บัดนั้น ...พญาภิเภกยักษี เห็นพระองค์ทรงโศกโสกี อสุรีกราบลงกับบาทา
ประชุมงานของสภาพัฒนาการเมืองเรื่องของ วิทยาลัยชุมชน ตามด้วย มาตรฐานจริยธรรมผู้ใช้อำนาจรัฐ และสิทธิพลเมืองบทบาทในการติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ เลิกเอาค่ำจะเดินทางกลับพัทลุง แต่น้อง แอ้ด วปช. 2 จะเดินทางกลับระนอง

จึงตัดสินใจ ขอติดรถไประนองด้วย กะว่าจะลงที่พังงา แต่พอเอาเข้าจริงๆคนขับรถกลับพาเดินทางสาย สุราษฎร์ ผ่านเขาสก ลงตะกั่วป่า จึงต้องแวะพักที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ที่ตะกั่วป่าไกล้ บขส, น้องแอ้ดเดินทางต่อไประนอง ......
"ฝนใต้ตกหนักทั้งคืน"....
ตื่นมาก็ออกไปเที่ยวตลาด บขส. สัปรดเยอะมาก ....

.ออกจากบขส.ตะกั่วป่า ด้วยรถตะกั่วป่า- ภูเก็ต แวะลงที่ โคกกลอย ต่อรถสายภูเก็ต - ตรังนั่งกลับบ้านเกิด เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาหาเงินช่วยโรงเรียน.....
งานนี้ทางโรงเรียนไม่ได้เชิญมา แต่น้องๆเขาโพสข้อความกำหนดการเข้ามาในเฟสบุ๊ก จึงรับปากว่า ศิษย์เก่ารุ่ที่จบป. 4 ในปี 2508 จะขอมาร่วมงานมาคุยมาช่วยสนับสนุน

โรงเรียนบ้านบ่อแสน รุ่นผู้เขียน ครูใหญ่ชื่อ นายเฉลียว สุขจิต ท่านดุมาก หลายคนโดนท่านฟาดบ้องหูมาแล้วทั้งนั้น
ครูที่อยู่ในใจตลอดมา คือ ครูอารักษ์ งานสม ครู อาคม หนูเกตุ และครู เพียร สุมาลี ครูท่านนี้เราร้องเพลงล้อกันว่า " โอ้พ่อครู สุมาลี มาลีของพี่เอย อย่าเพิ่งหนีพี่ไปเลย น้องเอ๋ยสมบัติเรายังมีถมไป (เพลงดังของสุรพล สมบัติเจริญในสมัยนั้น)มางานเลี้ยงน้ำชา ได้พบเพื่อนได้รำลึกถึงครู .....แล้วเราท่องบทท่องจำพร้อมว่า...บัดนั้น....พญาภิเภกยักษี เห็นพระองค์ทรงโศกโสกี อสุรีกราบลงกับ บาทา.....

ไม่น่าเชื่อการสอนแบบท่องจำพวกเราจะจำนานเกิน 30 ปี ผู้เขียนวางแผนว่าเสร็จงานเลี้ยงน้ำชาจะเดินทางเข้าภูเก็ต ไปนอนกับลูกสาวคนโต แต่ความคิดต้องสะดุด และต้องเลือกไปเลือกทำ
เพราะอาจารย์ สมพร สุวรรณเรืองศรี ที่คุ้นชินกันในการขับเคลื่อนเรื่องทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทะเลสาบ และประวัติศาสตร์ชุมชนคนปากยูนมาด้วย

โทรมาบอกว่า ให้กลับไปช่วยงานด่วน เพราะนัดเด็ก เยาวชน คนด้อยโอกาส หญิงหม้าย และคนชรา นำล่องทะเลสาบสงขลา พาล่องเลแลนก นั่งนึกนั่งเล่าประวัติศาสตร์ งานนี้ อาจารย์ ซึ่งเป็นเจ้าของเรือล่องทะเลสาบ มีราคาค่าเหมาลำวันละ 3500 บาท
แต่วันนี้ต้องการคืนกำไรให้แผ่นดิน ให้ชุมชน จึงจัดบริการฟรี และคนที่เหมาะสมสำหรับงานนี้จะพาเด็กทัวร์ คือผู้เขียนอาจารย์แจ้งมาว่าอย่าง ทั้งยังเปิดโอกาสว่า..."บัง"จะไปไหนต่อก็ไม่ว่า แต่มาถึงท่าเรือปากพะยูนให้ทันเรืออกจากท่าเวลา 08. 00 น
.บ่นให้เพื่อนร่วมรุ่นฟังว่า"ทำไมถึงต้องเป็นเรา".....
ต้องผิดสัญากับลูกสาว รีบไปปากพะยูนตามที่อาจารย์ สมพร ปราถนาอยากให้เป็น อยากให้มา เพราะว่าเป็นบริการฟรีที่คนด้อยโอกาสยากนักที่จะเข้าถึงบริการนี้
เพราะมีแต่ คนร่ำรวยมิตรภาพอย่างเราเท่านั้นที่ทำอย่างนี้ได้ ........




มาเยี่ยมคนนอนดึก
กลอนพระรามจำได้ค่ะ...อาจารย์ที่ดุๆมักจำเช่นกันค่ะ ตบบ้องหู...น่ากลัวเนาะ เป็นวันนี้ต้องโดนข่าวหน้า 1
ชื่นชมการคืนกำไรให้สังคม...แดงกำลังทำเช่นกันค่ะ...เท่าที่ทำได้ ...เล็กๆที่ยิ่งใหญ่
เป็นกำลังใจให้นะคะ
กลอนบทนี้คุณครูให้ท่องเป็นบทอาขยานก่อนกลับบ้านคะ
ว้าววว ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเรียนทันกัน อิ อิ
ชอบจังคะ...
รวยเฉยๆ ทำไม่ได้นะคะ ต้องรวยด้วย มี ด้วย คือมีจิตสาธารณะ ที่จะให้คะ
สวัสดีครับ ท่านวอญ่า ครับ
ผมได้ท่องกลอนบทนี้ด้วยนะครับ....
เป็นกลอนที่ละเมียดละไม และกลิ่นอายภาษาโบราณ
ควรนำกลับมาให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ครับ
สุขใจกับการได้กลับโรงเรียนเก่า และภาพความหลังกับครู เพื่อน ๆ
เห็นด้วยกับพี่กระติก รวยอย่างเดียวไม่ได้
ถ้าไม่มีจิตสาธารณะเหมือนท่านวอญ่า
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
สวัสดีครับคุณ แดง สำนึกรักรร เก่า นึกถึงตอนเราเป็นเด็ก รู้ว่ามีคนมาเยี่ยมโรงเรียน ตั้งใจรอคอยต้อนรับ อย่างเต็มที่
สมัยนั้นทั้งตำบลรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ในตำบลไม่มีสักคัน
เราจึงขยันเดิน
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ คุณ กระติก....ใช่แล้วครับ รวยในที่นี้มิได้หมายถึงเงิน แต่รวยเวลา รวยน้ำใจ รวยเสียสละ เพราะมิฉะนนั้นก็ไม่สามารถ ทำอย่างนี้ได้
สวัสดีครับ คุณ ธรรมทิพย์
หากไม่กลับมาล่องเรือกับเด็ก คงเสียดายโอกาสที่จะพูดคุยต่อยอดให้เด็กเห็นความสำคัญของธรรชาติ และประวัติท้องถิ่น
สวัสดีครับ น้องทิมดาบ
ได้พบเพื่อนเก่าบางคน หลายคนจากไปโดยไม่ส่งข่าว
ก็ได้แต่ถามถึงด้วยความอาลัย
นับว่าคุ้มค่าที่อดนอนมาทั้งคืน มาได้ทำบุญ มาพบเพื่อนเก่า ส่วนครู จากไปไม่มีวันกลับทุกท่านแล้ว
เสียดายนิดเดียวที่ต้องรีบเดินทางกลับทั้งที่ตั้งใจจะอยู่นาน เพราะมีงานที่ไม่ได้เงิน มีแต่คนพันธ์ หายากอย่างเราเท่านนั้น ที่เพื่อนๆต้องการให้ไปทำกิจกรรมกับเด้กๆ
ท่องอาขยาน บทนี้ยังจำได้ สมัยใหม่ไม่มีแล้ว
แบบไหนดีกว่าท่านวอญ่า
ชั่ง ตวง วัด ว่าจะเลือกทำสิ่งใด
ทางประเสริฐไหน ๆ ก็โล่งใจสบายทั้งนั้น
ท่านลุงบังซะอย่าง
เดิน เดิน เดิน เราต้องเดินทางต่อไป...ชีวิต
สวัสดีครับครู ดาหลา
เป็นความสุขอย่างหนึ่งของผู้สูงวัยที่ได้เล่าประวัติศาสตร์ชุมชนแล้วเด็กสนใจ
มีภาพมาให้ชมในบันทึกใหม่แล้วครับครู
สวัสดีครับท่าน คุณมณีวรรณ
ถามว่าแบบใหนดีกว่าก็ดีคนละอย่างตามยุคสมัย
ปัจจุบัน คงต้องต้องเรียน แบบ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ แก้ปัญหา จึงจะพาตัวรอด
ครับคุณหมอ ชั่ง ตวง วัด ว่าจะเลือกทำสิ่งใด
เลือกให้โอกาสกับเยาวชนคนด้อยโอกาส ได้มีโอกาสเข้าถึง การใช้ทรัพยากรในพื้นที่ แม้เพียงทางอ้อมเขาก็ได้รู้ได้เห็น ว่าบ้านตัวเองมีสิ่งสวยงาม มีประวัติศาสตร์ มีคุณค่า ควรแก่การหวงแหน