เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2554  ครูอ้อย แซ่เฮ ได้เชิญชวน คุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆ ให้อพยพออกมาจากบ้าน ที่น้ำท่วม เพื่อไปพำนักพักพิงที่ จังหวัดนครราชสีมา

*****

หลังจากที่ ครูอ้อย ได้แนะนำมาหลายครั้ง  ท่านทั้งสอง  ก็ไม่ได้สนใจ  เพียงแต่ ซื้ออาหารคน  อาหารน้องหมา และเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม

*****

วิธีการรับสถานการณ์ ก็คือ  ก่ออิฐ สูงเพื่อกั้นทางน้ำไหล  อุดท่อระบายน้ำ  และซื้อกระสอบทรายมากั้นพอสมควร

*****

วันที่ 25 ตุลาคม  ประมาณ  11นาฬิกา  คุณพ่อ โทรศัพท์มา  น้ำมาแล้ว  ระดับเข่า  ที่หน้าบ้าน  ครูอ้อยถามว่า  อิฐที่ก่อไว้  ไม่เป็นผลสำเร็จ

*****

ครูอ้อย เครียดมาก  กับการดื้อรั้นของท่านทั้งสอง  จึงไม่พูดด้วย  แต่ไม่ทิ้งท่าน  เปลี่ยนวิธีการด้วยการพูดคุยกับน้องสาว

*****

ข้อความที่ครูอ้อย บอกน้องสาว ก็คือ......พี่ต้องการให้คุณพ่อ คุณแม่ น้องทุกคน และน้องหมา  อพยพ ไปที่จังหวัดนครราชสีมา  .....และอธิบายลักษณะวิธีการ และบ้านที่เราจะไปอยู่เป็นแรมเดือน

*****

น้องสาว โทรศัพท์กลับมาบอกครูอ้อยว่า.....คุณพ่อตกลงทันที

*****

เราทั้งหมดจึงวางแผนร่วมกัน  อันดับแรก  ของการอพยพ  คือ  อุปสรรคของน้ำ  และไม่มียานพาหนะที่จะเข้าไปรับ  คน  สรรพสิ่งของ และน้องหมา

*****

ครูอ้อย ดูข่าวพบว่า มีรถของทหารเข้าไปรับคนในหมู่บ้าน จึงให้น้องสาว  โทรศัพท์ติดต่อ  ไม่นานนัก เธอก็บอกว่า.....ติดต่อได้แล้ว และกำลังจะมารับ

*****

คำว่า กำลังจะมารับ  มันใช้เวลานานเหลือเกิน  และเป็นเวลาที่ช่างทรมาน  เช่นกัน

*****

ได้แต่นึกภาพว่า  ท่านทั้งสอง  น้องทั้งสอง และน้องหมา  จะอยู่ในบ้านกันอย่างไร

*****

ตอนนี้  ครูอ้อยเห็นความสำคัญของ โทรศัพท์ ขึ้นมาทันที  และการมีโทรศัพท์ ทำให้สะดวก และทำอะไรได้ ดังที่คิดทันที  ทันการ

*****

ครูอ้อย รับหน้าที่ ไปหาซื้อ กรงน้องหมา.....ซึ่งตรงนี้  หน้าที่นี้  ทำให้ครูอ้อย มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ขึ้นมาทันที  ทำให้นึกถึง สไตล์การเรียนรู้ที่เกิดผลก็คือ.....เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ  Learning by Doing

*****

จากนั้น  เราติดต่อด้วยการใช้โทรศัพท์  น้องสาวแจ้งมาว่า  โทรศัพท์หล่นน้ำ  ใจครูอ้อยก็หล่นน้ำ ไปด้วย  แล้วเรา   จะติดต่อกันอย่างไร

*****

ไม่นานนัก  น้องสาวก็บอกว่า  ได้ใช้โทรศัพท์ของน้องสาวอีกคนหนึ่งแล้ว  และครึ่งหนึ่งของสิ่งของ  คน และน้องหมา  ได้ออกมาถึงศูนย์อพยพ  โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัยแล้ว แต่อีกครึ่งหนึ่ง  ยังแช่น้ำอยู่เลย

*****

อาการป่วยของครูอ้อยก็กำเริบ  เจ็บบริเวณสีข้าง  ที่เป็นโรคตับ  กลับมาเจ็บ แปลบๆๆอีกครั้งด้วยความเครียด  ลูกสาวคนน้อย  คือ น้องขวัญ  ได้มีส่วนช่วยให้ครูอ้อย  หายเครียดไปหลายเรื่อง

*****

ส่วนทางพ่อบ้าน  ก็รับผิดชอบในการหารถ  เพื่อการขนย้าย  จนเที่ยงแล้ว ยังไม่ได้รถเลย  จนบ่าย   สามโมง  ของวันที่ 26 ตุลาคม 2554  รถยังไม่ได้เลย  จนหกโมงเย็น  ก็ได้เพื่อนของพ่อบ้าน  แต่รถเป็นรถปิกอัพ  ขนได้แต่น้องหมา  ดังนั้น  ครูอ้อยจึงต้องนำรถยนต์ส่วนตัว มามีส่วนร่วมในการขนย้าย  ครั้งนี้ด้วย

*****

ครูอ้อย  แอบมองคุณพ่อคุณแม่  พบว่า  ท่านสบายใจถึงแม้ว่า ท่านจะเอ็นดูน้องหมามากไปหน่อย จนมองข้ามความสำคัญของลูกๆๆ ก็ตาม  แต่ครูอ้อย มีความสุขมากมาย  ในการกระทำในครั้งนี้

*****

มีตอนต่อไปนะคะ....โปรดติดตามเรื่องเดิมๆๆ ที่นี่