อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
ในฤดูกาลทำบุญทางพระพุทธศาสนาสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือคนนำกล่าวคำทางพิธีกรรมต่าง ๆ ในภาพรวมที่ผมเคยทำมาตามประเพณีทางภาคใต้จะกล่าวถึงการทำบุญในวันสารทเดือนสิบมีดังนี้
ก่อนพิธีกรรมเริ่มเราก็จัดสถานที่ให้เรียบร้อย เริ่มพิธีโดยคนวัดกล่าวนำบูชาพระรัตนตรัยว่า...
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา , พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอะระหันต์ , บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย , ได้ตรัสรู้ถูกถ้วนดีแล้ว , อิเมหิสักกาเรหิ , ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชยามิ , ข้าพเจ้าบูชา , ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น , ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม , พระธรรมคือศาสนา , อันพระผู้มีพระภาคเจ้าแสดงไว้ดีแล้ว , อิเมหิสักกาเรหิ , ตัง ธัมมัง อะภิปูชยามิ , ข้าพเจ้าบูชา , ซึ่งพระธรรมเจ้านั้น , ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ , หมู่พระสงฆ์ผู้เชื่อฟัง , ของพระผู้มีพระภาคเจ้า , ปฏิบัติดีแล้ว อิเมหิสักกาเรหิ , ตัง สังฆัง อะภิปูชยามิ , ข้าพเจ้าบูชา , ซึ่งหมู่พระสงฆ์เจ้านั้น , ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้
ต่อไปคนวัดนำกล่าวคำอาราธนาศีล 5 ว่า...
มะยัง ภันเต , วิสุง วิสุง รักขณัตถายะ , ติสะระเณนะ สะหะ , ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ,
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต , วิสุง วิสุง รักขณัตถายะ , ติสะระเณนะ สะหะ , ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ,
ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต , วิสุง วิสุง รักขณัตถายะ , ติสะระเณนะ สะหะ , ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ,
ต่อไปคนวัดนำกล่าวคำอาราธนาบังสุกุล ว่า...
พรหมา จะ โลกา ธิปตี สะหัมปะติ
กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ
สัตตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา
เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปีมัง ปะชัง
เมื่อพระสงฆ์สวดบังสุกุลเสร็จแล้ว คนวัดกล่าวนำคำอาราธนาพระปริตรว่า...
วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะ ทุกขะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะ ภะยะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะ โรคะ วินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง
ต่อไปนำข้าวถวายพระพุทธ ข้าวอุทิศให้ผู้วายชน และข้าวถวายพระสงฆ์ นำมาไว้ประจำที่รอกล่าวคำถวาย
คนวัดทำพิธีกล่าวคำถวายข้าวพระพุทธคนเดียวว่า...
อิมัง สูปะพะยัญชนะ สัมปันนัง สาลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ.
ต่อไปคนวัดกล่าวคำถวายสังฆทานอุทิศว่า...
อิมานิ มะยัง ภันเต มะตะกะภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ มะตะกะภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ ญาตะกานัง กาละกะตานัง ทีฆารัตตัง หิตายะ สุขายะ
คำแปลว่าดังนี้...ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย มะตะกะภัตตาหาร กับทั้งเครื่องบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ มะตะกะภัตตาหาร กับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่บรรดามวลญาติของข้าพเจ้าทั้งหลายมี...(...ระบุชื่อผู้จะทำบุญอุทิศให้ ) ที่ล่วงลับไปแล้วด้วย ขอให้ได้รับส่วนบุญกุศลที่มวลญาติได้ร่วมกันทำบุญในวันนี้ ตลอดกาลนานเทอญ
เมื่อพระสงฆ์รับสาธุการแล้ว เราร่วมประเคนปัจจัย ข้าวปลาอาหารแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์ยะถาสัพพี...คนวัดนำมวลญาติกรวดน้ำอิมินาช่วงนี้ว่า...
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายะ คุณุตตะรา
อาจะริยูปะการาจะ มาตาปิตา จะ ญาตะกา ( ปิยา มะมัง )
สุริโย จันทิมา ราชา คุนะวันตา นะราปิ จะ
พรัหมะมารา จะอินทา จะ โลกะปาลา จะเทวะตา
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม
สุขัง จะติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิเสนะ จะ
ขิปปาหัง สุลเภ เจวะ ตัญหุปาทานะเฉทะนัง
เย สันตาเน หินา ธัมมา ยาวะ นิพพานะโต มะมัง
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว
อุชุจิตตัง สะติปัญญา สัลเลโข วิริยัมหินา
มารา ละภันตุ โนกาสัง กาตุญจะ วิริเยสุ เม
พุทธาทิปะวะโร นาโถ ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง
เตโสตตะมานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันตุ มา ฯ
แล้วคนวัดสั่งให้มวลญาตินำน้ำที่กรวดแล้วไปรดต้นไม้ ต่อมา คนวัดทำหน้าที่ผู้นำโดยยกถาดข้าวปลาอาหารมาวางที่หน้ารูปหรืออัฐิของบรรพชนแล้วกล่าวคำอุทิศว่า...
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย คำแปลว่า...ขอบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลาย ของข้าพเจ้าเถิด ขอญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงเป็นสุข ๆ เถิด.
ช่วงนี้พระสงฆ์กระทำภัตกิจคือฉันเพลเสร็จแล้ว คนวัดก็นำกล่าวคำลาข้าวพระพุทธว่าดังนี้...เสสัง มังคะลา ยาจามิ. เป็นช่วงพระสงฆ์จะเดินทางกลับวัด คนวัดนำคำกล่าวลากราบพระว่า...
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ( กราบ ) สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ ( กราบ ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ ( กราบ ) .
หลังจากส่งพระสงฆ์กลับวัดแล้วก็ถึงเวลามวลญาติร่วมกันรับประทานอาหารกันตามสบาย ๆ ในบรรยากาศเป็นกันเองแบบชาวใต้นั้นแล.