เคล็ดลับทั้งหมดที่ผมกล่าวมา เป็นคติความเชื่อแบบโบราณนะครับ ไม่ใช่หลักวิชาการทางการเกษตรแต่อย่างใด.....ผู้เคร่งครัดในหลักวิชาการทางการเกษตรจึงไม่ควรนำไปใช้อย่างยิ่ง เพราะอาจจะทำให้ท่านจับไข้หัวโกร๋นได้ง่ายๆ 555

 

 

 

 

 

 

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

มะละกอนุ่งกระโปรง

 

 

หลังจากนุ่งกระโปรงได้ประมาณ 2 เดือน จากนั้นมะละกอต้นนี้ก็ออกผลดกเต็มต้นอย่างที่เห็น

 

 

(๑)

 


 

          “อั้ยย่ะ! พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง! ใครเนี่ยอุตริเอากระโปรงยีนส์มามัดไว้กับต้นมะละกอของฉันแบบนี้เนี๊ยะ?” 

          ผมอุทานแบบขำๆ เมื่อมองเห็นต้นมะละกอที่ตนเองปลูกไว้ริมทุ่งนาข้างบ้านมีคนเอาโปรงยีนส์เก่าๆ ของลูกสาวมามัดไว้ ในตอนเย็นของวันหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน

          เนื่องจากผมต้องออกเดินทางไปส่งสินค้าที่ต่างจังหวัดเกือบทุกวัน โดยออกเดินทางตั้งแต่ก่อนไก่โห่ กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็มืดค่ำ บางวันก็ดึกดื่นเที่ยงคืน เลยทำให้ไม่ค่อยได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบริเวณบ้านมากเท่าใดนัก

          เย็นวันนั้น เมื่อเห็นมีคนนำเอากระโปรงยีนส์มามัดไว้กับต้นมะละกออย่างนั้น ผมก็เลยรู้สึกขำและแปลกใจอย่างมาก พร้อมทั้งอยากจะทราบจังเลยว่าใครเป็นคนทำอย่างนั้น?  และทำเพื่อจุดประสงค์อันใดกัน?

          ถามไปถามมา ในที่สุดก็ทราบว่า เจ้าของไอเดียอันน่าทึ่งนี้ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลหรือใครที่ไหนเลย หากแต่เป็นฝีมือของ “แม่ยาย” ที่เคารพของผมนั่นเอง  คิคิคิ

          แม่ยายผมท่านบอกว่า  มะละกอต้นนี้เติบโตและสมบูรณ์เต็มที่แล้ว แต่ไม่ยอมออกลูกสักที บางครั้งออกดอกมาเต็มต้น แต่สุดท้ายก็หล่นลงพื้นหมด   ในขณะที่มะละกอต้นอื่นกลับออกดอกออกผลเต็มต้น ทั้งที่ปลูกทีหลังตั้งหลายเดือน  ดังนั้น ท่านก็เลยนำความเชื่อแบบโบราณมาแก้เคล็ด เพื่อช่วยให้มะละกอออกลูกและมีลูกดก  โดยวิธีแก้เคล็ดที่ว่าก็คือการนำเอา “กระโปรง” หรือ “เสื้อยกทรง” มานุ่งให้กับต้นมะละกอนั่นเอง  เพราะเชื่อกันว่าต้นไม้ผลส่วนใหญ่เป็นไม้ตัวเมียหรือเป็น “ผู้หญิง” หากนำสิ่งของเครื่องใช้ของคุณสุภาพสตรีมาสวมใส่ให้ ก็จะทำให้เธอชอบใจหรือโปรดปราน แล้วจะตอบแทนบุญคุณให้กับเจ้าของโดยการผลิดอกออกผลให้อย่างเต็มที่

          แต่เนื่องจากแม่ยายผมท่านพิจารณาเห็นว่า หากจะนำเอาเสื้อยกทรงของสตรีไปสวมให้กับต้นมะละกอ ก็ดูจะพะเจิดพะเจ้อเกินไป ก็เลยนำเอากระโปรงยีนส์เก่าๆ ที่ลูกสาวผมไม่ใช้แล้ว ไปมัดไว้ที่ต้นมะละกอแทน

          ผมนั่งฟังแม่ยายเล่าด้วยความรู้สึกขำและฮาอยู่ในใจ เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต.....แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ได้คิดลบหลู่ความเชื่อนี้แต่อย่างใดนะครับ

 

 

 

(๒)  

 

          หลังจากนั้นไม่นาน ผมได้แวะเข้าไปอ่านบันทึก เรื่อง “ลูกแรกในชีวิต (2)”     ของคุณป้า “ลำดวน”  หรือ นาง ลำดวน ไกรคุณาศัย (เรือนรื่น)  ศึกษานิเทศก์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2  ซึ่งป้าลำดวนได้เล่าถึงขนุนที่ตนเองปลูกไว้หลายปีแล้ว แต่เพิ่งจะออกลูกครั้งแรก  โดยมีเพื่อนๆ หลายคนเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็น รวมทั้งตัวผมเองด้วย(ซึ่งแสดงความคิดเห็นไปหลายรอบทีเดียว)

                ตอนหนึ่ง ป้าลำดวนได้ตอบผมกลับมาว่า

“สวัสดีค่ะ......

    รู้อีกวิธีหนึ่งค่ะ .....โบราณบอกให้ใช้ผ้าถุงหรือเสื้อยกทรงไปผูกต้นที่ไม่ออกลูก แล้วจะออกลูกและจะดก และเคยทำด้วยตอนเด็กๆแม่ใช้ให้เอาผ้าถุงแม่ไปพันต้นมะยมที่ไม่ยอมออกลูกสุดท้ายออกลูกดกมากมายเลยค่ะ

    เอ...หรือจะใช้วิธีนี้กับต้นขนุนดี......ขอบคุณมากนะคะที่มาทำให้นึกวิธีการออก....”

                ทันทีที่ผมได้อ่านข้อความนี้ของป้าลำดวน ก็ทำให้ผมถึงกับบางอ้อและตาสว่างขึ้นมาทันที เพราะช่างตรงกับวิธีแก้เคล็ดของแม่ยายผมเหลือเกิน จะต่างกันอยู่บ้าง ก็ตรงที่แม่ยายผมเลือกใช้ “กระโปรงยีนส์” แทน “ผ้าถุง” และ “เสื้อยกทรง” เท่านั้นเอง

                แล้วผม ก็รีบตอบป้าลำดวนไปว่า

“สวัสดีครับ....

        เดือนที่แล้ว แม่ยายผมก็เอากระโปรงของลูกสาวไปผูกไว้ที่ต้นมะละกอข้างๆ บ้านนะครับ เนื่องจากต้นโตมากแล้ว แต่ไม่ยอมออกลูกเลย ผมไม่เคยรู้วิธีนี้มาก่อน เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า ใครหนอช่างอุตริเอากระโปรงเด็กมานุ่งให้ต้นมะละกอ แต่พอถามไปถามมาถึงรู้ว่าเป็นฝีมือของแม่ยาย ยิ่งได้อ่านที่ป้าลำดวนบอกมาอีก ก็เลยทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกวิธีหนึ่ง

        ตอนนี้มะละกอต้นนั้น ออกลูกแล้วนะครับ และทำท่าจะดกเสียด้วย เอาไว้วันหลังจะถ่ายรูปส่งไปให้ดูนะครับ”

               

         ไม่เชื่อ....ก็ต้องเชื่อนะครับว่าวิธีแก้เคล็ดที่แม่ยายของผมทำนั้น ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมเลย  เพราะว่าหลังจากนั้นไม่นานมะละกอต้นนั้นก็ผลิดอกและออกลูกเต็มต้นเลยนะครับ แถมลูกยังโตกว่าต้นอื่นๆ อีกต่างหาก

               

          วันนี้....ผมก็เลยเก็บรูปต้นมะละกอนุ่งกระโปรงที่ออกลูกดกเต็มต้นมาฝากป้าลำดวนและเพื่อนๆ ใน gtk ได้ชมตามที่ได้สัญญาเอาไว้คราวนั้นนะครับ

 

 

(๓)

 

 

          นอกจากความเชื่อแบบโบราณเกี่ยวกับการนุ่งกระโปรง ผ้าถุง หรือเสื้อยกทรง ให้กับต้นไม้ผลเพื่อเป็นการแก้เคล็ดให้ต้นไม้ผลิดอกออกผลตามความต้องการ ซึ่งเป็นคติความเชื่อที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของไทยแล้ว  ก็พอดีผมนึกได้ว่า แถวๆ บ้านเกิดของผมที่ภาคอีสาน(ศรีสะเกษ)เขามีการนำเคล็ดลับหรือเกร็ดความรู้(แบบไสยศาสตร์)ตาม ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการทำให้พืชหรือผลไม้ออกลูกดกด้วยนะครับ.....อาจจะน่าขำหรือฮาสักหน่อย  แต่ไม่เชื่อ...ก็อย่าลบหลู่นะครับ (คิคิคิ)  โดยมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันครับ  คือ........

          1.  เอาไม้คานไปเคาะต้นไม้ตอนเกิดจันทรุปราคา.....กล่าวคือ  เวลาเกิดจันทรุปราคาหรือจันทคราส ให้เอาไม้คาน(ไม้สำหรับหาบตะกร้าหรือกระบุง) ไปตีหรือเคาะตามต้นไม้ผลที่เราปลูก พร้อมทั้งบอกกล่าวด้วยว่า....ขอให้ออกลูกออกผลเยอะๆ ด้วยเน้อ ทำนองว่าไปช่วยปลุกให้รุกขเทวดาที่สิงอยู่ในนั้น ได้มีสติและทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์...อะไรทำนองนี้แหละ

          2.  ให้เอาตะปูที่เขาตอกโลงศพไปตอกที่ต้นไม้.......คือ  พอเขาเผาศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเก็บเอาตะปูที่เขาใช้ตอกโลงศพมาสัก 3 ดอก จากนั้น ก็เอาไปตอกที่ต้นไม้ผลที่เราต้องการให้ออกลูกเยอะๆ ตอกให้มิดเลยนะครับ แล้วก็ประนมมืออธิษฐานขอตามใจชอบ  จากนั้นไม่นานต้นไม้นั้นก็จะออกลูกดกสมความปรารถนา

          อันหลังนี้ออกจะน่ากลัวไปสักหน่อย แต่ผมก็เคยเห็นเขาทำกัน และได้ผลจริงๆ นะครับ ในขณะที่ผมเองก็เคยทำเช่นกัน สมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยเอามาตอกต้นมะพร้าว ที่ไม่ยอมออกลูกซะที หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏว่าออกลูกดกมากจนกินไม่หวาดไม่ไหวเลยละครับ

    

          สนใจวิธีไหน เพื่อนๆ ก็ลองนำไปใช้ดูนะครับ  ได้ผลอย่างไรก็ช่วยเล่าสู่กันฟังบ้างละกัน  คิคิคิ

 

 

 

(โปรดทราบ......เคล็ดลับทั้งหมดที่ผมกล่าวมา เป็นคติความเชื่อแบบโบราณนะครับ  ไม่ใช่หลักวิชาการทางการเกษตรแต่อย่างใด.....ผู้เคร่งครัดในหลักวิชาการทางการเกษตรจึงไม่ควรนำไปใช้อย่างยิ่ง เพราะอาจจะทำให้ท่านจับไข้หัวโกร๋นได้ง่ายๆ  555)

 

 

เชิญแวะเข้าไปอ่านบันทึกของ "ป้าลำดวน" เรื่อง  "ลูกแรกในชีวิต(2)"

ได้ที่นี่ครับ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/447732

 

 

 


ลูกที่ออกก่อนเพื่อนกำลังสุก ส่วนลูกอื่นๆ ก็ทะยอยเติบโตเต็มต้น

 

กระโปรงเริ่มออกราให้เห็น เพราะใส่มาหลายเดือนแล้ว

 

 

เพลง     "ส้มตำ"

บทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามมกุฏราชกุมารี

ขับร้องโดย      "พุ่มพวง   ดวงจันทร์"