น้ำท่วมปีนี้ถือว่า เป็นน้ำท่วมที่หนักที่สุดอีกครั้งหนึ่งของเมืองไทยครับ หลายท่านไม่คาดคิดว่า น้ำจะท่วมมาก ท่วมหนัก และท่วมเร็วขนาดนี้ เพราะขนาดยังไม่ถึงฤดูน้ำหลาก น้ำยังมามากท่วมจนมิดบริเวณที่ไหลผ่าน มองเห็นน้ำเป็นผืนเดียวกัน จนยากจะแยกออกว่าตรงไหนแม่น้ำ ตรงไหนเป็นพื้นดิน เรียกว่าน้ำท่วมเสมอภาคกัน ไม่เลือกว่าจะยากดีมีจน ที่เอกชนหรือราชการ โบราณสถาน วัดวาอาราม แม้หลายที่จะทำคันกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ แต่ก็ไม่อาจทนทานต่อกระแสน้ำหลากที่รุนแรงต้องพังทลายลง

      ล่าสุดที่พระนครศรีอยุธยา บริเวณนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ก็ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมไม่ว่าทั้งตัวโรงงาน เครื่องจักร แม้พนักงานเองก็ขาดรายได้เพราะต้องหยุดงาน ประเมินค่าความเสียหายหลายหมื่นถึงแสนล้านบาท เดือดร้อนกันถ้วนหน้า เพราะน้ำนั้นท่วมเอ่อล้นแผ่ขยายไปทั่ว ที่ไม่เคยท่วมถึงก็ท่วม ส่วนที่เคยท่วมอยู่แล้วนั้นก็หนักหนาสาหัสกว่าทุกครา ชาวชุมชนต่างๆ บ้างก็ออกมาต่อว่ากันกันเรื่องการกั้น การปล่อยระบายน้ำ เพื่อแบ่งปันความเดือดร้อนให้รู้สึกสบายใจคลายทุกข์ได้บ้าง เรียกว่า ใครไม่เจอก็ไม่รู้ว่าลำบาก ทุกข์ยากขนาดไหน ยังดีที่มีน้ำใจชาวไทยมาช่วยเหลือแบ่งปัน แต่ก็ยากที่จะถ้วนทั่วเพราะน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง การสัญจรลำบากจากกระแสน้ำที่ไหลหลากรุนแรง แม้กระทั่งใช้เรือก็ยังลำบากต้องระวัง

      ปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ หวังว่าคงจะช่วยกระตุ้นให้เราเกิดความตื่นตัวในการรับมือน้ำท่วมอย่างจริงจังเสียทีครับ ก่อนที่เมืองไทยจะกลายเป็นเมืองบาดาลจมน้ำนานเป็นเดือนๆ หลังจากที่เราปล่อยปละละเลยกันมานานเป็นต้นว่า การปล่อยให้มีการบุกรุกทำลายป่าที่คอยดูดซับลดความรุนแรงของน้ำอย่างกว้างขวาง  การปล่อยให้แม่น้ำตื้นเขิน เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางทางน้ำ ไม่ว่าสิ่งปลูกสร้าง ขยะและพืชน้ำ ที่ทำให้อัตราการระบายน้ำช้าลง การสร้างแก้มลิงเพื่อช่วยรองรับพักน้ำที่มามากๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันจริงจังและเป็นระบบ ไม่ว่าทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน

      ในส่วนของประชาชนคนอย่างเรา ต้องปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยกบ้านให้สูงพ้นระดับน้ำที่ท่วม หรือถ้ายังทำไม่ได้ ก็ต้องวางแผนขนย้ายกันให้ดี กรณีน้ำจะท่วมมาถึง การปลูกพืชอายุสั้น หรือพืชที่ทนต่อน้ำท่วม การปรับเวลาทำนาให้เร็วขึ้น รวมถึงการซักซ้อมการเตือนภัยล่วงหน้าให้มีเวลาตั้งรับ การช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดภาวะโลกร้อน

      ปัญหาอุทกภัย ถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะสภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไป มีแต่ภัยทางธรรมชาติที่รุนแรงและหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลูกหลานและตัวเราในวันข้างหน้า ขอให้อย่าเพิ่งท้อใจ และอย่าประมาทต่อธรรมชาติครับ

                     

                                (ที่ผู้เขียนที่ขอนแก่นใกล้แม่น้ำพอง ก็ไม่พ้นถูกน้ำท่วม เช่นเดียวกันครับ)
 

          "น้ำท่วมภัยเย็น เดือดร้อนถ้วนทั่ว 

อย่าเอาแต่มัว โทษกัน ฝ่ายไหน

        การแก้ปัญหา นั้นต้องร่วมใจ  

                                              หน้าที่ชาวไทย สู้ภัยร่วมกัน"

      ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน  โปรดจงใจเย็นๆ และเห็นใจกันครับ