การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เราทำเพื่ออะไร ก็เพื่อให้เราสามารถยืนอยู่บนลำแข้ง ไม่ต้องรอใครมาช่วย
หากเพ่งมองไปข้างหน้าของเรา และมองให้เห็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ เช่น การทำแพลอยน้ำวางผักอาหารเร่ขาย , การออกมาวิ่งเรือรับจ้างค่าโดยสารก็แล้วแต่จะให้ , การตกปลา ฯลฯ
นี่คือสิ่งที่จะตอบคำถามของการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ ดูรายการโทรทัศน์ กิน อยู่ คือ ทำให้เราได้เห็นถึงชาวมหาสารคาม ที่เค้าไม่รอความช่วยเหลือ เค้ามียอ มีแห มีอุปกรณ์ที่จะทำมาหากินในสภาวะน้ำท่วมขัง เพื่อจับปลา จับสัตว์น้ำ ซึ่งชุกชุมในเวลานี้ เพื่อดำรงชีวิตของตนและครอบครัว
ในตอนกลางคืนเค้าก็จุดใต้เพื่อให้แสงสว่าง ก็ทำให้เราได้นึกไปถึงชีวิตของไทยในอดีต นึกถึงว่าหากเค้าร้อนก็หาพัดมาโบกพัดให้ผ่อนคลายความร้อน นึกไปก็เห็นถึงทางสว่างนะ
ว่าทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย เพราะเราเองก็ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ล้มหายไปซะเมื่อไหร่
เพียงเดือนสองเดือนน้ำท่วมก็ผ่านเราไปแล้ว ความทุกข์เนื่องจากน้ำก็หายไปพลัน แต่ใครล่ะจะรู้ว่า ช่วงต่อไปเราอาจจะเจอกับภัยพิบัติความหนาวเย็น และบางทีอาจจะหนักจนถึงจุดเยือกแข็ง
หากเรายังไม่ปรับทัศนคติให้มีมุมบวกต่อสภาวะแวดล้อมที่เลวร้าย ไม่ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส เมื่อความยากลำบากเข้ามาเยือนเราก็จะทุกข์ใจ ขอความช่วยเหลืออยู่ร่ำไป ประเทศไทยของเราหากหลายคนมีอาการแบบนี้ ไทยเราคงอ่อนแอและก้าวต่อไปไม่ได้ในอนาคตอันแสนโหดร้าย
ฉะนั้นเชื้อเชิญให้ทุกท่านมายิ้มให้กับวิกฤติ มามองวิกฤติให้เป็นเงินกันเถอะ

ตามมาเชียร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ลุ้นน้ำท่วมกรุงเทพฯ เอาใจช่วยครับ แต่ยังไงเราก็อยู่ภายใต้ธรรมชาติก็ปรับตัวครับ น่่าจะดีที่สุดครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทาย
ภาคใต้ฝนกำลังตกอยู่ค่ะ
แต่ยังไม่ท่วม
"ความสุขเป็นสิ่งที่มีอยู่ภายในตัวเรา ไม่ได้เกิดจากการนำเข้าจากภายนอก"
ขอบคุณสำหรับองค์ความรู้ดีๆนะครับ
มาเยี่ยมระหว่างน้ำท่วมครับผม