ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ไม่เหมือนใคร ไม่เอาอย่างใคร และเมื่อมีการวัดคุณภาพเปรียบเทียบโดยโครงการ PISA ก็ประหลาดใจไปตามๆ กันว่าคุณภาพอันดับ ๑ ของโลก นิตยสาร The Smithsonian ไปศึกษาเอามาตีพิมพ์ในฉบับประจำเดือน ก.ย. ๕๔ เรื่อง A+ for Finland : Why Are Finland Schools Successful?
อ่านบทความนี้แล้ว ผมตีความว่าหัวใจของความสำเร็จของระบบการศึกษาของฟินแลนด์คือ เขาเอาใจใส่เด็กมีปัญหาการเรียนมากกว่าเด็กเก่ง เพราะเด็กเก่งช่วยตัวเองได้อยู่แล้ว
พฤติกรรมนี้มันฝังอยู่ในวัฒนธรรมที่ต้องการสร้างความเท่าเทียมกันของคนในสังคม ไม่ใช่ว่าจะเกิดในสังคมอื่นได้ง่ายๆ มันมากับประวัติศาสตร์ของประเทศ สั่งสมกันมายาวนาน จนครูจะยึดถือเหมือนกันหมด คือช่วยเหลือศิษย์ให้ได้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ศิษย์หัวดี มาจากครอบครัวดี เรียนได้ดีอยู่แล้ว ครูก็ไม่ต้องเปลืองแรง จะได้มีเวลาและความเอาใจใส่พุ่งไปช่วยเด็กต่างด้าว เด็กพิเศษ หรือเด็กด้อยโอกาส
เพราะกระบวนทัศน์แบบนี้ โรงเรียน ๓,๕๐๐ แห่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในเมืองหลวง หรือที่อยู่ที่ Lapland อันห่างไกล จึงมีคุณภาพทัดเทียมกัน เรียนที่ไหนก็สบายใจได้ว่าครูสอนอย่างมีคุณภาพ
เพราะจะเป็นครูได้ต้องมาจากบัณฑิตที่ผลการเรียนอยู่ในร้อยละ ๑๐ บนของชั้นเท่านั้น แล้วไปเรียนปริญญาโทด้านการศึกษา ในฟินแลนด์ครูได้รับการยกย่องและรายได้เท่ากับหมอและนักกฎหมาย
ครูจะทำงานเป็นทีม ปรึกษาหารือกัน เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนอ่อน หรือด้อยโอกาสบางอย่าง นักเรียนที่เรียนระหว่างเกรด ๑ – ๙ ร้อยละ ๓๐ จะเคยได้รับการดูแลเอาใจใส่พิเศษในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
เขาไม่สอบวัดผลเพื่อเปรียบเทียบผลของต่างโรงเรียน ไม่มีการสอบแข่งขัน ไม่มี ranking มีการสอบเพื่อผ่านหรือไม่ผ่านเฉพาะตอนจะจบชั้น ๑๒ ครั้งเดียว คือให้ความไว้วางใจครูให้สอบติดตามผลการเรียนของศิษย์เอาเอง คือเมื่อครูมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และมีวิธีทำหน้าที่ที่ถูกต้อง (เอาใจใส่เด็กเรียนอ่อน) กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ต้องเข้าไปบริหารแบบ top-down
ที่สำคัญ เขาไม่ได้ทำงานเพื่อผลการทดสอบ PISA หรือผลการทดสอบใดๆ เขาทำงานเพื่อการเรียนรู้ของศิษย์เป็นเป้าหมายสำคัญ เขาบอกว่า การบ้าอวดผลการทดสอบ ทำให้หย่อนยานด้านมิติของความเป็นมนุษย์ด้านการศึกษา ลองอ่านบทความเอาเองนะครับ จะได้รสชาติกว่าที่ผมเก็บมาเล่า
ผมอ่านระหว่างบรรทัดได้ว่า ครูของเขาภาคภูมิใจและได้รับการยอมรับนับถือที่ฝีมือการสอนและดูแลนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การช่วยเหลือเด็กที่เรียนอ่อนหรือมาจากครอบครัวที่ยากลำบาก ไม่ทราบว่าผมตีความถูกหรือผิด
ทุกพรรคการเมืองของฟินแลนด์ยึดถือหลักความเท่าเทียมกัน (equality) ของการศึกษา และร้อยละ ๙๓ ของประชากรจบชั้นมัธยมสายวิชาการหรือสายวิชาชีพ โดยร้อยละ ๖๖ เรียนต่อระดับอุดมศึกษา (สูงที่สุดใน อียู) นักเรียนชั้นมัธยมร้อยละ ๔๓ เรียนสายอาชีพ
นักเรียนมีชั่วโมงเรียนน้อยกว่าประเทศอื่น เน้นการเล่น เพราะเชื่อว่าการเล่นคือการเรียนอย่างหนึ่ง และครูก็มีชั่วโมงสอนน้อย เพราะจะได้มีเวลาตรวจการบ้าน และร่วมกันวางแผนการเรียน เพราะเชื่อว่านั่นคือบทบาทสำคัญต่อผลการเรียนของนักเรียน
มีการเล่าถึงเด็กไทยที่เข้ามาเรียนโดยไม่รู้ภาษาฟินแม้แต่คำเดียว เด็กต่างด้าวเหล่านี้ได้รับการดูแลพิเศษโดยครูที่เชี่ยวชาญด้านการศึกษาหลายวัฒนธรรม โดยที่รัฐบาลมีงบประมาณ positive discrimination fund ช่วยเหลือ
ต้องอ่านรายละเอียดตาม link เอาเองนะครับ จึงจะได้สาระเชิงลึก
ขอบคุณคะ ขออนุญาตยกอีกประโยคที่น่าสนใจจากบทความที่ท่านอาจารย์แนะนำ
แสดงถึง หากคัดสรรเนื้อหา กิจกรรมให้เหมาะสมแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน
และเห็นด้วยคะว่า การสอนเป็นทีม ทำให้เกิดการปรึกษาเพื่อพัฒนางาน
จะนำไปปรับปรุงตนเองคะ
แต่น่าคิดคือ การคิดภาระงานของอาจารย์ในสถานศึกษาบางแห่งยังใช้การนับจำนวนชั่วโมง และ หากเป็นจำนวนชั่วโมงสอนร่วมกันหลายท่านต้องหารกัน..
ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ที่มาของ "สถานีโทรทัศน์ครู" ของบ้านเรา
ไปเห็นว่าดี เลยเอามาลองทำบ้าง ... รอดูว่า จะได้ผลอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณครับ อาจารย์หมอ ;)...