เรื่องดีในวันนี้คือที่บ้าน (ยัง) ไม่มีน้ำท่วม

เมื่อนกแอร์เปิดเที่ยวบินระหว่างนครศรีธรรมราช-สุวรรณภูมิ ดิฉันและเพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกันที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อีก ๒ คน จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในเย็นวันที่ ๒๘ ตุลาคม ด้วยเที่ยวบิน DD1325 ที่มีกำหนดเวลาออกเดินทางจากสนามบินนครศรีธรรมราช เวลา ๑๖.๑๕ น.

เราไปถึงสนามบินเมื่อเวลา ๑๕.๓๐ น. ตอน Check in พนักงานบอกว่าเครื่องเปลี่ยนเวลาออกเป็น ๑๙.๒๕ น. เมื่อถามเหตุผลก็บอกทำนองว่าเครื่องบินขึ้นๆ ลงๆ ....(สรุปแล้วไม่รู้เรื่อง) เราจึงขอเปลี่ยนไปเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเซียที่จะออกในเวลา ๑๖ น.กว่าๆ พนักงานกุลีกุจอไปจัดการให้สักพักแล้วกลับมาบอกเราว่าเที่ยวบินเต็มเปลี่ยนไม่ได้

เพื่อนชวนไปนั่งกินอาหารที่ห้องอาหารชั้น ๒ เรายังมีอารมณ์ขัน สั่งอาหารโดยบอกให้เอาเมนูที่กว่าจะกินเสร็จต้องใช้เวลา ๓ ชม.(ฮา)...ความจริงคือนั่งนานนักไม่ได้ เพราะที่นี่มีกลิ่นอาหารคละคลุ้ง ตอนลงมาชั้นล่างพบพนักงานสายการบินแอร์เอเซียที่จัดการให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องเสร็จหมดแล้ว เราถามข้อมูลได้ความว่ามีผู้โดยสารประมาณ ๑๓๐ กว่าคน เครื่องรับได้เกือบ ๑๘๐ คน แสดงว่ายังไม่เต็ม

เมื่อคุยกับผู้จัดการฯ ของนกแอร์ที่สนามบินว่าสงสัยเครื่องแอร์เอเซียจะไม่เต็ม ก็ได้คำตอบว่าเป็นเรื่องจำนวนที่โชว์หรือไม่โชว์ทำนองนั้น เรามาคิดอีกทีก็ไม่ว่ากันเพราะหากเขาเปลี่ยนสายการบินให้เราแล้วเขามีค่าใช้จ่ายเพิ่มก็น่าเห็นใจ เพราะได้ยินว่าเมื่อเที่ยวเช้ามีคนบินไป ๑๐ กว่าคน เที่ยวของเรามีประมาณ ๔๐ คน

ผู้จัดการฯ นกแอร์จัดการให้เรามีที่นั่งพักที่แอร์เย็นๆ มีทีวีดู และบอกว่าจะให้พนักงานมาแจ้งเวลาที่เครื่องจะมาถึงถ้ารู้ชัดเจนแล้ว ต่อมาพนักงานมาบอกว่าเครื่องเคลื่อนออกจากสุวรรณภูมิแล้วจะมาถึงนครฯ เวลา ๑๗.๕๕ น. ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย ใกล้เวลาพนักงานก็เชิญให้ผู้โดยสารไปนั่งรอที่ห้องขาออก

รอแล้วรอเล่าเครื่องก็ยังมาไม่ถึงเสียที ฝนก็ตกเป็นพักๆ ผู้โดยสารบางคนอารมณ์ไม่ดีจะกลับบ้านก็ไม่ได้เพราะคนที่มาส่งกลับไปแล้ว ดิฉันบ่นอยู่เรื่อยจนเพื่อนแซว...กว่าจะได้เดินขึ้นเครื่องเมื่อคืนก็เวลา ๒๐.๓๐ น. แล้ว อาหารเบาๆ (เกี๊ยวกุ้ง) ที่กินไปเมื่อก่อน ๑๖ น. หมดแล้ว เริ่มหิว จินตนาการว่าเมื่อขึ้นเครื่องคงจะได้อาหารว่างและน้ำดื่ม

แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเครื่องขึ้นแล้ว ทำไมไม่เปิดไฟและแจกจ่ายของว่าง ข้อสงสัยหายไปเมื่อแอร์ฯ ประกาศว่า...จากปัญหาอุทกภัย จึงไม่มีอาหารว่างให้บริการ... เที่ยวบินนี้แอร์นั่งหลบผู้โดยสารไปตลอดทาง
 
เราเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ นกแอร์ไม่มีที่จอดเข้างวง เจอปัญหาอีกว่าไม่มีรถมารับผู้โดยสาร รอแล้วรออีก...นาน... จนมีรถนำผู้โดยสารที่จะมาขึ้นเครื่องนี้ต่อ เราดีใจว่าคงได้ไปเสียที เดี๋ยวเขาคงให้เราสลับที่กันโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งลงจากเครื่องหรือลงจากรถก่อน ปรากฏว่าทำไม่ได้ด้วยกฏของการท่าอากาศยาน...กว่าจะมีรถมารับเราก็เกือบจะ ๒๒.๓๐ น. ที่น่าขำคือชายหนุ่มหน้าตาดีที่คงจะเป็นช่างตอบคำถามเราว่า....รถมีครับ แต่คนขับไม่มี เพราะบ้านเขาถูกน้ำท่วม....(ฮาไม่ออก)

ตลอดเวลาที่เรานั่งรออยู่บนเครื่อง ทั้งนักบินและแอร์โฮเตส ไม่โผล่หน้ามาอธิบายอะไรแก่ผู้โดยสารเลย นักบินอาจจะต้องควบคุมดูแลเครื่องยนต์อยู่ก็เป็นได้ เพราะต้องบินต่ออีกเที่ยว และสงสัยว่าบรรดาแอร์ฯ คงไม่ได้รับการฝึกฝนให้เผชิญหน้ากับผู้โดยสารในสถานการณ์ไม่ปกติ (ที่จะถูกต่อว่า) ผู้โดยสารบางคนพูดว่าในสถานการณ์อย่างนี้ใช้บริการของแอร์เอเซียจะดีกว่า (ท่านอื่นโปรดทราบ)

ดิฉันใช้เส้นทางจากสุวรรณภูมิกลับบ้านที่หมู่บ้าน ช.อมรพันธ์ ๙ เสนานิคม ๑ ทางทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ถนนโล่งดี ใกล้ๆ ทางขึ้น-ลงแต่ละช่วงมีรถจอดหนีน้ำเป็นแถวยาว ฝั่งละ ๑ เลน ช่วงใกล้ทางลงที่เกษตรนวมินทร์เห็นรถแท็กซี่สีชมพูจำนวนมากจอดอยู่ (คงจะมากันทั้งอู่) ที่จอดริมซ้ายมือดูแล้วก็น่าจะปลอดภัย แต่ช่วงติดกับทางลงมีบางคันมาจอดช่องตรงกลางที่เป็นเส้นทะแยง น่ากลัวอันตรายมาก

ดิฉันออกไปทางหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งเพื่อนอาจารย์ที่ซอยพหลโยธิน ๔๔ เส้นทางช่วงนี้ไป-กลับ ปกติดี ไม่มีน้ำท่วม กลับถึงบ้านเลย ๒๓ น.กว่าไปแล้ว ต้องกินอาหารมื้อดึกเพราะหิว หลังจากนั้นตรวจดูข้างของที่ครอบครัวขนย้ายขึ้นไปไว้ในห้องต่างๆ ที่ชั้น ๒ วางแผนว่าพรุ่งนี้ควรจะจัดเก็บอย่างไรให้หาได้ง่าย

เรื่องดีในวันนี้คือที่บ้าน (ยัง) ไม่มีน้ำท่วม

วัลลา ตันตโยทัย