แสงเรืองฯที่ส่องประเทืองอยู่ทั่วเมืองไทย

  คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง

  เหนื่อยยากเพียงไรไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง

   ครูนั้นยังลำพองในเกียรติของตนเสมอมา.....

   ...ที่ทำงานช่างสุดกันดาร ในป่าพงไพร ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้

      เร่งรุดไปให้ทันเวลา

___________________________________________________________

ตั้งแต่เด็กจนโตยังจดจำเพลงนี้และบรรยากาศของเพลงได้ดี ดังกึกก้องอยู่ในห้วงแห่งสำนึกของชีวิตวัยเยาว์เสมอ

เมื่อพูดถึงความประทับใจในอาชีพครูก็จะทำให้นึกถึงคุณครูหลายท่านที่เคยสอนในอดีต ครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความสุข

           คิดถึงครูฝ่ายปกครองที่แสนจะเข้มงวดกวดขัน

           ครูสอนพระพุทธศาสนาที่ดูเขร่งขรึม

           ครูภาษาไทยที่ชวนให้ง่วงหลับกันทั้งห้อง

           ครูสอนคณิตศาสตร์ที่แสนจะดุ

           ครูสอนพละศึกษาที่สนุกสนาน

           ครูสอนเกษตรจะแต่งตัวอีกแนวมาดลุยลุย

           ครูสอนภาษาอังกฤษที่ดูจะเนี๊ยบตลอดเวลา

           ตอนนี้หากต้องกลับมาเป็นครูอีกครั้งก็คงมีความสุขมากเพราะครูคือผู้ให้

 ให้โอกาส ให้อนาคต  ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนต่อตัวเอง

           เคยมีความประทับใจครูท่านหนึ่งมาก ท่านเสียชีวิตไปแล้ว นั่นคือ

"ครูซัน"แห่ง อุ้มผาง ทีลอซู และมีบทเพลงที่แสนไพเราะที่ท่านได้แต่งและร้องเอาไว้ ฟังเพลงของท่านแล้วน้ำตาคลอ...มองเห็นภาพ สงสารเด็กที่ไม่มีข้าวกินเป็นเด็กยากจน มีตอนนึงบอกว่า

   นักเรียนร้องให้แล้วพูดว่า  ครูขาข้าวหนูไม่มี จะมีประโยคหนึ่งที่ร้องว่า อยากจะร้องให้ก้องโลกาให้ถึงหูบรรดามหาเศรษฐี ขอเศษข้าวเล็กน้อยหน่อยสิ ให้หนูมีอาหารกลางวัน.......น้ำเสียงนั้นแสดงความรู้สึกที่เจ็บปวดของครูถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้งกินใจ      เสียดายที่ทำเทปนั้นหายไป

     จะเห็นได้ว่าจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูนั้นมีอยู่จริงในครูทุกคน ขอให้คุณครูทุกคนมีความสุขและมุ่งมั้นอย่าท้อถอยที่จะพัฒนาเยาวชนต่อไปเพราะการพัฒนาเยาวชนก็คือการพัฒนาชาติ

ขอให้กำลังใจเพื่อนครูทุกคนค่ะ