อดีตว่าที่ความสุข

 

 

ผมขับมอเตอร์กลับจากตัวเมืองพิษณุโลกผ่านตำบลมะขามสูงเวลาประมาณ 18.00น.เห็นผู้คนมากมายกำลังยืนมองอะไรสักอย่างจึงได้หยุดรถดู ภาพที่เห็นเบื้องหน้าสะกดสายตาทุกคู่ เป็นภาพพระอาทิตย์กำลังกล่าวลาพื้นน้ำแสนกว้างใหญ่อย่างสงบ งดงามสุดบรรยายผมมองดูวิวอยู่ครู่หนึ่งก็พลันเห็นสายตาอีกนับสิบๆคู่มองดูพื้นน้ำด้วยความหมดหวัง คิดในใจว่าใยจึงเป็นเช่นนั้น ต่างที่มาแม้จุดหมายเดียวกันก็ต่างความรู้สึก เมื่อผมเสพย์สุนทรียภาพเต็มอิ่มหลุดพ้นมนต์สะกดสติก็สะกิดให้ฉุกคิดได้ว่าที่ตรงนี้มันเป็นท้องนาไม่ใช่รึ ทำไมกลายเป็นท้องน้ำ สงสารชาวนาครับน้ำท่วมนา น้ำตาท่วมใจที่เคยสดชื่นจนชื้นแฉะเบื้องล่างความสวยงามลงไปเต็มไปด้วยอดีตของว่าที่ความหวังที่จะได้หลุดนี้มีชีวิตเป็นไทแบบไทย ภาพที่ติดตาของผมวันนี้คือ "ความสุข" แต่ภาพที่ติดใจของผมอยู่คือ "ความทุกข์"

 

 

วันนี้ผมได้เห็นความไม่ยังยืนในสรรพสิ่งบนโลก แม้แต่สุขและทุกข์ ก็เกิดมาตั้งอยู่แล้วดับไปแค่เพียงช่วงเวลาที่ลมพัดผ่านปลายจมูก

 

 

สุขเมื่อช่วงเวลาหายใจเข้าไป

 

 

เมื่อหายใจออก  ทุกข์  ก็เดินทางมาถึงแล้ว

 

 

ท้องที่เคยอุดมสมบูรณ์

 

 

หลักแดนที่เคยแบ่งเป็นเขตเพื่อหาปลาเมื่อก่อนหน้านั้น ตอนนี้มันไม่ได้ช่วยแบ่งกันเขตความทุกข์ของฉันและนายได้เลย

 

 

เมื่อความทุกข์ถาโถมเข้ามาดยไม่ตั้งตัวอคติคงไม่ใช่พาหนะพาเราข้ามความทุกข์นั้นได้