ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร...เจอแต่คนเครียดๆและรู้สึกท้อแท้ที่จะทวนกระแส.. เราเองบางครั้งก็เป็นเช่นนั้น... ความคิดที่อยากจะทำกับเลิกทำมันตีกันอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกที่ว่าทำดีกว่าไม่ทำนั้นยังคงมีมากกว่า..เราจึงรู้สึกเหมือนฝืนและเหมือนพยายามฝ่าด่านอะไรสักอย่างที่รู้สึกได้ว่ามันกดดัน-ไม่สบายใจนักแต่ฉันก็จะต้องลุยไปให้ได้... หลายครั้งที่รู้สึกล้มเหลวในการทำความเข้าใจกับหุ้นส่วนในงานแต่เราก็ล้มเลิกไม่ลง...ปลอบตัวเองหลายครั้ง..ท้าทายความเชื่อให้กับตัวเอง.. ถือว่าโชคดีอย่างหนึ่ง(หรือหลายอย่างก็ไม่รู้)ที่ตลอดทางมานั้นแม้ในความทุกข์ก็ยังพอหาความสุขใจและสนุกกับเพื่อนได้อยู่..ไม่ได้ว้าเหว่หรือโดดเดี่ยวเกินไป ..หลายหนกำลังใจที่มาจากความตั้งใจทำดีให้กับคนเจ็บป่วยก็เป็นเหมือนน้ำที่ชะล้างความเศร้าและเจ็บปวดให้กับตัวเรา...สิ่งเหล่านี้เหมือนยาหรืออาหารเสริมที่ทำให้มีแรงสู้ต่อ... บางครั้งที่ผิดพลาดหรือล้มเหลวก็เป็นบทเรียนสอนใจทำให้เราแข็งแรงขึ้น ซึ่งที่บ้านมีกฎครอบครัวอยู่ข้อหนึ่งว่าคนที่ตายไปแล้วจะไม่มีวันทำผิดได้อีก...เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจมันนักแต่ตอนนี้ต้องเอามาใช้เพื่อให้สติแก่ตัวเองเวลาที่หวั่นไหวจิตตกและรู้สึกว่าตัวเองล้มลงแต่กลัวที่จะลุก...ก็ตราบใดที่เรายังไม่ได้ตายชีวิตมันต้องดำเนินต่อ..บางครั้งเราก็ได้พบสิ่งที่ถูกใจหรือเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น(สมหวังและสำเร็จ)แต่หลายครั้งอีกเช่นกันที่เราเจอกับความผิดหวัง/ผิดพลาด... ...แต่ข้อดีก็คือแม้ว่าเรายังคงมีการทำผิดเกิดขึ้นได้แต่เราก็ยังคงมีโอกาสที่จะแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนตัวเอง.. หลังจากที่คุณเพิ่งเจอความล้มเหลวไม่กี่สิบอย่างแล้วไปติดว่าจะไม่ให้ชีวิตผิดพลาดอีกแล้วโดยไม่ยอมดิ้นรนหรือหาหนทางอื่นๆต่อไปมันก็เหมือนกับการใช้ชีวิตแบบคนที่ตายไปแล้ว..ถึงจะอยู่ไปจนอายุหกสิบแต่ชีวิตมันแช่แข็งไปนานแล้ว....