คุณอ้อแห่ง มสส. กำลังรวบรวมบันทึกเกี่ยวกับครูเพื่อศิษย์ชุดใหม่ สำหรับทำเป็นหนังสือ   และพบว่าบันทึกชุดจินตนาการทักษะครูเพื่อศิษย์ ขาดตอนที่ ๑๕  ผมจึงนำมาลงเพื่อให้ได้ใจความครบถ้วน ดังต่อไปนี้  

 

          กลับมาถอดความจากหนังสือ 21st Century Skills : Learning for Life in Our Times ต่อ   โดยเรามาถึงบทที่ ๕ เรื่อง ทักษะอาชีพและทักษะชีวิต   ซึ่งจะต้องเรียนตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึง ม. ๖ และมหาวิทยาลัย   โดยเรียนตามพัฒนาการของสมอง   และครูจะต้องเรียนรู้วิธีการออกแบบการเรียนรู้แบบ PBL ให้แก่ศิษย์แต่ละกลุ่มอายุ และตามพัฒนาการของสมองเด็กแต่ละคน   เพราะทักษะกลุ่มนี้สอนไม่ได้ เด็กต้องเรียนเอง   โดยครูยิ่งต้องทำงานหนักขึ้น ในการคิดค้นหาวิธีออกแบบการเรียนรู้ วิธีกระตุ้นและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของทีมงานของศิษย์   และวิธีชวนกันถอดบทเรียนหลังงานสำเร็จ  เพื่อช่วยให้การเรียนรู้ลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งขึ้น

          การทำงานของครูเพื่อศิษย์ในสภาพนี้จะยิ่งน่าสนุกและท้าทายยิ่งขึ้น 

          ข้อความในหนังสือเขาชวนให้ดูว่าองค์กรที่เป็นนายจ้างเขาประเมินพนักงานอย่างไร   เพื่อให้เราเข้าใจว่าสถานประกอบการเขาต้องการคนที่มีทักษะด้านไหนบ้าง  โดยลอกใบประเมินพนักงานคนหนึ่งมาดังนี้

          จะเห็นว่าการประเมินพนักงานในปัจจุบัน นอกจากประเมินผลงานแล้ว พนักงานจะถูกประเมินทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑
 

 

ความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Flexibility and Adaptibility)

          เป็นทักษะเพื่อการเรียนรู้ การทำงาน และการเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ ๒๑  เป็นความยืดหยุ่นและปรับตัวเพื่อบรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่ยืดหยุ่นและปรับตัวแบบไร้หลักการและเลื่อนลอย 

          การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง และไม่คาดฝัน อย่างที่เป็นอยู่ในโลกปัจจุบัน และรุนแรงขึ้นในอนาคต ทำให้การวางแผนการทำงานแบบตายตัว ใช้ไม่ได้ผล   มนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑ จึงต้องมีความสามารถสูงในการยืดหยุ่นและปรับตัวเพื่อบรรลุเป้าหมาย และคุณค่า

          นอกจากต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงแล้ว การทำงานในอนาคตยังเผชิญภาวะที่มีทรัพยากรจำกัด ตั้งแต่เวลา และทรัพยากรอื่นๆ   โดยต้องทำงานให้เข้าจังหวะกับงานส่วนอื่นในภาพใหญ่ และงานส่วนอื่นอาจอยู่ในส่วนอื่นของโลกที่อยู่ห่างไกล  เป็นสภาพที่ต้องการความยืดหยุ่นและปรับตัว   และเงื่อนไขของการปรับตัวอาจอยู่ที่การแข่งขันกับคู่แข่ง

          การปรับตัวที่สุดยอดคือการใช้วิกฤตเป็นโอกาส   ใช้ปัญหาเป็นโอกาสหาทางออกอย่างสร้างสรรค์สุดๆ   และเกิดการเรียนรู้สูงสุด

          ยิ่งโครงการมีความยากและซับซ้อนมากเพียงใด พนักงานก็มีโอกาสใช้และเรียนรู้ทักษะด้านความยืดหยุ่นและปรับตัวมากเพียงนั้น

          ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้ศิษย์พัฒนาทักษะ

     - ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
          @ ปรับตัวเข้ากับบทบาทที่แตกต่าง งานที่ได้รับมอบหมาย กำหนดการที่เปลี่ยนไป และบริบทที่เปลี่ยนไป
          @ ทำงานได้ผลดีในสภาพของความไม่ชัดเจน ไม่แน่นอน  และในสภาพที่ลำดับความสำคัญของงานเปลี่ยนไป


     - มีความยืดหยุ่น
          @ นำเอาผล feedback มาใช้ประโยชน์อย่างได้ผล
          @ จัดการเชิงบวกค่อคำชม คำตำหนิ และความผิดพลาด
          @ สามารถนำเอาความเห็น และความเชื่อ ที่แตกต่างหลากหลาย ของทีมงานที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรม มาทำความเข้าใจ ต่อรอง สร้างดุลยภาพ และทำให้งานลุล่วง

 

          จะเห็นว่าผู้เขียนหนังสือเล่มนี้มองความยืดหยุ่น (flexibility) แตกต่างจากคนไทย  เขามองที่ความยืดหยุ่นเพื่อบรรลุผลงาน  คนไทยเน้นความยืดหยุ่นเพื่อให้ทุกคนสบายใจ
 

 

การริเริ่มและกำกับดูแลตนเองได้ (Initiative and Self-Direction)

          งานในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องการความร่วมมือสูง และในขณะเดียวกันก็ต้องการการพึ่งตนเองสูงด้วย   พนักงานต้องไม่คอยแต่จะพึ่งหัวหน้าหรือคอยให้หัวหน้าสั่ง   เพราะในศตวรรษที่ ๒๑ หัวหน้าจะมีเวลาสอนหรือแนะนำลูกน้องลดลง   และงานต้องการความฉับไวเพิ่มขึ้น   พนักงานที่ดีคือคนที่ขวนขวายเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก

          จะเห็นว่าการทำงานในศตวรรษที่ ๒๑ มีทั้งลักษณะ inter-dependence และ independence ซึ่งดูเผินๆ เป็นขั้วตรงกันข้าม แต่ฝึกให้ดี จะเป็นทักษะที่สำคัญมากในการทำงานและดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่   และมนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องฝึกทักษะนี้ตั้งแต่เด็ก   และวิธีเรียนหรือฝึกที่ได้ผลคือการเรียนแบบ PBL 

          ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้ศิษย์พัฒนาทักษะ

     - จัดการเป้าหมายและเวลา
          @ กำหนดเป้าหมายโดยมีเกณฑ์ความสำเร็จที่จับต้องได้ และที่จับต้องไม่ได้
          @ มีความสมดุลระหว่างเป้าหมายเชิงยุทธวิธี (tactical) ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น กับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ (strategic) ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว
          @ ใช้เวลา และจัดการภาระงานอย่างมีประสิทธิภาพ


     - ทำงานได้ด้วยตนเอง
          @ ทำงานสำเร็จได้ด้วยตนเอง โดยกำหนดตัวงานเอง คอยติดตามผลงานเอง และกำหนดลำดับความสำคัญของงานเอง


     - เป็นผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (self-directed learner)
          @ นอกเหนือจากเรียนรู้ทักษะในงานของตนโดยตรงแล้ว สามารถมองเห็นโอกาสเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อขยายความเชี่ยวชาญของตน
          @ ริเริ่มการพัฒนาทักษะไปสู่ระดับมืออาชีพ
          @ แสดงความเอาจริงเอาจังต่อการเรียนรู้ ว่าเป็นกระบวนการที่ต้องทำตลอดชีวิต
          @ สามารถทบทวน ใคร่ครวญ ประสบการณ์ในอดีต เพื่อใช้คิดหาทางพัฒนาในอนาคต

 

          อีก ๓ ทักษะ ที่เกี่ยวข้องกับทักษะอาชีพและทักษะชีวิต ได้แก่  ทักษะด้านสังคมและทักษะข้ามวัฒนธรรม (Social and Cross-Cultural Skills), การมีผลงานและความรับผิดชอบตรวจสอบได้ (Productivity and Accountability), ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ (Leadership and Responsibility) ขอยกไปไว้ในตอนที่ ๑๗

 

 

วิจารณ์ พานิช
๙ ธ.ค. ๕๓