คุ้มวัฒนธรรมเมืองมัญจาคีรี พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมสวนตัว

  

        เนื่องในโอกาสนำเด็กและเยาวชนบ้านหลังเรียนและคณะครู กศน.ไปปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลของดีดีในท้องถิ่นเพื่อฝึกการเป็น”นักข่าวชุมชน”และการจัดทำ”สารท้องถิ่น”เพื่อส่งเสริมการอ่านในชุมชน  ผมรู้สึกประทับใจใน ความคิดและความตั้งใจ ของ อาจารย์สุรศักดิ์ ธาดา ผู้ซึ่งรวบรวมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ประวัติศาสตร์เมืองมัญจาคีรี รวมทั้งเป็นนักพัฒนา ช่วยเหลือเกื้อกูลแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมในอำเภอมัญจาคีรีอีกหลายแห่ง อาทิเช่น สิมโบราณที่ได้รับรางวัล UNESCO  อุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระ  และบ้านเต่า เป็นต้น และยังเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านนาฏศิลป์ คิดค้นท่าฟ้อนรำและเครื่องแต่งกาย อีกด้วย

          ผมได้รับฟังคำบอกเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เมืองมัญจาคีรี ซึ่งเกี่ยวพันถึงเมืองชลบถ(เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน แต่กลับเปลี่ยนชื่อเป็น ชนบท) เมืองขอนแก่น จนมาถึงเมืองมัญจาคีรี รวมถึงเรื่องราวในอดีตของอุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระ และสิมยูเนสโก เป็นต้น  สอดแทรกด้วยเกร็ดความรู้มากมาย

          ผมประทับใจในภาพเก่าๆในอดีตมากมาย และผ้าไหมเก่าๆ รวมทั้งความคิดความอ่านของอาจารย์สุรศักดิ์ ธาดา ผู้ซึ่งมีความรักในท้องถิ่นและต้องการพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นเมืองมัญจาคีรีให้มีความเจริยก้าวหน้าโดยไม่ลืมความเป็นอดีตที่ผ่านมา  ผมคิดว่า เมืองมัญจาคีรี จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งความงดงามทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม..เพื่อให้คนอื่นๆผ่านมาเที่ยวด้วยความซาบซึ้งใจในวัฒนธรรม(เจ้าเมืองมัญจาคีรี สิมโบราณ ผ้าไหมหนองหญ้าปล้อง หลวงปู่ผาง พระธาตุมัญจาคีรีศรีโสรโย ฯลฯ)และความงามของธรรมชาติ(กล้วยไม้ป่าช้างกระที่หาชมได้ยาก ภูเม็ง น้ำตกห้วยเขและบึงกุดเค้า ลำน้ำชี)

          ผมได้ค้นหาเรื่องคุ้มวัฒนธรรมเมืองมัญจาคีรีนี้ในอินเตอร์เน็ต ซึ่งได้พบและนำมาลง ณ ที่นี้ ส่วนผมนำภาพมาประกอบให้นะครับ

อดีต เชื่อมโยงปัจจุบัน นำสู่อนาคต

ความภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของเรา ซึ่งเราต้องสืบสานและพัฒนาต่อเนื่อง

และนำสิ่งดีดีไปสู่ลูกหลานของเราในอนาคต