ขณะที่ภัยธรรมชาติ ขัดขวางไม่ให้ชีวิตดำเนินไปตามปกติ
เป็นการบังคับ ให้คนใช้ชีวิตช้าลง แล้วอยู่กับตัวเอง
เวลาที่ผ่านไปในช่วงรอน้ำลด
อาจหมายถึง เสียเวลาทำมาหากิน
แต่เวลาในช่วงก่อนน้ำท่วม
เราแน่ใจได้เพียงไรว่า ได้ใช้เวลาทำสิ่งที่ "คุ้มค่า"
เราไม่มีหยุด ที่จะทบทวน
...
ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่ง
ที่เคยติดกับดัก "กลัวเสียเวลา" ชนิดขึ้นสมอง
ลึกลงไปในความกลัวเสียเวลา คือ "กลัวแพ้"
ลึกลงไปในความกลัวแพ้ คือ "กลัวไม่มีคุณค่า"
ข้าพเจ้าจึงกดดันตัวเองให้แข่งกับเวลา
ทำให้ได้ปริมาณงานมากที่สุด
ทำให้ซับซ้อนที่สุด
ทำ (และคิด) ทีละหลายๆ อย่างพร้อมกัน
เพียงเพื่อ "หนีความกลัว"
.
หลายปีมานี้ ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับรู้รสจากการเคี้ยวข้าวเลย..
.
จนวันหนึ่ง ที่ข้าพเจ้า ไม่อยู่ในสถานะที่ทำอะไรได้อย่างเคย
แรกๆ เป็นความรู้สึกอึดอัด ผสมล่องลอย อย่างบอกไม่ถูก
เหมือนเรือที่ล่องใน ในสายน้ำที่..ช้าลง และนิ่ง เป็นบางครั้ง
สายน้ำที่นิ่งขึ้น ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสมองเงา ในนั้น
...

สิ่งสำคัญที่ทำให้ ข้าพเจ้าเห็นเงา ชัดขึ้น ก็คือ "หนังสือ"จริงอย่างที่ ทิมดาบ (หมออดิเรก) ว่า ในถุงประสบภัยน้ำท่วมสิ่งหนึ่งที่น่าจะมีคือ หนังสือ
.
หนังสือที่มีอิทธิพลต่อข้าพเจ้าอย่างมาก มีสามเล่มคือ
.
.
2.What Got You Here Won't Get You There โดย Marshall Goldsmith :
แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้
ก่อนอ่าน
1. I have succeeded : ความสำเร็จที่ผ่านมาจะอยู่กับฉันตลอดไป
2. I can succeed : ความสำเร็จเกิดจากความสามารถของฉัน
3. I will succeed : สิ่งที่ฉันคิดฉันทำ ย่อมสำเร็จเสมอ
4 I choose to succeed : ฉันประสบความสำเร็จ เพราะฉันเลือกที่จะเป็นแบบนี้
หลังอ่าน (ในความเป็นจริง)
1. I had succeed : สิ่งที่ทำให้เราสำเร็จในอดีต อาจเป็นกับดัก สร้างความล้มเหลวในอนาคต
2. I cannot succeed (alone) : มีคนมากมายในชีวิต ที่มีส่วนในความสำเร็จของเรา
3. I will not (always) succeed : สิ่งที่ฉันคิดฉันทำ อาจไม่สำเร็จเสมอไป ( แต่ให้บทเรียนเสมอ)
4. I choose to "believe" that things called succeed : ฉันประสบความสำเร็จ เพราะฉันเลือก "เชื่อ" ว่าสิ่งนั้น (ลาภ ยศ สรรเสริญ) เรียกว่าความสำเร็จ
.
เล่มนี้ถือเสมือนเป็นคู่มือหนึ่งในการดำเนินชีวิต
จนตอนนี้เริ่มรับรู้รสอร่อยของข้าว รับรู้แดดอุ่นๆ ในการวิ่งยามเช้า
ข้าพเจ้าสรุปเป็นหลักสี่ประการคือ
1. Select : คัดสรร ทำ/ ครอบครอง เฉพาะสิ่งที่สำคัญ
(MIT = Most important/inspired task/thing)
(MIT = Most important/inspired task/thing)
2. Single : ทำทีละอย่าง แก้ทีละเปาะ ก้าวทีละขึ้น
(Do only one change at a time)
(Do only one change at a time)
3. Simple : มิได้หมายถึงเลือกทำแต่สิ่งง่ายๆ แต่หมายถึง มองสิ่งยากให้ง่าย
ด้วยการจับหัวใจสำคัญ และเริ่มจากจุดเล็กๆ
( Start small but sustainable)
ด้วยการจับหัวใจสำคัญ และเริ่มจากจุดเล็กๆ
( Start small but sustainable)
4. Salute : รู้คุณค่าของทุกประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต..
(Be grateful for every step you take)
(Be grateful for every step you take)
.

ภาพจาก www.meditatebehappy.com
.
####
ในยามน้ำท่วม จิตใจย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม
เราสามารถ ใช้โอกาสนี้ มองเงาในน้ำ ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา เพื่อ วันข้างหน้าที่ดีกว่าเดิม
เคยรู้สึกว่ากลัวเสียเวลาเหมือนกัน
ตอนหลังแก้ด้วยการติดหนังสือไป
(ส่วนมากไม่ได้อ่านเท่าใดแต่ก็ยังอุ่นใจ)
ตอนหลัง(อีกที)นึกถึงพระแทน
บ่อยเข้านึกภาพพระง่ายขึ้น
อยากนึกบ่อยขึ้น ดีขึ้น เลยอ่านน้อยลง
ขอแสดงความยินดีกับคุณหมอบางเวลาด้วยครับ ;)...
คำว่า "เคี้ยวข้าวไม่อร่อย" หรือ "เคี้ยวข้าวไม่รู้รส" นี่น่าจะเป็นสิ่งที่สะท้อนเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ผมต้องนึกย้อนกลับไปว่า ครั้งสุดท้ายที่เป็นแบบนี้เมื่อไหร่หนอ
ตะกี้อ่านบันทึก :: หมื่นตา :: หมื่นตากับคุณตาไร้ตา ของอาจารย์ RITTICHAI ... คุณหมอบางเวลาอาจชื่นชอบครับในสิ่งที่ซ่อนกายอยู่ภายใน ;)...
ส่วนหนังสือที่มีอิทธิพลต่อผมน่าจะเป็นเล่มนี้ครับ
"ค้นหาตัวเอง" ของ "อาจารย์นวลศิริ เปาโรหิตย์"
ตัวอย่างบันทึกที่เคยนำเสนอไว้ครับ ...
การค้นหาและทบทวนตัวเองเป็นสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำ เพื่อมิให้หลงลืมในสิ่งที่เป็นลมหายใจในปัจจุบัน ;)...
ขอบคุณมากครับ
เพลงเอกภพ โดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
ทางทากและสายน้ำเชี่ยว
สวัสดีค่ะ
.ดีจังค่ะความคิดนี้ หนังสือธรรมะเล่มเล้กในถุงยังชีพ แต่ละท่านก็คงได้ใช้เวลาที่รอน้ำที่แห้งลงได้พิจารณาสิ่งต่างๆที่ผ่านมาและได้ข้อคิดดีๆจากหนังสือ
.ยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ
*รสนิยมในการอ่านหนังสือ สะท้อนตัวตนของผู้อ่าน..ขอชื่นชมที่เลือกอ่านแนวคิดของการค้นหาตัวเอง เพื่อแสวงความสุขดีๆในชีวิต ก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ
* มีภาพกระเป๋าเป้ยามฉุกเฉิน ที่SCB เผยแพร่แก่พนักงาน ..มีหนังสือเล่มโปรดด้วยค่ะ..สำหรับพี่ใหญ่ คงเป็นหนังสือ "มุตโตทัย" ของพระอาจารย์มั่น ที่ท่านสอนเรื่องการทำจิตให้เป็นสุขในทุกโมงยามของชีวิต..คุณแม่มอบให้พี่ค่ะ..
สวัสดีครับ
แล้วผมจะมาอ่านต่อครับ...ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ...
ผมชอบหนังสือทุกเล่มที่อาจารย์ชอบ
หวังว่า คงหาโอกาสได้อ่านแบบยาว ๆ ครับ
และชอบมากกับประโยคทิ้งท้ายของบันทึกนะครับ
"....ในยามน้ำท่วม จิตใจย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม
เราสามารถ ใช้โอกาสนี้ มองเงาในน้ำ ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา เพื่อ วันข้างหน้าที่ดีกว่าเดิม...."
ผมให้กำลังใจทุกท่านนะครับ
และใครก็ได้...มีพลังเท่าใด...ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ตามกำลังความสามารถนะครับ
มีพระในใจ ไปทุกแห่งหน
ยิ่งเป็นภูมิคุ้มกันจิตใจ
จากความเครียด ความกังวล ได้เป็นอย่างดีเลยคะ
ไปอ่านเรื่องคุณหมื่นตามาเรียบร้อยแล้วคะ..ชอบมากเช่นกัน
มีตามากไป หมายถึง รับข้อมูลมากล้น แต่อย่าลืมว่า เราต่างมีสมองหนึ่งก้อน จิตหนึ่งดวง
เหมือนๆ กัน :-)
หนังสือและบันทึกที่อาจารย์แนะนำมีประโยชน์มากคะ โดยเฉพาะท่อนนี้..
ฉันเชื่อว่า สิ่งยิ่งใหญ่ที่สุด
ที่ฉันอาจได้จากผู้อื่นก็คือ
ขอให้เขามองฉัน ไม่เพียงแต่เห็น
ฟังฉัน ไม่เพียงแต่ได้ยิน
"การรับฟัง" คือสิ่งที่มนุษย์ต้องการจากกัน ในขณะที่เราพยายามพูดให้คนฟัง
และเราไม่สามารถพูดให้ใครเปลี่ยน หากเขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนเอง (หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน) ...
อืมมม เดี๋ยวจะไปนำเสนอส่วนกลาง
ฝากหนังสือไปในห่อของ
เล่ม...ค้นหาตัวเอง
อ่านตั้งแต่อายุยี่สิบกว่า
ชอบ...บทนี้นะ
"ฉันมองชีวิตตัวเองดั่งหัวหอม...
ความรู้สึกนึกคิดของฉันถูกกำหนดโดยสังคม
ห่อหุ้มตัวจริงเอาไว้ชั้นแล้วชั้นเล่า
ไม่มีใครมีโอกาสสัมผัสฉันเลย
ถ้าฉันไม่ยอมลอกเปลือกของตัวเองทิ้งไปเสียบ้าง
ทั้งที่รู้...แต่ฉันก็กลัว!
เพราะการปอกหอมนั้น
น้ำตาฉันต้องไหลริน..."
สวัสดีค่ะ
เข้าทีคะอาจารย์
ได้ทั้้งหาตัวเอง และหาปลา เย้ๆ :-D
ชอบประโยคนี้คะ
"กว่าเราจะรู้จักปลาแต่ละชนิดได้อย่างแท้จริง ก็ต้องผ่านการตามล่ามันมานับสิบนับร้อยครั้ง จนสามารถจับกฎเกณฑ์การดำรงชีพของมันได้ แน่นอน ประสบการณ์ดังกล่าวอาจจะมีความล้มเหลวของเราปนอยู่ไม่น้อย นี่ก็เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเรียนรู้เช่นกัน
ขอบคุณคะ คุณครูมลิวัลย์
หนังสือธรรมะ - ธรรมะ คือ ธรรมชาติ เป็นสากล
น่าจะเข้าถึงได้กับคนทุกระดับ (หากเปิดใจยอมรับ)
เห็นด้วยคะ ไม่ต้องเล่มใหญ่ เป็นเล่มเล็กๆ บรรจุถ้อยคำที่มีพลัง ไม่กี่บท
ก็อาจเยียวยากำลังใจให้กลับมาใหม่
ขอบคุณคะที่นำกระเป๋าเป้ยามฉุกเฉิน ของชาว SCB ให้ได้เรียนรู้ว่าภายในมีอะไร
เท่าที่ดู น่าจะเป็น คู่มือปฐมพยาบาลของสำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน และ "วิธีรอดตายภัยพิบัติ" ให้ไอเดียการดูแลสุขภาพกายแก่ ผู้ประสบภัย เป็นอย่างดีคะ
...
ส่วนสุขภาพใจนั้น พี่ใหญ่หมายถึงเล่มนี้หรือเปล่าคะ
ต้นคิดไอเดียดีๆ หนังสือในถุงยังชีพมาแล้ว :-)
นึกถึง หนังสือลับแลแก่งคอย ที่คุณหมออดิเรก แนะนำและสะท้อนความคิดไว้
"..
ตอนนี้ผมได้ความคิดว่า...ความมุ่งมั่นในการชีวิตของทุก ๆ คน น่าจะคล้ายกัน คือ ทั้งกล้าแกร่ง เกรี้ยวกราด และเปราะปางปะปนกันไป
แต่สิ่งหนึ่งที่พึงระลึกไว้เสมอ คือ อย่าให้กำลังใจในตัวเองขาดหาย
เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาชีวิตของเราให้มึความสุข.."
ขอบคุณคะ รพ.ป่าติ้ว น้ำท่วมไหมคะ
เป็นหนังสือที่ให้แนวคิด แฝงเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้ง อีกเล่มหนึ่งคะ
หนังสือ ในห่อของว่าไปก็เลือกยากเหมือนกันเพราะขึ้นกับกลุ่มผู้รับนะคะ
ขอบคุณคะอาจารย์
ตอนเขียนบทความนี้ แรกๆ คิดเปรียบเปรยว่า ช่วงน้ำท่วม ออกไปไหนไม่สะดวก
ช่วงเวลาที่น่าเบื่อ ผสมความกังวล เครียด นั้น หากนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
ด้วยการพิจารณาตนเอง ถึงสิ่งที่ผ่านมา โดยมีหนังสือเป็นตัวช่วย ก็คงดีไม่น้อย
...
คิดอีกทีหนึ่ง น่าสนใจคะว่า ในขณะ ถุงยังชีพ มีปัจจัยสี่ แล้วสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจ
อย่างหนังสือ ที่อ่านง่าย ข้อความมีพลัง ปลุกกำลังใจคน จะมีประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่
เป็นหัวข้อวิจัย ที่เป็นไปได้คะ