นักศึกษาที่มาจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เขาจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ พอมาเห็นหนังสือไทยเขาก็เลยได้สะท้อนความรู้สึกเล็ก ๆ ออกมา แต่เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่มากสำหรับการศึกษาไทย

 

 

 

 

“ทำไมหนังสือเมืองไทยเวลาเขียนไปซักนิดก็มีวงเล็บ แล้วก็อ้างถึงคนนั้น เขียนไปอีกนิดก็อ้างถึงคนนี้ แล้วมีอันไหนที่เขาเขียนเองบ้างเนี่ย”


ก็สี่ห้าบรรทัดสุดท้ายไงครับ

เป็นคำถามของน้องติ๊ก นักศึกษาจาก สปป.ลาว ที่เข้ามาเรียนปริญญาโทสาขาพัฒนบูรณาการศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนี้ครับ
ซึ่งเป็นคำถามที่ผมฟังครั้งแรกแล้วอึ้งครับ แต่พอคิดไปก็จริงอย่างที่น้องเขาพูดแฮะ

อันไหนบ้างที่ผู้เขียนขียนไว้เอง?

และน้องเขายังได้บอกอีกว่า พออ่านไปซักสี่ห้าเล่มแล้ว “เหมือนกันหมดเลย” คนนี้อ้างมาจากคนนั้น คนนั้นมาเสริมตรงนี้ แต่ข้อความส่วนใหญ่ก็เหมือน ๆ กัน ที่จริงอ่านเล่มเดียวก็พอ

ยิ่งทำให้สะท้อนภาพ “หนังสือและตำราไทย” หนักเข้าไปอีกครับ
เพราะบางครั้งเราอยู่ใกล้ ๆ กับหนังสือและตำราไทยมานาน เราอาจจะมองไม่เห็นถึงสิ่งเหล่านี้ก็เป็นได้


นักศึกษาที่มาจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เขาจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ พอมาเห็นหนังสือไทยเขาก็เลยได้สะท้อนความรู้สึกเล็ก ๆ ออกมา แต่เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่มากสำหรับการศึกษาไทย

แล้วเด็กนักศึกษาไทยใช้หนังสือเหล่านี้เรียนกันใช่ไหมเนี่ย

ถูกต้องนะคร้าบ
เรียนกันมาตั้งแต่เกิดจนกระทั่งปริญญาเอกครับ
เรียนกันมาอ่านกันมา
ถ้ามาถึงระดับปริญญา ก็ใช้เขียนบทความ ทำงานวิจัย อ้างกันแล้ว อ้างกันอีก
บทความ งานวิจัย ก็อ้างกันไป อ้างกันมา คนนี้อ้างคนนั้น คนนั้นอ้างคนนี้ บางครั้งอ้างจนไม่รู้ว่าใครเป็นต้นฉบับ


โดยเฉพาะผลงานวิจัย


ก่อนคิดหัวข้อเรื่องต้องไปดูของคนอื่นก่อนนะว่ามีใครเขาทำมาหรือยัง ถ้ามีแล้วห้ามทำซ้ำนะ

 ทำซ้ำกันเถอะครับ ทำซ้ำเรื่องเดิมแต่ทำแบบคิดใหม่ทำใหม่

ทำไมถึงต้องทำซ้ำเหรอครับ
เหตุผลแรก ต้องคิดว่า อันเดิมใช้ได้หรือเปล่า เพราะใช้ได้หรือไม่ได้ ประเทศเราก็อ้างอิงกันเป็นว่าเล่นกันอยู่แล้ว และถ้าเข้าไปอยู่ในมือของผู้บริหารประเทศแล้วล่ะก็ อ้างอิงจนออกมาเป็นนโยบายเลยนะครับ

โดยเฉพาะข้อมูลพื้นฐานที่ออกมาจากการเก็บข้อมูลในชุมชนแบบมหภาค วิเคราะห์กันออกมา ดูแนวโน้มความยากจน แนวโน้มการศึกษาของประเทศ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าวิเคราะห์ผิดหรอกครับ ปัญหาอยู่ที่ว่า


คนเก็บกับคนตอบตั้งใจตอบและตั้งใจเก็บมาหรือเปล่า?

หลาย ๆ ครั้งที่เราและท่านได้แบบสอบถาม เราตั้งใจตอบกันหรือไม่
หลาย ๆ ครั้งที่เราเป็นผู้ไปเก็บสอบถามถาม เราตั้งใจเก็บอย่างเต็มที่หรือไม่
หลาย ๆ ครั้งที่เราเป็นผู้สอนและจ้างคนออกไปเก็บแบบสอบถาม เราฝึกอบรมเขาดีหรือไม่
หลาย ๆ ครั้งที่เราคีย์ข้อมูลและจ้างผู้อื่นคีย์ข้อมูล เรามีจริยธรรมและสอนให้คนอื่นมีจริยธรรมในการคีย์ข้อมูลหรือไม่

เพราะเมื่อข้อมูลอยู่ในคอมพิวเตอร์แล้ว 1+1 ก็เป็นสอง วิเคราะห์อย่างไร ใช้คำสั่งอะไรก็ออกมาอย่างนั้น


หลาย ๆ ท่านที่เรียนปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก คงจะต้องเคยปวดหัวกับการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งวิเคราะห์แบบใช้มือ และใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ดี จุดทศนิยม ตัวเลขเพียงตัวเดียวก็ทำให้เราปวดหัวกันแทบตาย


Sig หรือไม่ Sig คิดกันแล้วคิดกันอีก คำนวณหาปัจจัย ความสัมพันธ์กันต่าง ๆ นา ๆ บางครั้งทำมากกว่าฝรั่งทำอีก เก่งกว่าฝรั่งทำอีก คำนวณออกมาแล้วก็นำเอาออกมาพูดมาคุยกันในระดับประเทศ

“คนตอบข้อมูล คนเก็บข้อมูล คนคีย์ข้อมูลนั่งหัวเราะอยู่หน้าทีวี”

นักวิชาการทำกันไปได้

 

ถ้าเราตั้งใจตอบ สิ่งนั้นจะมีประโยชน์
ถ้าเรามีเทคนิคในการให้ผู้ตอบตั้งใจตอบ สิ่งนั้นจะมีประโยชน์มากขึ้น
ถ้าเรามีเทคนิคให้ทั้งผู้ตอบ ผู้เก็บและผู้คีย์ข้อมูล ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ สิ่งนั้นจะมีประโยชน์มากที่สุด


แล้วเรามีเทคนิคอะไรกันบ้าง นำมาแลกเปลี่ยนกันเถอะครับ....