หลังจากที่เสนอตัวเองไปทำงานอาสาสมัครให้กับศูนย์พักพิงและบรรเทาสาธารณภัย ของมหาวิทยาลัยมหิดล เพราะคิดว่าตัวเองจะช่วยสะท้อนบทบาทการทำงานเชิงพื้นที่ให้กับศูนย์ฯ และใช้ประสบการณ์การทำงานกับชุมชน ช่วยในการระบุสถานที่และบุคคลเพื่อให้ง่ายต่อการลงพื้นที่เพื่อทำงานประสานกับชาวบ้าน และเข้าถึงตัวบุคคลที่ต้องการของอาสาสมัคร ถึงแม้จะคิดว่ากระบวนการนี้ควรเกิดก่อนหน้านี้แล้ว

หลังจากที่ศูนย์ฯ เปิดจึงได้เข้าไปมหา'ลัยเพื่อเสริมกำลังใจให้กับน้องนักวิจัยจากสถาบันวิจัยโภชนาการ ที่คุ้นเคยกันจากการทำงานชุมชน ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักๆ ในทีมของศูนย์พักพิงฯ หลังจากได้ร่วมแรงไปช่วยกันทำเขื่อนกั้นน้ำให้รพ.สต.มหาสวัสดิ์กันมาเมื่อ ๒ อาทิตย์ก่อนหน้านั้น และพบว่าอาสาสมัครที่เข้ามาอย่างมากมายส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา และบุคลากรที่มาจากต่างจังหวัด และยังอยู่หอพักภายในมหา'ลัย ที่ต้องการช่วยงานอาสาอย่างมีสำนึกร่วม แม้อาสาจะมีอยู่มากมายแต่ก็ยังอยากจะช่วยอยู่ดี ..

การลงพื้นที่แต่ละครั้งของอาสาสมัครที่เริ่มยากลำบากในการเข้าถึงแต่ก็ต้องพยายามช่วยให้ได้มากที่สุดและเร่งด่วน ทั้งทำเขื่อนกั้นน้ำกับพี่ทหารเรือ สำหรับบางคนอาจยังสนุกเหมือนได้ออกค่ายอาสา แต่สำหรับบางคนก็เริ่มเครียดเพราะน้ำขึ้นเร็วมาก ไม่ถึง ๒ ชม.น้ำขึ้นมามากกว่า ๑๐ ซม. ยังต้องไปดูระดับน้ำที่สะพาน และเยี่ยมเคสผู้ป่วยที่เจอระหว่างลงไปสำรวจพื้นที่โดยแพทย์และพยาบาลอาสา อีกทั้งยังต้องคอยเฝ้าระวังน้ำเข้ามหา'ลัยอีกด้วย ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง .. การร่วมหัวจมท้ายกัน สำหรับบางคนเป็นโอกาสที่จะเข้าใจสถานการณ์และชาวบ้านมากขึ้น ถึงแม้ระยะสั้นแต่การทำงานอาสาในลักษณะนี้คงเป็นบทเรียนให้กับทั้งนักศึกษาและบุคลากรของมหา'ลัย หรือแม้แต่ทีมงานที่ดูแลด้านการจัดการของศูนย์พักพิงฯ

หลังจากที่ต้องถอนตัวออกจากการเป็นอาสาสมัครที่ศูนย์พักพิงและบรรเทาสาธารณภัย ก่อนที่จะปิดศูนย์พักพิงฯ เพื่อเคลื่อนย้ายผู้คนออกจากศาลายาไปวิทยาเขตกาญจนบุรีไม่กี่วัน เพราะหลงลืมไปว่าเราก็กำลังจะเป็นผู้ประสบภัย และยังมีบุคคลที่เป็นห่วงเราอยู่เหมือนกัน จึงถอนตัวมาอยู่ที่ต่างจังหวัดและช่วยประสานกับเครือข่ายต่างๆ เพื่อส่งความช่วยเหลือไปที่ศูนย์ฯ แม้ตอนนี้ศูนย์ฯ จะปิดไปแล้วแต่ก็ยังช่วยส่งข้อมูลตามที่พอจะช่วยได้ ไม่ได้ออกแรงแต่ก็ขอช่วยแบบปฏิบัติการใต้ดิน(น้ำ)ก็แล้วกันเน๊าะ ..

เท่าที่ทราบตอนนี้กลุ่มคนเริ่มเชื่อมโยงถึงกัน เพราะนครปฐมกำลังเข้าขั้นวิกฤต จึงเกิดความร่วมมือที่ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะองค์กรต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม (ลุ่มน้ำเจ้าพระยาสู่ลุ่มน้ำท่าจีน) และสถาบันการศึกษา อย่าง มหิดล(ศาลายา) ศิลปากร(พระราชวังสนามจันทร์) เกษตรศาสตร์(กำแพงแสน) และอาจหมายรวมถึง มรภ.นครปฐม (ที่มีการเอ่ยถึงแต่ยังไม่แน่ใจว่าเชื่อมติดแล้วหรือยัง)

ชาวนครปฐม โดยเฉพาะชาวลุ่มน้ำท่าจีน ที่พยายามช่วยผลักดันน้ำออกสู่ทะเลให้ได้เร็วที่สุดจนเกิดโครงการผลักดันน้ำลุ่มน้ำท่าจีนขึ้น ซึ่งการผลักดันน้ำจะสามารถช่วยระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด ซึ่งชาวนครปฐมเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางรอดของจังหวัดนครปฐม ..

แม้ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น แต่ก็อยากขอบคุณหลายๆ ท่านสำหรับความร่วมมือและน้ำใจต่างๆ ต่อคนไทยด้วยกันค่ะ และคำปรึกษาผ่านโซเชียลเนทเวิร์ค อาจารย์วิรัตน์ พี่เล็ก พี่ใบไม้ฯ น้องบี คุณครูฝน ผู้ร่วมขบวนการใต้ดิน(น้ำ)ด้วยกัน อ้อ! ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต ที่เมื่อวานโทรฯ มาหาเพื่อมอบน้ำใจแก่ชาวคลองโยง ค่ะ ..

-----------------------------------------------------------
หมายเหตุ : อนุทิน๑, อนุทิน๒, อนุทิน๓
บันทึกเกี่ยวข้อง :
แนวไปร่วมแก้ปัญหาเร่งด่วนของราชการกับประชาชน โดย อาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์
ความรักและเอื้ออาทรเพื่อนมนุษย์เหนือภัยน้ำท่วม โดย อาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์