่อถึงคราวออกไปทำงานใช้ชีวิตก็จะพร้อมที่จะเรียนรู้

KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 633. ออกแบบใช้ KM เพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ แก่ นศ. มอ.

ผมได้แนวความคิดที่เสนอในบันทึกนี้จากการอ่านหนังสือ ส่งเสริม เติมเต็ม  โดยคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาิวทยาลัยสงขลานครินทร์  ที่ได้รับแจกตอนไปประชุมสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ ๑ ต.ค. ๕๔   

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เน้น teach less, learn more   และ นศ. ต้องสั่งสมความรู้ปฏิบัติเพื่อการงอกงามภายใน   ผมสังเกตว่าคณะกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ส่งเสริมให้ นศ. ได้มีโอกาสเรียนจากนอกห้องเรียนในหลากหลายรูปแบบ   และบางรูปแบบถึงกับไปเรียนรู้ในต่างประเทศ    แต่คนที่มีโอกาสได้ไปเรียนรู้อย่างนั้นมีเพียงจำนวนน้อย   ในขณะที่ นศ. ทุกคนควรได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้น   เมื่อไม่ได้มีโอกาสเรียนโดยการเข้าร่วมโดยตรง   ก็น่าจะได้เรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้   โดยกระบวนการจัดการความรู้   ซึ่งจะทำให้ผู้ไปผ่านประสบการณ์ตรงเข้าใจลึกขึ้น   และผู้ไม่ผ่านประสบการณ์ก็ได้ตระหนักว่าในโลก หรือในบริบทนอกห้องเรียนมีเรื่องราวเหล่านั้นอยู่   เมื่อถึงคราวออกไปทำงานใช้ชีวิตก็จะพร้อมที่จะเรียนรู้  

ดังนั้น นักศึกษาทุกคนที่ได้มีโอกาสไปเรียนรู้ในรูปแบบใดก็ตาม จากกิจกรรมนอกห้องเรียน    จะต้องมานำเสนอข้อเรียนรู้ในทำนอง AAR และ storytelling ที่เป็นข้อเรียนรู้เด็ด แก่เพื่อนๆ    โดยหากมีการทำ BAR กับอาจารย์ก่อนไป ก็จะช่วยให้ นศ. คนนั้นหรือกลุ่มนั้นไปเก็บหรือบันทึกประสบการณ์ได้ดีขึ้น   กลับมาทำ AAR และ storytelling ได้ชัดเจนขึ้น   ซึ่งหมายความว่า อาจารย์ต้องมีทักษะของการเป็น “คุณอำนวย”

นี่คือรูปแบบหนึ่งของการส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Learning by Doing  และ Learning by Sharing

วิจารณ์ พานิช

๘ ต.ค.๕๔