สำรวจความเป็นไปได้ในอนาคตจากจินตนาการบนพื้นฐานของข้อมูล พยากรณ์แนวโน้มของสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพื่อแสวงหาทางเลือกสำหรับแก้ปัญหาที่เหมาะสมต่อไป

 

ความเดิมต่อจากการประเมินความต้องการจำเป็น  (needs  assessment)  ที่เขียนไว้ในครั้งก่อน  เจ้าตัว(ผู้เขียน) ยังมีบางอย่างค้างคาอยู่ในหัว  จึงต้องขอหยิบยกเรื่องของเทคนิคต่างๆ มาเติมเต็มความรู้ตัวเอง(ยอมรับตรงๆกันไปเลยค่ะ) เพื่อตอบข้อสงสัยว่า การประเมินความต้องการแท้จริงแล้วเขาทำกันกี่วิธี และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง 

 การศึกษาความต้องการจำเป็นโดยใช้เทคนิคเชิงอนาคต   

 การศึกษาความต้องการจำเป็นโดยใช้เทคนิคเชิงอนาคต  สามารถเลือกใช้ได้หลายวิธี เช่น เทคนิคเดลฟาย การฉายภาพอนาคต การศึกษาแนวโน้ม และเทคนิควงล้ออนาคต  ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546: 27-32)    

1)      เทคนิคเดลฟาย (Delphi technique) เป็นวิธีหาความต้องการจำเป็นอย่างเป็นระบบโดยใช้การระดมความคิดของผู้เชี่ยวชาญโดยไม่การเปิดเผยชื่อและเผชิญหน้า เพื่อทำนายเหตุการณ์หรือความเป็นไปได้ในอนาคตโดยอาศัยฉันทามติ (consensus) จากผู้เชี่ยวชาญประมาณ 2-4 รอบ เป็นข้อสรุปที่ปราศจากการครอบงำทางความคิด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสามารถทบทวนคำตอบและมีโอกาสกลั่นกรองความคิดของตนเองอย่างรอบคอบ  แต่วิธีนี้ก็มีข้อจำกัด คือผู้เชี่ยวชาญอาจไม่รู้สภาพที่แท้จริงขององค์กร การตอบหลายรอบทำให้ผู้เชี่ยวชาญเบื่อหน่าย   การสร้างความเข้าใจประเด็นปัญหาที่ตรงกันและการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมในกระบวนการที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นจริงทำได้ยาก

2)   การฉายภาพอนาคต (Scenarios) เป็นการสำรวจความเป็นไปได้ในอนาคตจากจินตนาการบนพื้นฐานของข้อมูล  ซึ่งเป็นภาพของเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคต ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตจะทำให้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในปัจจุบัน คือ ถ้าการตัดสินใจนั้นจะทำให้ผลที่เกิดขึ้นในอนาคตดีก็ทำให้เลือกที่จะทำเช่นนั้น แต่ถ้าผลที่เกิดขึ้นไม่ดีก็จะหลีกเลี่ยงการกระทำเช่นนั้น

3)      การศึกษาแนวโน้ม (Future wheel) เป็นการศึกษาข้อมูลทางสังคมเศรษฐกิจการเมือง โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ต่างๆ  เพื่อศึกษาว่าตัวแปรเหล่านั้นมีผลต่อการพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดในอนาคตได้แค่ไหนเพียงใด ใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากตำราซึ่งบรรยายเหตุการณ์ปัจจุบันหรือสภาพการณ์เหล่านี้ที่เกิดในช่วงเวลาต่างๆ กันกับในอดีต นำข้อมูลมาศึกษาเปรียบเทียบ ใช้เทคนิคการวิจัยพยากรณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต การศึกษาแนวโน้มมีความจำเป็นต่อการวางโครงการ แผนการศึกษาและการเตรียมแก้ปัญหาอันเกิดจากอัตราการลดลงของประชากร วัยเรียน เป็นต้น

4)      เทคนิควงล้ออนาคต  (Trend studies)เป็นเทคนิคที่ใช้พยากรณ์แนวโน้มของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยพิจารณาจากสิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหาหรือสิ่งที่เป็นแนวทางแก้ไขเพื่อพิจารณาว่าเมื่อเกิดปัญหานี้แล้วจะมีผลกระทบสิ่งต่างๆ อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการแสวงหาทางเลือกที่เหมาะสมต่อไป