คิดถึงอานิสงส์ของเมตตา ชายสูงวัยกล่าวไปเรื่อย เหมือนไม่เหน็ดเหนื่อย

“คิดว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน” ว่าแล้วก็นิ่งเงียบ รอดูท่าทีว่าชายหนุ่มจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร “อธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ ผมยังไม่ชัดเจน” “ของแบบนี้ ใครทำใครได้ ใครกินใครอิ่ม” “เอ เหมือนจะเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจ อย่างไรชอบกล” “เขาทำอย่างนี้ เป็นการสร้างกรรมของเขา เราไม่ควรโกรธ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกรรมร่วมกับเขา”

 

 

                “มีอย่างอื่นอีกหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มสนใจใคร่รู้ ส่วนชายแก่ก็ชอบที่จะบอกจะสอน เพื่อทำหน้าที่ของกัลยาณมิตร “คิดถึงความดีของพระพุทธองค์” “แล้วแก้ไขให้หายโกรธได้ด้วยหรือครับ” ชายหนุ่มมองไม่เห็นความเกี่ยวเนื่องกันนัก ส่วนผู้สูงวัยกว่ามองเห็นตรงกันข้าม “การทำความดีของพระพุทธองค์ด้วยความยากลำบาก เป็นแบบฉบับให้เราได้ เช่น พระองค์อดทนสร้างบารมีแสนนาน ขันติเป็นบารมีสำคัญของพระองค์ มีเมตตาบารมีประกอบไปด้วย” “เฉพาะสองข้อนี่หรือครับ” “เปล่า คิดถึงความดีของพระองค์ได้ทุกข้อ คิดข้อใดได้ก็คิดไว้เรื่อยไป”

 

 

                “ยังมีข้ออื่นที่ควรคิดไว้ก่อนอีกหรือไม่” ชายหนุ่มยังสนใจคิดหาวิธีไปเรื่อย เพื่อเป็นความรู้ “คิดถึงความเคยเกี่ยวข้องกันในสังสารวัฏ” “หมายความว่าอย่างไรครับ ข้อนี้” “สัตว์และคนทั้งหมด เวียนว่ายตายเกิด ร่อนเร่สู่ภพน้อยภพใหญ่มากมาย นับจำนวนไม่ถ้วน ต้องเคยได้เกี่ยวข้องผูกพันเป็นญาติพี่น้องกันมาทั้งนั้น ปัจจุบันมาเกี่ยวข้องกันอีก อนาคตอาจไปเกิดเป็นเพื่อน เป็นญาติพี่น้องกันอีก”

 

 

                “คิดถึงอานิสงส์ของเมตตา” ชายสูงวัยกล่าวไปเรื่อย เหมือนไม่เหน็ดเหนื่อย “มีอานิสงส์อย่างไรบ้างครับ เหตุใดผมไม่เคยรู้มาก่อน” “แอบอยู่ที่บทสวดมนต์ เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน” “หรือครับ มีอะไรบ้างครับ” “ข้อนี้ยาวนะ แต่มีประโยชน์มาก  1. หลับอยู่ก็เป็นสุขสบาย  2. ตื่นอยู่ก็เป็นสุขสบาย  3. ไม่ฝันร้าย  4. เป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย  5. เป็นที่รักของเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย  6. เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา  7. ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศาสตราก็ดี ย่อมทำอันตรายไม่ได้  8. จิตย่อมเป็นสมาธิได้เร็ว  9. ผิวหน้าย่อมผ่องใส และมีผิวพรรณดี  10. เป็นผู้ไม่หลงกาลกิริยาตาย (เวลาตายมีสติ)  11. เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษยิ่งๆขึ้นไป ย่อมไปสู่พรหมโลก (ได้สุคติชั้นสูง)