ระบบราชการกับ ก.พ.ค.
ระบบราชการกับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
ศุภัชณัฏฐ์ หลักเมือง
ผู้อำนวยการ (เชี่ยวชาญ) กศน.อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
เครือข่ายประชาสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
E-mail : [email protected]
--------------------------------
วันนี้ขอนำเรื่องคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม มาให้รู้จักกันไว้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นข้าราชการไทย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปเรียบร้อยแล้วว่าในระบบราชการยังคงมีองค์กรที่สามารถเป็นที่พึ่งของข้าราชการไทยได้อยู่บ้าง หากข้าราชการไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้ข้าราชการได้ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม นี้ได้ครับ

คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) คือคณะกรรมการที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มีหน้าที่เสนอแนะ หรือปรับปรุงนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ที่เกี่ยวกับการพิทักษ์ระบบคุณธรรมในราชการ พิจารณาวินิจฉัยอุธรณ์ ร้องทุกข์ และการคุ้มครองระบบคุณธรรม รวมไปถึงการออก กฎ ก.พ.ค. ระเบียบ หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด ก.พ.ค. จะทำให้ที่ในลักษณะองค์กรกึ่งตุลาการ ที่ดูแลการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องอุทธรณ์ ร้องทุกข์ของข้าราชการ เป็นองค์กรพิทักษ์คุณธรรมด่านสุดท้ายของฝ่ายบริหาร เมื่อผ่านการพิจารณาวินิจฉัยจาก ก.พ.ค. แล้วหากผู้อุทธรณ์ยังติดใจสงสัย ก็สามารถไปฟ้องร้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดได้

พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มีการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการพิทักษ์ระบบคุณธรรมในระบบราชการ ปรับปรุงระบบจรรยาบรรณ วินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบวินัย โดยมีสิ่งที่กำหนดใหม่ คือ ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ควบคู่ไปกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ความจำเป็นในการจัดตั้ง ก.พ.ค. สืบเนื่องจากสภาพปัญหาของการดำเนินงานด้านวินัยของราชการพลเรือนไทยที่ไม่ได้ปรับปรุงมานาน จนเกิดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการทางวินัย ปัญหาความไม่เป็นธรรมและมาตรฐานโทษที่แตกต่างเหลื่อมล้ำกันภายในและระหว่างองค์กรกลางการบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ ปัญหากระบวนการพิจารณาสอบสวนล่าช้า อีกทั้งกฎหมาย ระเบียบเกี่ยวกับวินัยยากแก่การทำความเข้าใจและบางเรื่องไม่ชัดเจนการขาดมืออาชีพในการสอบสวน ตลอดจน ปัญหาอันเกิดจากการที่มิได้มีการปรับปรุงบทบัญญัติ ของกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยให้สอดคล้องกับการจัดตั้งองค์กรของรัฐแบบใหม่ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540

จากบทบัญญัติอันเป็นการสร้างรูปแบบของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมขึ้นเป็นครั้งแรก ในราชการนี้ จะเห็นได้ว่าการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมไว้ดังกล่าว มีนัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ก.พ.ค. จะสามารถทำหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมได้อย่างสมบูรณ์ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมที่กำหนดไว้นั้น ทำให้เห็นได้ว่า ก.พ.ค. ดังกล่าวเป็นผู้ที่มิได้อยู่ใต้อำนาจบังคับบัญชาของผู้ใด จึงมีความเป็นอิสระในการใช้ดุลยพินิจพิจารณาวินิจฉัยเรื่องการอุทธรณ์และ การร้องทุกข์ของข้าราชการได้อย่างเต็มที่ การทำหน้าที่ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม จึงมีลักษณะเป็นการใช้ความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพดำเนินการให้เกิดความยุติธรรมและสร้างระบบคุณธรรมให้เกิดขึ้นในวงราชการได้ การกำหนดให้อยู่ในตำแหน่งได้หกปี และอยู่ได้เพียงวาระเดียวนั้น นอกจากจะทำให้ไม่เกิดการผูกขาดต่อเนื่องในการดำรงตำแหน่งแล้ว ยังทำให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ได้โดยไม่ถูกครหาว่าเป็นการพิจารณาโดยมุ่งต่อการที่อาจจะได้รับการคัดเลือกในวาระต่อไปได้อีกด้วย

ท่านศุภัชณัฏฐ์ ครับ
บทเรียนที่กระทรวงมหาดไทย แทบจะทำให้ผมรู้สึกว่า
ก.พ.ค. ไม่มีบทบาทในการดำเนินงานตามภารกิจ
เพราะกว่าที่จะมีการดำเนินการตามที่ ก.พ.ค.ชี้
ต้องใช้เวลาเนิ่นนาน และท้ายที่สุดจวนจะหมดเวลา
อยากให้ที่พึ่งแห่งนี้ของข้าราชการ เป็นเกราะกำบัง แก้ไข
ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ฯลฯ ตามเจตนารมณ์ของ ก.พ.ค.ครับ
ถูกต้องครับคุณคณิน บางครั้งกว่าจะพิจารณาเรื่องที่เป็นปัญหาให้แล้วเสร็จ บางท่านที่ได้รับผลกระทบเกษียณอายุราชการไปแล้ว.
อาจารย์คะ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น สามารถร้องทุกข์ผ่าน คณะกรรมการณ์ ชุดนี้ได้มั้ยคะ