เรื่องของธรรมชาติ ที่เราจะต้องยอม แต่อย่าท้อแท้

เมื่อวันก่อนผู้เขียนไปก่อนสุขภาพร่างกาย ปรากฏว่าคุณหมอท่านแนะนำให้ลดอาหารประเภทของมันๆ อาหารทะเล และที่สำคัญคือจะต้องออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ

เช้าวันต่อมา (คืนวันนี้ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔) ผู้เขียนตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ตีห้าห้าสิบนาที ปรากฏฝนตก ทำให้ผู้เขียนคิดว่าจะตื่นดีหรือไม่ตื่นดี แต่ในที่สุดเมื่อตั้งสติได้แล้ว ก็บอกตัวเองว่า ฝนตกเป็นเรื่องของธรรมชาติ ตัวเราจะไปห้ามไม่ให้ฝนตกได้อย่างไร เพียงแต่ทำใจให้ยอมรับว่าธรรมชาติมันเป็นของมันอย่างนั้น เมื่อยอมรับได้แล้วว่าฝนไม่หยุดตก แต่ตัวเราจำเป็นจะต้องออกกำลังกายตามที่คุณหมอได้กรุณาแนะนำ ดังนั้น จึงลุกขึ้นแล้วแต่งตัวโดยหาเสื้อคลุมกันฝนมาปกป้องเพิ่มเติมไม่ให้โดนฝนเท่านั้นเอง และหารองเท้าที่สำหรับเดินออกกำลังกายที่สามารถจะกันน้ำฝนได้ เมื่อแต่งตัวเสร็จสิ้นก็ลงเท้าเดิน (ไม่ใช่ลงมือนะครับ)

ปรากฏว่าเมื่อเดินไปได้ประมาณ ๒.๒ กิโลเมตร (ครึ่งทาง) เจ้ารองเท้าเจ้ากรรมมันกัดเท้าของผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนได้คิดว่า ตัวเราเองทำไมประมาทเหลือเกินไม่ยอมใส่ถุงเท้า เมื่อคิดได้ก็ตัดสินใจถอดรองเท้าเพื่อเดินเท้าเปล่า เพราะหากขืนใส่รองเท้าเดินต่อไป รับรองได้ว่าเท้าจะต้องเป็นแผลอย่างแน่นอน เมื่อเดินกลับมาที่บ้านเป็นการเดินเท้าเปล่าที่จะต้องให้ความระมัดระวังเท้าของเรา ทำให้การเดินก็ย่อมช้าลงไปด้วย เพราะต้องคอยดูเศษหินเศษแก้วที่อาจจะทำให้เท้าเราเป็นแผลได้ และในที่สุดก็กลับมาถึงที่บ้านด้วยสภาพที่เปียกและเท้าเปล่า (เจ็บเท้าเล็กน้อย) แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร เราได้เดินออกกำลังกายตามที่ได้ตั้งใจไว้

ที่นี้ สิ่งที่กล่าวข้างต้น ทำให้เกิดบทเรียนอย่างไรบ้างกับสิ่งที่เรียกว่า "เรื่องของธรรมชาติ ที่เราจะต้องยอม แต่อย่าท้อแท้"

๑. เรื่องของธรรมชาติ คือ ฝนตกเราไม่สามารถที่จะต้องสั่งให้ฝนหยุดตกได้ เราจะต้องยอมรับในธรรมชาติดังกล่าวให้ได้ เมื่อยอมรับแล้วเราก็จะต้องปรับตัวให้อยู่กับธรรมชาติให้ได้ให้เข้ากับธรรมชาติให้ได้

๒. เมื่อเราปรับตัวยอมรับแล้ว เราจะต้องไม่ประมาท

๓. เราจะต้องไม่ท้อแท้ อย่ายอมแพ้เป็นเด็ดขาด ถึงแม้ว่าธรรมชาติจะทำให้เราในสิ่งต่างๆ นั้นไม่สะดวกสบายเหมือนเคย แต่เราก็จะต้องหาวิธีการที่จะทำให้ตัวเราอยู่รอดให้ได้

ครับ สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น เป็นเพียงเหตุการณ์สั้นๆ ของเช้าวันนี้ (๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔) ผู้เขียนก็เลยอยากจะเผยแพร่ความรู้สึกนึกคิดเพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ประกอบกิจการต่างๆ ในสภาวการณ์ที่เกิดภัยธรรมชาติน้ำท่วมในขณะนี้ โดยที่

๑. ทำใจยอมรับกับธรรมชาติที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถที่ไปห้ามได้

๒. ปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด

๓. หาหนทางให้ตัวเราเองไปสู่จุดหมายที่เราตั้งใจไว้ ถึงแม้ว่ามันจะมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ทำให้เกิดหมดเรี่ยวแรงในการต่อสู้ แต่เราอย่างท้อแท้ พลังทั้งหลายนั้นมาจากจิตใจของเรา จิตใจที่เข้มแข็งทำให้เราสามารถต่อสู้กับธรรมชาติได้