เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :
มะละกอนุ่งกระโปรง
หลังจากนุ่งกระโปรงได้ประมาณ 2 เดือน จากนั้นมะละกอต้นนี้ก็ออกผลดกเต็มต้นอย่างที่เห็น
(๑)
“อั้ยย่ะ! พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง! ใครเนี่ยอุตริเอากระโปรงยีนส์มามัดไว้กับต้นมะละกอของฉันแบบนี้เนี๊ยะ?”
ผมอุทานแบบขำๆ เมื่อมองเห็นต้นมะละกอที่ตนเองปลูกไว้ริมทุ่งนาข้างบ้านมีคนเอาโปรงยีนส์เก่าๆ ของลูกสาวมามัดไว้ ในตอนเย็นของวันหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน
เนื่องจากผมต้องออกเดินทางไปส่งสินค้าที่ต่างจังหวัดเกือบทุกวัน โดยออกเดินทางตั้งแต่ก่อนไก่โห่ กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็มืดค่ำ บางวันก็ดึกดื่นเที่ยงคืน เลยทำให้ไม่ค่อยได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบริเวณบ้านมากเท่าใดนัก
เย็นวันนั้น เมื่อเห็นมีคนนำเอากระโปรงยีนส์มามัดไว้กับต้นมะละกออย่างนั้น ผมก็เลยรู้สึกขำและแปลกใจอย่างมาก พร้อมทั้งอยากจะทราบจังเลยว่าใครเป็นคนทำอย่างนั้น? และทำเพื่อจุดประสงค์อันใดกัน?
ถามไปถามมา ในที่สุดก็ทราบว่า เจ้าของไอเดียอันน่าทึ่งนี้ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลหรือใครที่ไหนเลย หากแต่เป็นฝีมือของ “แม่ยาย” ที่เคารพของผมนั่นเอง คิคิคิ
แม่ยายผมท่านบอกว่า มะละกอต้นนี้เติบโตและสมบูรณ์เต็มที่แล้ว แต่ไม่ยอมออกลูกสักที บางครั้งออกดอกมาเต็มต้น แต่สุดท้ายก็หล่นลงพื้นหมด ในขณะที่มะละกอต้นอื่นกลับออกดอกออกผลเต็มต้น ทั้งที่ปลูกทีหลังตั้งหลายเดือน ดังนั้น ท่านก็เลยนำความเชื่อแบบโบราณมาแก้เคล็ด เพื่อช่วยให้มะละกอออกลูกและมีลูกดก โดยวิธีแก้เคล็ดที่ว่าก็คือการนำเอา “กระโปรง” หรือ “เสื้อยกทรง” มานุ่งให้กับต้นมะละกอนั่นเอง เพราะเชื่อกันว่าต้นไม้ผลส่วนใหญ่เป็นไม้ตัวเมียหรือเป็น “ผู้หญิง” หากนำสิ่งของเครื่องใช้ของคุณสุภาพสตรีมาสวมใส่ให้ ก็จะทำให้เธอชอบใจหรือโปรดปราน แล้วจะตอบแทนบุญคุณให้กับเจ้าของโดยการผลิดอกออกผลให้อย่างเต็มที่
แต่เนื่องจากแม่ยายผมท่านพิจารณาเห็นว่า หากจะนำเอาเสื้อยกทรงของสตรีไปสวมให้กับต้นมะละกอ ก็ดูจะพะเจิดพะเจ้อเกินไป ก็เลยนำเอากระโปรงยีนส์เก่าๆ ที่ลูกสาวผมไม่ใช้แล้ว ไปมัดไว้ที่ต้นมะละกอแทน
ผมนั่งฟังแม่ยายเล่าด้วยความรู้สึกขำและฮาอยู่ในใจ เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต.....แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ได้คิดลบหลู่ความเชื่อนี้แต่อย่างใดนะครับ
(๒)
หลังจากนั้นไม่นาน ผมได้แวะเข้าไปอ่านบันทึก เรื่อง “ลูกแรกในชีวิต (2)” ของคุณป้า “ลำดวน” หรือ นาง ลำดวน ไกรคุณาศัย (เรือนรื่น) ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งป้าลำดวนได้เล่าถึงขนุนที่ตนเองปลูกไว้หลายปีแล้ว แต่เพิ่งจะออกลูกครั้งแรก โดยมีเพื่อนๆ หลายคนเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็น รวมทั้งตัวผมเองด้วย(ซึ่งแสดงความคิดเห็นไปหลายรอบทีเดียว)
ตอนหนึ่ง ป้าลำดวนได้ตอบผมกลับมาว่า
“สวัสดีค่ะ......
รู้อีกวิธีหนึ่งค่ะ .....โบราณบอกให้ใช้ผ้าถุงหรือเสื้อยกทรงไปผูกต้นที่ไม่ออกลูก แล้วจะออกลูกและจะดก และเคยทำด้วยตอนเด็กๆแม่ใช้ให้เอาผ้าถุงแม่ไปพันต้นมะยมที่ไม่ยอมออกลูกสุดท้ายออกลูกดกมากมายเลยค่ะ
เอ...หรือจะใช้วิธีนี้กับต้นขนุนดี......ขอบคุณมากนะคะที่มาทำให้นึกวิธีการออก....”
ทันทีที่ผมได้อ่านข้อความนี้ของป้าลำดวน ก็ทำให้ผมถึงกับบางอ้อและตาสว่างขึ้นมาทันที เพราะช่างตรงกับวิธีแก้เคล็ดของแม่ยายผมเหลือเกิน จะต่างกันอยู่บ้าง ก็ตรงที่แม่ยายผมเลือกใช้ “กระโปรงยีนส์” แทน “ผ้าถุง” และ “เสื้อยกทรง” เท่านั้นเอง
แล้วผม ก็รีบตอบป้าลำดวนไปว่า
“สวัสดีครับ....
เดือนที่แล้ว แม่ยายผมก็เอากระโปรงของลูกสาวไปผูกไว้ที่ต้นมะละกอข้างๆ บ้านนะครับ เนื่องจากต้นโตมากแล้ว แต่ไม่ยอมออกลูกเลย ผมไม่เคยรู้วิธีนี้มาก่อน เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า ใครหนอช่างอุตริเอากระโปรงเด็กมานุ่งให้ต้นมะละกอ แต่พอถามไปถามมาถึงรู้ว่าเป็นฝีมือของแม่ยาย ยิ่งได้อ่านที่ป้าลำดวนบอกมาอีก ก็เลยทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกวิธีหนึ่ง
ตอนนี้มะละกอต้นนั้น ออกลูกแล้วนะครับ และทำท่าจะดกเสียด้วย เอาไว้วันหลังจะถ่ายรูปส่งไปให้ดูนะครับ”
ไม่เชื่อ....ก็ต้องเชื่อนะครับว่าวิธีแก้เคล็ดที่แม่ยายของผมทำนั้น ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมเลย เพราะว่าหลังจากนั้นไม่นานมะละกอต้นนั้นก็ผลิดอกและออกลูกเต็มต้นเลยนะครับ แถมลูกยังโตกว่าต้นอื่นๆ อีกต่างหาก
วันนี้....ผมก็เลยเก็บรูปต้นมะละกอนุ่งกระโปรงที่ออกลูกดกเต็มต้นมาฝากป้าลำดวนและเพื่อนๆ ใน gtk ได้ชมตามที่ได้สัญญาเอาไว้คราวนั้นนะครับ
(๓)
นอกจากความเชื่อแบบโบราณเกี่ยวกับการนุ่งกระโปรง ผ้าถุง หรือเสื้อยกทรง ให้กับต้นไม้ผลเพื่อเป็นการแก้เคล็ดให้ต้นไม้ผลิดอกออกผลตามความต้องการ ซึ่งเป็นคติความเชื่อที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของไทยแล้ว ก็พอดีผมนึกได้ว่า แถวๆ บ้านเกิดของผมที่ภาคอีสาน(ศรีสะเกษ)เขามีการนำเคล็ดลับหรือเกร็ดความรู้(แบบไสยศาสตร์)ตาม ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการทำให้พืชหรือผลไม้ออกลูกดกด้วยนะครับ.....อาจจะน่าขำหรือฮาสักหน่อย แต่ไม่เชื่อ...ก็อย่าลบหลู่นะครับ (คิคิคิ) โดยมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันครับ คือ........
1. เอาไม้คานไปเคาะต้นไม้ตอนเกิดจันทรุปราคา.....กล่าวคือ เวลาเกิดจันทรุปราคาหรือจันทคราส ให้เอาไม้คาน(ไม้สำหรับหาบตะกร้าหรือกระบุง) ไปตีหรือเคาะตามต้นไม้ผลที่เราปลูก พร้อมทั้งบอกกล่าวด้วยว่า....ขอให้ออกลูกออกผลเยอะๆ ด้วยเน้อ ทำนองว่าไปช่วยปลุกให้รุกขเทวดาที่สิงอยู่ในนั้น ได้มีสติและทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์...อะไรทำนองนี้แหละ
2. ให้เอาตะปูที่เขาตอกโลงศพไปตอกที่ต้นไม้.......คือ พอเขาเผาศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเก็บเอาตะปูที่เขาใช้ตอกโลงศพมาสัก 3 ดอก จากนั้น ก็เอาไปตอกที่ต้นไม้ผลที่เราต้องการให้ออกลูกเยอะๆ ตอกให้มิดเลยนะครับ แล้วก็ประนมมืออธิษฐานขอตามใจชอบ จากนั้นไม่นานต้นไม้นั้นก็จะออกลูกดกสมความปรารถนา
อันหลังนี้ออกจะน่ากลัวไปสักหน่อย แต่ผมก็เคยเห็นเขาทำกัน และได้ผลจริงๆ นะครับ ในขณะที่ผมเองก็เคยทำเช่นกัน สมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยเอามาตอกต้นมะพร้าว ที่ไม่ยอมออกลูกซะที หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏว่าออกลูกดกมากจนกินไม่หวาดไม่ไหวเลยละครับ
สนใจวิธีไหน เพื่อนๆ ก็ลองนำไปใช้ดูนะครับ ได้ผลอย่างไรก็ช่วยเล่าสู่กันฟังบ้างละกัน คิคิคิ
(โปรดทราบ......เคล็ดลับทั้งหมดที่ผมกล่าวมา เป็นคติความเชื่อแบบโบราณนะครับ ไม่ใช่หลักวิชาการทางการเกษตรแต่อย่างใด.....ผู้เคร่งครัดในหลักวิชาการทางการเกษตรจึงไม่ควรนำไปใช้อย่างยิ่ง เพราะอาจจะทำให้ท่านจับไข้หัวโกร๋นได้ง่ายๆ 555)
เชิญแวะเข้าไปอ่านบันทึกของ "ป้าลำดวน" เรื่อง "ลูกแรกในชีวิต(2)"
ได้ที่นี่ครับ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/447732
ลูกที่ออกก่อนเพื่อนกำลังสุก ส่วนลูกอื่นๆ ก็ทะยอยเติบโตเต็มต้น
กระโปรงเริ่มออกราให้เห็น เพราะใส่มาหลายเดือนแล้ว
เพลง "ส้มตำ"
บทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามมกุฏราชกุมารี
ขับร้องโดย "พุ่มพวง ดวงจันทร์"
ขอบคุณคะ
ที่บ้านมีต้นมะยม ไม่ยอมออกลูกสักที
แม่เลยเอามีดพร้าไปฟันฉึกหนึ่ง แต่เปลี่ยนใจไว้ฟันต่อวันหลัง
...
ปรากฎว่า อาทิตย์ถัดมา มีช่อ ออกมาเลย
...
จิตวิทยาต้นไม้ :-D
สวัสดีค่ะคุณอักขณิช
มะละกอนุ่งกระโปรงลูกดกจริงๆน่าทานค่ะ
เพลงเพราะมากค่ะ
ภูมิปัญญา เคล้ดลับ ที่เชื่อและสืบทอดกันมา อย่างลองกองต้องแกล้งให้ ใบโศก แล้วให้น้ำจะติดดอกทันที
หรือต้นไม้เอามีดไปฟันไปสับ ก็จะออกลูก เสมือนหนึ่งไปเตือนว่า อย่ามัวแต่งามอยู่ ถึงเวลาให้ผลใหลูกแล้ว
เป็นความเชื่อที่ปฏิบัติแล้วที่ให้ผลสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการ
คนโบราณท่านมักจะมีแนวคิดดีๆ ที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต เสมอ เสมอ
เอ........หากพี่จะเอากระโปรงไปใส่ให้กระปุกออมสิน
ให้เงินเต็มกระปุก เร็วๆ ท่าจะดีเน้าะ ^__^
สวัสดีครับ คุณหมอแต้ CMUpal/ ป.
-โอ! มีงี้ด้วยรึ? แสดงว่าต้นมะยมที่บ้านของคุณหมอชอบความรุนแรงนะนั่น ต้องให้เลือดตกยางออกก่อน จึงค่อยออกลูก
ถ้าหากฟันเยอะกว่านั้น สงสัยผลคงจะดกมากกว่าที่เห็นแน่นอนเลย.....คิคิคิ
-ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับเคล็ดลับใหม่ล่าสุดนี้ เอาไว้ผมจะนำไปทดลองกับต้นมะละกอดูสักต้นนะครับ 555
สวัสดีครับ อาจารย์โสภณ เปียสนิท
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่แวะเข้ามาให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ
-ตอนนี้มะละกอที่เห็นในรูปก็ทะยอยสุกทีละลูกๆ นะครับ
นอกจากจะรับประทานในครอบครัวแล้ว ผมก็ยังแบ่งปันให้เพื่อนบ้านได้รับประทานด้วย
รสชาติหวานและอร่อยดีครับ
-อยากจะส่งไปให้อาจารย์สักลูก แต่ก็เกรงว่าจะไปไม่ถึงมือ เพราะตอนนี้น้ำกำลังท่วมหนักอยู่ กว่าจะแห้งก็อีกเกือบๆ 2 เดือน....ก็เลยไม่ส่งไปให้ดีกว่า....คิคิคิ
สวัสดีครับ คุณถาวร
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ
-หากคุณถาวรสนใจ ก็สามารถนำวิธีนี้ไปทดลองกับต้นไม้ผลที่บ้านดูได้นะครับ รับรองได้ผลแน่นอนครับ คิคิคิ
สวัสดีครับ ท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
-เรื่อง "แกล้ง" ต้นไม้เพื่อให้ออกลูกนี่พอเคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันนะครับ
แต่เรื่องเอามีดไปฟันหรือไปสับนี่ ไม่เคยทราบมาก่อนเลย
เพิ่งทราบวันนี้เองครับ จากคุณหมอ ป. และท่านวอญ่า
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแนะนำเคล็ดลับใหม่ล่าสุดให้ เอาไว้จะนำไปทดลองดูนะครับ
สวัสดีครับ เอื้อยกระติกน้ำ~natachoei ที่ ~natadee
-คติโบราณเหล่านี้ ถือว่าเป็น "ศรัทธา" หรือ "ความเชื่อ" ประเภทหนึ่งนะครับ
หากเรามองแบบ "เหตุผล" ก็อาจจะดูเป็นเรื่องที่งมงายและไร้สาระ
แต่ถ้าหากเรามองในแง่ของ "ศรัทธา" เราก็จะพบความงดงามและความผูกพันมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้น
-เอ! อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมียนกันนะครับ
เอื้อยนำไปทดลองเบิ่งก่อนเด้อ ได้ผลยังไงก็บอกด้วยละกัน จะได้นำไปใช้ดูบ้าง คิคิคิ
ชอบจริง ๆ นะคะ ตอนเด็ก เคาะต้นมะพร้าว มะม่วง มะยม...เวลา "กบกินเดือน"
สงสัยเกสรตัวผู้กับตัวเมียจะต๊กกะใจ ลอยมาพบหน้ากันในช่อดอก
ก๊อเลยโผล่ออกจากดอกกลายเป็นลูก เป็นผล...เต็มต้น
แต่ว่า นุ่งกระโปรงเนี่ย....
ฝนเมื่อกี้ปลูกมะละกอไว้ กำลังโตขึ้น ๆ
ต้องรอว่า ถ้าไม่มีผล
จะลองหากระโปรงน่ารัก ๆ มาลองสวมให้ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณหมอ ทพญ.ธิรัมภา
-สมัยเป็นเด็กผมก็เคยวิ่งเอาไม้คานไปเคาะต้นไม้ผลอยู่หลายครั้งนะครับ เวลามี "กบกินเดือน"(จันทรุปราคา) เกิดขึ้น ซึ่งมีความสุขและสนุกสนานไปอีกแบบ ตอนแรกๆ ผู้ใหญ่จะบอก แต่ตอนหลังพอเห็นกบกินเดือน ก็จะทำเองเลย
-ไม่แน่ใจว่าคนยุคใหม่เขายังทำแบบนี้อยู่บ้างหรือเปล่า?
-ลองเอาวิธีนุ่งกระโปรงไปใช้ดูนะครับ ได้ผลอย่างไรโปรดเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ คิคิคิ
สวัสดีครับ อาจารย์ Ico48 ผศ. วิไล แพงศรี
-แม่ยายผมเป็นคนแบบ "กลางๆ" นะครับ ไม่ทันสมัยมากเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนที่ล้าหลังหรือตกยุคสมัย
แม้ว่าท่านจะเป็นคน "อนุรักษ์นิยม" เคร่งครัดในจารีตประเพณีและเชื่อคติโบราณ แต่ท่านก็ไม่ได้งมงายแต่อย่างใด
หากแต่มีการเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งส่งเสริมให้ลูกๆ ได้ศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์จนประสบความสำเร็จในชีวิตทั้ง 2 คนอีกด้วย(แม่บ้านผมจบคณิตศาสตร์ ส่วนน้องชายของภรรยาจบแพทยศาสตร์)
-คติความเชื่อ....ส่วนใหญ่จะอาศัย "ศรัทธา" เป็นหลักนะครับ ส่วนวิชาการหรือวิทยาศาสตร์นั้น จะอาศัย "เหตุผล" เป็นหลัก
บางสิ่ง....สามารถอธิบายได้ด้วยการอาศัยอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นหลัก
แต่บางสิ่ง....ก็สามารถอธิบายได้ ทั้งด้วยหลัก "ศรัทธา" และ "เหตุผล"
สำหรับผมแล้ว....คติความเชื่อเหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มีความงดงามนะครับ ในฐานะที่ช่วยจรรโลงจิตใจของเราให้มีความงดงามและมีความสุขได้..... ไม่ว่ามันจะอธิบายได้หรือไม่ได้ก็ตาม
-ขอบคุณอาจารย์มากๆ เลยครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจเป็นประจำ
ผมปลูกพริกมะเขื่อไว้น่าบ้าน มะเขือได้กินลูกแล้ว พริกกำลังออกดอกมีผลบ้าง แต่แฟนบอกว่ามันหัวหยิกๆ
แม่ยายที่ต่างจังหวัดบอกให้เอายากันแมลงไปฉีดแล้วรดน้ำสองสามวันก็จะหาย
แต่ผมกลัวยาฆ่าแมลงไม่กล้าทำตาม ปล่อยให้มันหยิกๆอย่างนั้นไปตามธรรมชาติของมัน
สวัสดีครับ คุณ พ.แจ่มจำรัส
-บอกตรงๆ ว่า ในกรณีต้นพริกกับต้นมะเขือของพิชัยนิ คงไม่สามารถจะนำคติความเชื่อที่ผมเขียนไว้ไปใช้ได้นะครับ เนื่องจากว่ามันต้นเล็กเกินไปนั่นเอง ขืนเอากระโปรงไปคลุมต้นพริกหรือต้นมะเขือ มีหวังตายอย่างเดียวครับ เพราะจะทำให้มันหายใจไม่ออกนั่นเอง คิคิคิ
-อาการหัวหยิกของต้นพริก ผมก็เจอบ่อยๆ นะครับ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุนะครับ เช่น เพลี้ยกิน หนอนเข้าไปอยู่ในนั้น หรือน้ำเลี้ยงไม่พอ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างใด
ให้หมั่นคอยดูแลอย่างใกล้ชิด หรือหากจำเป็นจะต้องใช้ยากันแมลงช่วย ก็ให้ใช้ยาที่ทำจากสมุนไพรแทน เช่น น้ำสะเดาหมัก น้้ำบรเพ็ดหมัก น้ำตะไคร้ เป็นต้น จะช่วยไล่และกำจัดแมลงได้อย่างดี โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนยามดึกๆ เช่นนี้
น่าสนใจค่ะ จะลองดูบ้าง ที่สวนไม้กินได้ มีแต่ดอก ไม่มีผลเลยค่ะ
สวัสดีครับ...อาจารย์อักขณิช กลับมารายงานตัวหลังจากห่างหายไปนานครับ
เรื่องราวความเชื่อของคนสมัยก่อนที่สือบทอดกันมา...มีมากมายครับ แม้กะเหรี่ยงเอง เรื่องแบบนี้ก็มีให้เห็นออกบ่อยๆๆ จะต่างหน่อยก็ตรง หากระโปรยีนส์ นุ่งยากหน่อย ต้นไม้ของกะเหรี่ยงจึงวาสนาน้อยได้นุ่งแต่ผ้าซิ้นสีแดงเก่าๆๆ ของคุณแม่ อะครับ 5555
สวัสดีครับ คุณป้านงนาท สนธิสุวรรณ
คุณป้าใหญ่ลองนำไปทดลองดูนะครับ
บางทีอาจจะได้ผลบ้างก็ได้ ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง
หากได้ผลอย่างไร....ก็กรุณาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
สวัสดีครับ คุณป่าไม้เลื้อย/พาดีซอ
-ดีใจจังที่คุณพาดีซอกลับมาเขียนบันทึกอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน
-ผมเคยผ่านไปทางหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงหลายแห่งด้วยกัน เคยสังเกตเห็นต้นไม้บางต้นมีผ้าถุงมัดไว้ด้วย แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายเท่าใดนัก นึกว่ามัดไว้เพื่อบูชาเทพเทวดาเสียอีก เพิ่งมาทราบความหมายที่แท้จริงจากคุณพาดีซอวันนี้เองนะครับ
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน