ใครมีขยะบุญมาก ก็จะพบแต่ความสะอาด สุขกาย สงบใจไม่เดือดร้อน ใครมีขยะบาปสะสมไว้มาก ก็จะได้รับแต่ผลเป็นความทุกข์ เศร้าหมอง เดือดร้อนกายใจ



ใจของเราเปรียบเสมือนถังขยะใบมหึมา
ใจเราเปรียบเหมือนถังขยะใบมหึมา เราได้เก็บสะสมขยะ 2 ประเภท ไว้ในถังขยะใจนี้ คือ
1.ขยะบุญ
2.ขยะบาป
เมื่อได้นั่งสงบดูกาย สังเกตจิตใจทีไร ก็เหมือนได้กลับไปเปิดดูขยะที่มีอยู่ในจิต
ใครมีขยะบุญมาก ก็จะพบแต่ความสะอาด สุขกาย สงบใจไม่เดือดร้อน
ใครมีขยะบาปสะสมไว้มาก ก็จะได้รับแต่ผลเป็นความทุกข์ เศร้าหมอง เดือดร้อนกายใจ
สมถะภาวนา จะเปรียบเหมือนการพยายามที่จะปิดฝา กลบบัง ถังขยะไว้เพื่อไม่ให้กลิ่นเหม็น หรือภาพอันไม่น่าดูเล็ดลอดออกมา
ส่วนการทำวิปัสสนาภาวนานั้น เปรียบเหมือนการหันกลับเข้าไปเผชิญหน้ากับความเป็นจริง คือขยะหรือผลบุญบาปที่มีอยู่ในใจทั้งหมด แล้วหยิบ โกยเอาขยะทั้งหลายนั้นออกทิ้ง จนกว่าจะหมดสิ้นไปจากถังขยะ หรือเบาลงจนพอจะยกเททิ้งได้ หมดขยะก็หมดภาระ
1 อารมณ์ คือ ขยะ 1 ชิ้น ถ้าสามารถนิ่งรู้ นิ่งสังเกตมันไปโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆ จนอารมณ์นั้นและลูกหลานที่เกิดจากอารมณ์นั้น ดับไปต่อหน้าต่อตา ขยะชิ้นนั้น หรืออุปาทานในเรื่องนั้น ๆ ก็จะหายไปจากใจ ไม่กลับมาเป็นภาระให้ต้องขุดคุ้ย เก็บ โกย อีก
ใครขยันนิ่งรู้ นิ่งสังเกตปัจจุบันอารมณ์ ไม่ช้าไม่นาน ขยะในใจเขาก็จะลดน้อย เบาบาง จนในที่สุดหมดเกลี้ยง เมื่อขยะหมดหรือใกล้จะหมด เบาพอยกได้แล้ว ก็ทุบถังขยะ คือความเห็นผิดว่า เป็นตัวกู ใจกู ของกู ทิ้งไปเสีย ก็จะหมดที่จะให้ขยะค้างอยู่ หมดภาระเรื่องขยะกันเสียที
ตอนนี้ต้องอดทน มีวิริยะ อุตสาหะ มานะบากบั่น หันหน้าเข้าไปรู้กายรู้จิต ลงปัจจุบัน จนกว่าจะทำลายความเห็นผิดว่าเป็นกูเป็นเราให้ตายขาดจากใจได้ นี่เป็นเรื่องสำคัญอันดับที่ 1
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.baanmaha.com/community/thread43054.html

เมื่อได้นั่งสงบดูกาย สังเกตจิตใจทีไร ก็เหมือนได้กลับไปเปิดดูขยะที่มีอยู่ในจิต
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.baanmaha.com/community/thread43054.html


เห็นด้วย 100 ละร้อยเลยครับ
ต้องช่วยกันส่งเสริม อย่างยิ่งเพื่อประโยชน์ของเด็กและคนชราครับผม
สวัสดีค่ะ คุณ
โสภณ เปียสนิท ขอบคุณค่ะที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นดี ๆ