กศน.ดูแลศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศธ. ใน 4 จังหวัด, กำลังประสานงานเรื่องให้บุคลากร กศน.เรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครู, ค่าตอบแทนพนักงานราชการตำแหน่งอื่นโอนมาแล้ว

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 เรื่อง ดังนี้

 

         1. กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 10 จังหวัด โดยมอบให้ กศน.รับผิดชอบใน 4 จังหวัด  ( โดย กศน.จังหวัดต่าง ๆ ที่ไม่ถูกน้ำท่วม จะผลัดเปลี่ยนกันไปประกอบอาหารแจก )  คือ
             1)  จังหวัดนครสวรรค์ ( ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท )
             2)  จังหวัดฉะเชิงเทรา ( ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครนายก )
             3)  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
             4)  จังหวัดสระบุรี

             โดยศูนย์มีบทบาทหน้าที่ :-
             - เป็น “ครัวกระทรวงศึกษาธิการ” ทำอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยวันละ 3 มื้อ
             - เป็นศูนย์อพยพและที่พักพิงชั่วคราว
             - เป็นศูนย์แจกอาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น
             - เป็นศูนย์ปฐมพยาบาล รวมทั้งออกให้บริการเคลื่อนที่
             - เป็นศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ให้ความช่วยเหลือและส่งต่อ
             - เป็นศูนย์ให้บริการซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ พร้อมทั้งออกให้บริการเคลื่อนที่
             - เป็นศูนย์รับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภค
             - เป็นศูนย์ฟื้นฟูอาชีพผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม
             - เป็นสถานที่จอดรถ
             - ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอำนวยการ

 

             เฉพาะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งศูนย์แยกเป็น 3 จุด คือ
             ก. วัดสามกอ อ.เสนา.
             ข. วัดกษัตราธิราช อ.พระนครศรีอยุธยา
             ค. อ.วังน้อย ( แต่ถูกน้ำท่วมจึงย้ายไปที่ กศน.จ.สระบุรี และนำอาหารมาส่งในพื้นที่เป้าหมายเหมือนเดิม )

 

             วันที่ 14ต.ค.54 บุคลากร กศน.อ.ผักไห่ จำนวน 3 คน คือ ผม + สมัย สมภาร + พรทิพย์ สุวิจิต ได้ไปร่วมกิจกรรมที่ศูนย์วัดสามกอ อ.เสนา  รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่น่าอนุโมทนาชื่นชมนี้  ( แต่คงไม่ได้ไปอีกเพราะไป-มาลำบาก ขนาดออกจากเสนาตั้งแต่ 16:30 น. ยังกลับได้ไม่ถึงบ้าน ต้องนอนค้างที่ สนง.กศน.อ.ผักไห่ )



 



 

 

             ที่อื่นหลายแห่งน้ำเริ่มทรงแต่แม่น้ำน้อยอำเภอผักไห่น้ำยังขึ้น ผอ.กศน.อ.ผักไห่เพิ่งจะต้องสั่งปิด กศน.อ.ผักไห่ 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.54 ) เพราะถึงแม้น้ำจะเข้าไปในพื้นสำนักงาน กศน.อ.ผักไห่ ( อาคารหลวงพ่อเชิญ ) เพียง 2 ซม. ( ยกของขึ้นไว้แล้ว ) แต่รอบ ๆ อาคารน้ำลึกมาก ( ที่เทศบาลกั้นไว้รอบบริเวณและใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 เครื่อง สูบออกตลอด 24 ชั่วโมงมาเดือนกว่าแล้วนั้น ตอนนี้ยอมแพ้หยุดสูบแล้ว ) คนจึงเข้าไปที่ สนง.กศน.อ.ผักไห่ ไม่ได้

 

         2. เมื่อวันที่ 7 ต.ค.54  ท่านเลขาธิการ กศน. พูดในรายการ ETV ว่า "กศน.ประสานงานกับคุรุสภา ขอให้ครู กศน.ที่ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูไปเรียน ป.บัณฑิต"   เรื่องนี้มีผู้สนใจสอบถามกันหลายคน   ซึ่ง กป.กศน.ได้สำรวจความต้องการของบุคลากรที่ประสงค์เข้ารับการศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู เมื่อเดือน มิ.ย.54 และส่งข้อมูลต่อให้ กจ. ( คุณอุบลวรรณ ) ประสานงานกับคุรุสภา   ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ  จะประชาสัมพันธ์รายละเอียดให้ทราบในภายหลัง  ( ผู้เรียนต้องจ่ายค่าใช้จ่ายตามที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บเอง )

 

             อนึ่ง อีกช่องทางที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพครู คือ การสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา  ซึ่งขณะนี้ ( 3-21 ต.ค.54 : กำลังจะหมดเวลาพอดี ) คุรุสภากำลังรับสมัครสอบครั้งที่ 9 ทางอินเตอร์เน็ต อยู่  สนใจดูรายละเอียดได้ที่ http://www.ksp.or.th/ksp2009/upload/hotnews/files/2583-8012.pdf   
            ถ้าสอบผ่านครบ 9 มาตรฐาน จะได้เพียงใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ต้องมีประสบการณ์สอนอีก 1 ปี จึงขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้   ( การเรียน ป.บัณฑิตก็เช่นกัน ถ้าเป็นหลักสูตรที่ไม่ได้รวมการฝึกสอนไว้ด้วย เรียนจบก็ได้เพียงใบอนุญาตปฏิบัติการสอน  แต่ถ้าเป็นหลักสูตร ป.บัณฑิตที่มีการฝึกสอนรวมอยู่ด้วยแล้ว เรียนจบก็ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เลย   การปฏิบัติการสอนนี้ ใช้การสอน กศน.ย้อนหลังก็ได้ )

 

         3. วันที่ 19 ต.ค.54 มีความคืบหน้า ค่าตอบแทนครู กศน.ตำบล ยังไม่โอนมา แต่ค่าตอบแทนพนักงานราชการตำแหน่งอื่นๆโอนมาแล้ว ให้เบิกเท่าเดือน ก.ย.54 ก่อน และค่าครองชีพยังไม่โอนมา

 

         อนึ่ง สำนักงาน กศน. เชิญครูอาสาสมัครไปประชุมที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ จอมเทียน ชลบุรี ในวันที่ 30 ต.ค.54   ผมเข้าใจว่า เป็นเพราะครูอาสาฯบางกลุ่มบ่นว่าปัจจุบันบทบาทครูอาสาฯไม่ชัดเจน   สำนักงาน กศน.จึงให้ไปประชุมเพื่อจะมอบหมายบทบาทให้ครูอาสาฯทำหน้าที่จัดการศึกษาอาชีพโฉมใหม่ ( มีเงินให้ผู้เรียน จบแล้วมีงานทำ )