เทศน์นอกธรรมมาสน์

        

ขอฝากเว็บไซต์เพื่อสังคม "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"

คลิกที่นี่สู่เว็บไซต์ทันที  http://www.nature-dhrama.com

 

                                                               ตามแฟชั่นนั้นดีไหม

                            สวัสดีนักเรียนที่รัก

     วันนี้ขอพูด "แฟชั่น" คำว่าแฟชั่น เป็นคำทับศัพท์ (fashion) หมายถึงสมัยนิยม , แบบหรือวิธีการที่นิยมกันทั่วไปในชั่วระยะเวลาหนึ่ง คงอยากจะรู้แฟชั่นสมัยใหม่กันหลายคนกำลังตามแฟชั่น เรื่องตามแฟชั่นนี้เองที่ครูหยิบยกมาพูด โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย จะได้หยิบยกมากล่าว ชี้ให้เห็นว่าดีไม่ดีอย่างไร ควรจะตามแฟชั่นหรือไหม ถ้าคิดจะตามตามอย่างไร

 

     ขอยกกลอนสอนศิษย์มาให้ฟัง หลายคนอาจจะมองว่าครูยกแต่กลอนของตนเอง ทำไมไม่ยกกลอนของคนอื่นบ้าง ก็ขอแก้ตัวทันทีว่า นี่มันเป็นกลอนสอนศิษย์ ก็ต้องเอามาสอนศิษย์ เป็นไงพอใจในคำตอบไม่ครับ ไม่ใช่แต่สอนศิษย์นะ ครูคิดว่าสอนคนอื่นทั่ว ๆ ไปก็ได้

 

    มองรอบด้านสังคมดิ่งจมดับ
ให้หวนกลับดังเดิมเร่งเติมฝัน
ควรหาทางหาช่องคอยป้องกัน
ทุกสิ่งอันคงคลายได้ดั่งเจต

    ชี้แฟชั่นสมัยใหม่ที่ไทยคลั่ง
อนิจจาอนิจจังน่าสังเวช
นุ่งรัดแน่นเห็นจะจะอวัยวะเพศ
ดุจผีเปรตเพ่นพ่านประจานตัว

 

     เขาใส่เสื้อเนื้อบางรัดร่างมั่น
เห็นเนินถันตั้งแต่ฐานพานถึงหัว
ชายเสื้อลอยปล่อยสะดือคือควายวัว
กลับไม่กลัวปลุกใจวัยคะนอง

 

     เสื้อสายเดี่ยวไร้สายใส่กันเกลื่อน
จะป่าเถื่อนทันสมัยโปรดไขสมอง
ประเพณีเดิมสิ้นถิ่นแหลมทอง
น่าเศร้าหมองต่างด้าวเข้าทำลาย

 

     ดาราไทยเหมาทีวีชี้แฟชั่น
วัยรุ่นปั้นลอกแบบแทบใจหาย
ทั่วสยามตามก้นกันวุ่นวาย
ทั้งหญิงชายนำสมัยไปทั่วแดน

 

    ความเป็นไทยไม่เหลือเพื่อลูกหลาน
รัฐบาลไม่คิดจะหวงแหน
ลูกหลานไทยไม่นานปานเหี้ยแลน
กลายเป็นแคว้นดิรัจฉานชั่วกาลกัลป์

     ครูอ่านให้ฟัง และก็ให้รายละเอียดเรื่องเนื้อหาไปแล้ว บทกลอนตอนนี้บางตอนบางบทดูแล้วดุดัน นั้นเป็นอารมณ์ของผู้ประพันธ์ที่จะเน้นให้เห็นจริงเห็นจังดังสภาพที่ได้พบเห็น "นุ่งรัดแน่นเห็นจะจะอวัยวะเพศ" ไม่ใช่เรื่องหยาบโลนอันใด ขอเข้าใจในบทกลอนด้วย

 

      แฟชั่นการแต่งกายของผู้ชายไม่ค่อยจะเป็นผลกระทบต่อการทำลายวัฒนธรรมของไทย แต่สำหรับแฟชั่นการแต่งกายของผู้หญิงมีผลกระทบต่อการทำลายประเพณีวัฒนธรรมของไทยมาก

 

      การตามแฟชั่นคนส่วนมักจะเอาอย่างดารา เลียนแบบดาราเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นหากวงการบันเทิงต้องควบคุมเรื่องนี้อย่างจริงจัง การนำแฟชั่นต่างชาติโดยเฉพาะรูปแบบ รูปทรงที่ขัดต่อประเพณีวัฒนธรรมย่อมมีมากขึ้น การควบคุมดูแลจึงมีความจำเป็น รัฐบาลต้องกำหนดเจ้าภาพที่รับผิดชอบ

 

     จริง ๆ เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล ใครจะแต่งอย่างไรก็ได้ไม่ได้เป็นเรื่องบังคับ แต่นั้นแหละสังคมกำลังมองเราอยู่ สังคมกำลังตีค่าเราอยู่ ตีความรู้สึกนึกคิดเราอยู่เราจึงต้องคำนึงว่า เราแต่งกายให้เป็นที่ยอมรับของสังคมได้แล้วยัง นี่คือความมีคุณค่าในตัวของเราซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ คงเข้าใจที่ครูชี้แจงตรงนี้นะครับ

 

     นี่นักเรียนผู้หญิงใครสวมเสื้อสายเดียวบ้างแล้ว นักเรียนผู้ชายใครใส่ตุ้มหูแล้วบ้าง หลายคนหัวเราะ ครับสิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้นกับเรา แต่ครูกลัวว่าตอนน ี้กำลังอยู่ในใจ นี่แหละน่ากลัวมาก ก็เท่ากับเราคิดจะทำ คิดจะตามเพียงแต่ไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง

 

     ถึงตรงนี้ครูขอเล่าเหตุการณ์เรื่องนี้เมื่อสี่สิบปีก่อน สมัยนั้นผู้หญิงยังไม่รู้จักนุ่งกางเกง อยู่ ๆ ก็มีกางเกงพลีส หลายคนหัวเราะ เขาเรียกอย่างนี้จริง ๆครับ ครูเรียกตามเขามา กางเกงพลีสที่ว่าเป็นเนื้อผ้ายืด สวมใส่แล้วผ้าจะแนบกับเนื้อ จะรัดตัวให้เห็นเป็นสัดส่วน สมัยนั้นการสวมกางเกงยังไม่แพร่หลาย พ่อแม่จึงห้ามไม่ให ้ลูกสาวนุ่งกางเกงเป็นอันขาด ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ใหญ่ขัดต่อความรู้สึกเรื่องประเพณีวัฒนธรรมการแต่งกาย เขามองว่าการนุ่งกางเกงเป็นการอวดสัดส่วน
ยิ่งเป็นกางเกงพลีสที่ว่า เธอลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน ฉะนั้นลูกสาวบ้านไหนที่ตามแฟชั่นก็ต้องนำกางเกงไปนุ่งนอกบ้าน ขื่นนุ่งให้พ่อแม่เห็นคงโดนถอดแล้วนำมาสับเสียไม่เป็นชิ้นดีแน่

      นี่คือความรู้สึกของคนรุ่นสี่สิบปีก่อนเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรมการแต่งกาย จะเห็นว่าเดียวนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ครูเป็นห่วงนักห่วงหนาเพราะอะไร ก็เพราะพอถึงรุ่นเธอกลัวจะตามแฟชั่นตามใจชอบมากเกินไป จนถึงกับ ทิ้งประเพณ ีการแต่งกายแบบไทยจนหมดสิ้น ดูแล้วน่ากลัว

 

     ครูขอตั้งสมมุติฐานว่า "เห็นคนแต่งกายใส่เสื้อสายเดียว" ครูถามความรู้สึกของแต่ละคน นักเรียนส่วนใหญ่จะรู้สึกเฉย ๆ สำหรับครูมีความรู้สึกว่า "น่าเกลียด"แล้วเป็นอย่างนี้จริง ๆ นี่เพราะการปลูกฝังความคิดความเชื่อไว้คนละสมัยกัน ความรู้สึกจึงต่างกัน จึงอยู่ที่ว่าให้มาพิจารณาว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนควรเท่านั้นเอง

 

      การปรับเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงย่อมมีบ้าง แต่ต้องอยู่ในความเหมาะสม ยิ่งเรื่องการแต่งกายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ครูยังหวงแหน ยังชื่นชมประเพณ ีการแต่งกายของชาวไทย (โดยเฉพาะผู้หญิง) กายแต่งกายแบบไทย ๆ อยู่ในลักษณะรักนวลสงวนตัว (น่าจะใช้ได้) คือไม่แต่งกายอวดสัดส่วน นั้นเอง

 

     อีกประการหนึ่งครูขอย้ำ คือเรื่องลอกเลียนแบบ การทำตามคนอื่น โดยเฉพาะท ี่ตามมาทั้งดุ้น ไม่ได้คิดดัดแปลงให้เมาะสม ให้สอดคล้อง กับเรื่อง กับงานคิดว่าเป็นเรื่องเสียหายมาก ๆ และคนที่มัวแต่ตาม ที่จะลอกเลียนแบบจะปิดกั้นความคิดของตัวเองหมดสิ้น ของใหม่ ของดี ๆ ก็ไม่งอกเงยขึ้น จริงไม่ครับเสื้อสายเดี่ยวไร้สายใส่กันเกลื่อน

      ก่อนจบขอยกกลอนเน้นย้ำอีกครั้ง

    เสื้อสายเดี่ยวไร้สายใส่กันเกลื่อน
จะป่าเถื่อนทันสมัยโปรดไขสมอง
ประเพณีเดิมสิ้นถิ่นแหลมทอง
น่าเศร้าหมองต่างด้าวเข้าทำลาย

 

    ดาราไทยเหมาทีวีชี้แฟชั่น
วัยรุ่นปั้นลอกแบบแทบใจหาย
ทั่วสยามตามก้นกันวุ่นวาย
ทั้งหญิงชายนำสมัยไปทั่วแดน

 

    ความเป็นไทยไม่เหลือเพื่อลูกหลาน
รัฐบาลไม่คิดจะหวงแหน
ลูกหลานไทยไม่นานปานเหี้ยแลน
กลายเป็นแคว้นดิรัจฉานชั่วกาลกัลป์

 

     สำหรับเรื่องนี้ก็ขอไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนทุกคนคงนำความคิดเหล่านี้ไปไตร่ตรอง พิจารณา เห็นว่าอะไรควรไม่ควรอะไรดีไม่ดีเพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราต่อไป สวัสดี