เม่ือผมปรารภว่าคนเราสมัยนี้เหมหือนว่าจิตใจต่ำลง ลุ่งผ่อนมีท่ามีกระตือรืนร้นสนใจอยากพูดคุย

 

คิดว่าการสนทนาเรื่องเกษตรกรเป็นเรื่องน่าสนใจที่สุดสำหรับวันนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า มีเรื่องอื่นที่น่าสนใจยิ่งกว่า เมื่อผมปรารภว่าคนเราสมัยนี้เหมือนว่าจิตใจต่ำลง ลุงผ่อนมีท่าทีกระตือรือร้นสนใจอยากพูดคุย “ลุงสังเกตเรื่องนี้มานานแล้ว มันต้องเป็นไปตามพุทธทำนายแน่นอน” คำของลุงกระตุ้นความสนใจของผมขึ้นมาบ้าง “หมายความว่าลุงรู้ว่าพระ

 

พุทธองค์เคยพยากรณ์เรื่องโลกมาแล้ว” ผมถามเพราะความอยากรู้มิใช่ต้องการลองภูมิ เหมือนลุงจะรอให้ถามอยู่แล้ว “ใช่ซิ มีอยู่ในคัมภีร์เทียวนา” ลุงยืนยันทำหน้าขึงขัง “หรือครับ เรื่องเป็นมาอย่างไรครับ” ผมพลอยตื่นเต้นไปด้วย

 

                ลุงผ่อนยิ้มแย้ม เพราะเห็นว่าผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ “อยู่ในคัมภีร์พระสุตันตปิฏก ตอนที่พระเจ้าปเสนทิโกศลแห่งแคว้นโกศล ทรงพระสุบินมากถึง 16 ข้อ โดยมีเนื้อเรื่องติดต่อเกี่ยวเนื่องกัน” ลุงเริ่มต้นอย่างน่าสนใจ “แสดงว่าพระราชาก็ฝันเป็นเหมือนชาวบ้าน” “อ้าว....พระราชาก็คนเหมือนเรานี่” ลุงพูดไปหัวเราะไป “ดีเลยครับลุง ผมอยากรู้ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย” ลุงขยับผ้าขาวม้าโบกไล่ยุงก่อนจะร้องเรียกหลานให้ก่อกองไฟใกล้ที่นั่งสนทนา เห็นภาพเด็กวิ่งเล่นหน้าบ้าน มีควันจากกองไฟไล่แมลงยามบ่ายจัดเช่นนี้ พาความคิดของย้อนกลับไปสู่วัยเยาว์สมัยวิ่งเล่นหน้าบ้านริมแม่น้ำแควกาญจนบุรี เนิ่นนานแล้ว

 

                “พระองค์ฝัน เอ้ย ทรงสุบินแล้ว นำมาเล่าให้โหราจารย์พฤฒาเฒ่าฟัง ผู้เฒ่าเหล่านั้นพยากรณ์ว่า เป็นลางร้ายของแผ่นดิน เมื่อพระองค์สอบถามเรื่องการแก้ไข ได้รับคำตอบว่า ให้ทำพิธีบูชามหายัญ” “บูชายัญ” ผมพยายามปรับให้คำพูดของลุงถูกต้องยิ่งขึ้น ลุงแย้งกลับอย่างรวดเร็ว “มหายัญนั่นถูกต้องแล้ว เพราะพระราชาทำทั้งทีต้องยิ่งใหญ่หน่อย” “จริงของลุง พระราชาคงไม่ทำแบบชาวบ้านธรรมดาแน่” ผมแค่นึกในใจโดยไม่ได้กล่าวต่อประเด็นนี้ “แล้วต้องทำอย่างไรครับ มหายัญ” “ก็ต้องฆ่าสัตว์อย่างละ 500 นั่นแหละ ไล่จากสัตว์เล็กไปหาสัตว์ใหญ่นานาชนิด ยิ่งฆ่าสัตว์มากยิ่งได้บุญมาก สามารถปรับเปลี่ยนชะตาบ้านเมืองให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน”