ความเครียด ..... ความวิตกกังวล ....ความทุกข์... และ... การจัดการความเครียด....อย่างไรดี?

   เรียนเพื่อนๆ วันนี้คุยเรื่อง “ความเครียด” เห็นภาพประชาชน ที่ได้รับภัยจากน้ำท่วม มีทั้ง ความเครียด (Stress) ความวิตกกังวล (Anxiety) นอนไม่หลับ (Sleepless) และมีความทุกข์(Distress) มีผู้ให้นิยาม ความเครียด ไว้หลายๆ ท่านเช่น

1. Alexandria (1987) ความเครียด หมายถึง เหตุการณ์หรือสภาพที่ก่อให้เกิดความเครียดโดยทั่วไปคือ เหตุการณ์หรือยากเกิดไปที่ความสามารถของบุคคลจะรับมือได้

2. Sutterley and Dolnelly (1982) ความเครียดคือปฏิกิริยาตอบสนองของบุคคลต่อสิ่งที่มาคุกคาม มีผลทำให้สภาพจิตใจเกิดความไม่สมดุลขึ้น

3. Selye H. (1976) ความเครียดหมายถึงภาวะที่ร่างกายและจิตใจมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้น ทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกาย ทำให้ภาวะทางร่างกายและจิตใจขาดสมดุล

4. Lazarus R.S. (1966) ความเครียดเป็นความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อความไม่สมดุลระหว่างคนกับการเปลี่ยนแปลง  โดยบุคคลเป็นผู้ประเมินว่า ความไม่สมดุลนั้นเกินขีดความสามารถที่จะต่อต้านได้ ทำให้รู้สึกว่าถูกคุกคามหรือไม่มีความสุข

5. มล.สมชาย  จักรพันธุ์ (2538) ความเครียดเป็นปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจ ที่มีต่อสิ่งที่มากระตุ้น ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นการตอบสนองของร่างกายบางส่วน และสิ่งที่มากระตุ้น หรือสิ่งเร้าที่จะทำให้เกิดความเครียดซึ่งจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน

6. ราชบัณฑิตยสถาน (2542) ความเครียด หมายถึง ลักษณะอาการที่สมองไม่ได้ผ่อนคลายเพราะคร่ำเคร่งอยู่กับงานจนเกินไป หรือลักษณะอาการที่จิตใจมีอารมณ์บางอย่างมากดดันความรู้สึกอย่างรุนแรง

7. Alexandria (1987) ความเครียด หมายถึง เหตุการณ์หรือสภาพที่ก่อให้เกิดความเครียดโดยทั่วไปคือ เหตุการณ์หรือยากเกิดไปที่ความสามารถของบุคคลจะรับมือได้

8.กิติกร มีทรัพย์ (2541) ความเครียด หมายถึง สภาวะทางร่างกายหรือจิตใจที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ทั้งในตัวคนหรือนอกตัวคน เป็นผลให้ร่างกายจิตใจเสียสมดุล ซึ่งสภาวะทางร่างกาย เช่น ความเหนื่อยล้า การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเจ็บป่วย ส่วนสภาวะจิตใจ ได้แก่ ความรู้สึกและอารมณ์ต่าง ๆ เช่นความโกรธ ความเศร้า ความวิตกกังวล  ความกลัว

9. Hodder & Stoughton (1988) ความเครียดหมายถึง ความกดดันของบุคคลที่มีมากเกินปกติและยากที่จะต้านทานได้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจทีไม่สบาย

การจัดการกับความเครียด(Coping Management)

1. ศิริไชย หงส์สงวนศรี (2554)การจัดการกับความเครียดเป็นความพยายามในการแก้ไขความเครียดที่เกิดขึ้น ความเครียดที่มากเกินกว่าความเครียดที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ  ใช้ความสามารถในการจัดการกับความเครียดระดับปกติได้ เป็นความพยายามทั้งทางด้านการควบคุมอารมณ์ ควบคุมความคิด ควบคุมพฤติกรรมและการตอบสนองทางสรีรวิทยาของร่างกาย รวมไปถึงความพยายามในการควบคุมปัจจัยสภาพแวดล้อม

2. สุดสบาย  จุลกทัพพะ (2554) การจัดการกับความเครียดเป็น การขจัดความเครียดที่เกิดจาก 3 สาเหตุ ด้านร่างกายคือ 1) การกำจัดสาเหตุที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาสุขภาพร่างกาย 2)ด้านจิตใจคือ การปรับสภาพจิตใจ....รู้จักปรับเข้ากับปัญหา ยอมรับในสิ่งที่ยังแก้ไขไม่ได้และสิ่งที่เป็นอยู่  3)ด้านสิ่งแวดล้อม...ที่เกี่ยวกับความเครียดนั้น ๆ (น้ำท่วม) 

3. Lazarus (1966) การจัดการกับความเครียดเป็นความพยายามทางปัญญาและความพยายามทางพฤติกรรม เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาหรือข้อเรียกร้องทั้งที่เกิดจากภายนอกและจากภายใน  

4. Carver Scheire & Weintraub, (1989) การจัดการกับความเครียด เป็นพฤติกรรมที่บุคคลใช้ในการลดความขัดแย้งในใจ 

5. เอกชัย  จุลาจาริตต์, (2551) เมื่อมีความกังวล(Anxiety) ความเครียด (Stress) และความทุกข์มากขึ้น (Distress) การนอนไม่หลับก็จะมากขึ้น (Could not sleep) เมื่อมีการนอนไม่หลับรุนแรงมากขึ้น  ความเครียด  ความกังวล และความทุกข์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ 

     วิธีการลดความทุกข์  ต้องลดทั้ง 3 จุดนั้น ทั้ง ลดความเครียด  ลดความวิตกกังวล  พยายามนอนให้หลับ หรือ ลดทั้งทางร่างกายและลดทางจิตใจ.....ซึ่งก็ยากมากสำหรับผู้ที่เผชิญความทุกข์  ณ.เวลานี้...ที่บ้าน ...ที่ทำงาน..เป็นทะเลน้ำ (น้ำ้ท่วมทั้งเมือง) ใครไม่ประสบภัยนี้....ยากที่จะอธิบาย....ต่อความทุกข์...นั้นได้  

      ขอให้ น้ำลดลง...ไปสู่ทะเลโดยเร็ว... จะลดความทุกข์...ของประชาชน...ได้โดยเร็ว...นะคะ

   ขอเป็นกำลังใจ   ขอให้อดทน   นะคะ

      สมศรี  นวรัตน์ 

      รพ.บ้านลาด