(ภาพประกอบจาก Internet) 

      สวัสดีครับ ช่วงนี้นอกจากสินค้าแพง ค่าแรงต้องลุ้นแล้ว บ้านเรายังชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝนที่ตกกระหน่ำและต่อเนื่อง จนน้ำท่วมบ้านท่วมเมืองกันทั่วหน้า นับตั้งแต่ภาคเหนือตอนบนแล้วไหลเอ่อล้นตลิ่ง ท่วมลงมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ถึงภาคกลางตอนล่าง ที่อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา  ชาวนาต้องเร่งรีบเกี่ยวข้าว แม้จะยังไม่เหลืองอร่ามเป็นสีทองเพราะยังไม่แก่เต็มที่ แต่ก็ยังดีกว่าถูกน้ำท่วมเสียหายหมด ถึงจะขาดทุนแต่ขอให้ได้คืนบ้างก็ยังดี  เรียกว่า พอรับได้ถ้าน้ำท่วมเพียงนิด แต่ถ้าท่วมจนมิด ชีวิตคงอับเฉา เหมือนเพลงที่เขาร้องครับ “น้ำท่วมใครว่าดีกว่าฝนแล้ง พี่ว่าน้ำแห้งให้ฝนแล้งเสียยังดีกว่า”

      น้ำแห้งพอยังมีที่อยู่อาศัย แต่น้ำท่วมนี่มองไปทางไหนก็เหมือนทะเล ไม่มีที่จะอยู่ จะกินจะถ่ายก็ลำบากไปหมด หลายครอบครัวถึงกับทิ้งบ้าน หอบลูกจูงหลานมาพักกันบนถนน ทั้งที่กลัวโจรขโมยข้าวของน่าเห็นใจครับ  น้ำท่วมแต่ละครั้ง ยังให้เกิดความเสียหายทั้งพื้นที่ทางการเกษตร ถนนหนทาง ที่อยู่อาศัย จะไปไหนก็ลำบาก นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งทางกายทำให้เป็นโรคผิวหนัง ไข้หวัด ถูกสัตว์มีพิษที่มากับน้ำกัด หรือท้องเสีย นอกจากนี้ผลกระทบทางใจก็สำคัญครับ

      น้ำท่วมที่ทำความเสียหายมากๆ หรือท่วมต่อกันนานๆ อาจก่อให้เกิดภาวะเครียด ซึมเศร้า หดหู่ ท้อแท้ ได้ครับ ดังนั้นในครอบครัวต้องมีการพูดคุย ให้กำลังใจกัน อาจไม่ต้องถึงขั้นต้องร้องเพลง “น้ำท่วม” อย่างอารมณ์ดี แต่การพูดคุยกันจะช่วยให้ได้ระบาย ลดความเครียดได้ระดับหนึ่ง พูดกันในครอบครัวแล้ว อาจพูดคุยกับเพื่อนบ้านด้วยจะได้รู้ว่าตอนนี้เมืองไทย ไม่ใช่มีแต่บ้านเราที่ได้รับผลกระทบหลังเดียว ทั้งเหนือ อีสาน กลาง ท่วมเหมือนกันหมด แถมบางที่ท่วมเป็นครั้งที่สามในรอบสองเดือนก็มี แล้วค่อยๆ ช่วยคิดแก้ไขวางแผนจะทำอย่างไรต่อไป

       สำหรับผู้ที่มีอาการหดหู่ ซึมเศร้านานติดต่อกันเป็นอาทิตย์ หรือมีความคิดอยากตายขึ้นมา อันนี้ต้องระวัง โดยคนในครอบครัวต้องช่วยกันสังเกตอาการ เช่น ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม เก็บตัว พูดน้อยลง ขาดความสนใจ ทำอะไรก็เบื่อ บางครั้งก็ตำหนิตนเอง หรืออาจเปรยว่ารู้สึกเบื่อ เซ็ง อยากตาย พูดคล้ายอยากฝากฝังอะไรกับใคร ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องดูแลใกล้ชิด และพาไปพบแพทย์ครับ แม้ว่าเรื่องนี้หลายคนอาจไม่อยากไป เดี๋ยวใครจะหาว่าเป็นบ้า แต่การชักชวนด้วยท่าทีที่ห่วงใย และบอกว่าไปหาหมอแล้วจะทำให้ความเครียดลดลง ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ดีเหมือนกันครับ

      จิตใจก็เหมือนน้ำ ถ้าปล่อยใจไม่ควบคุมก็จะไหลลงสู่ที่ต่ำเรื่อยๆ   จึงต้องรู้จักประคับประคองด้วยความมีสติ อย่าปล่อยให้จมไปกับความทุกข์ครับ จำไว้ว่าเวลาทุกข์ใจจากปัญหาอย่าท้อแท้ ค่อยๆ หาทางแก้แล้วปัญหาจะค่อยๆ หมดไป  วันนี้น้ำท่วม วันหน้าน้ำลด  วันนี้อาจอด วันหน้าก็อิ่ม ชีวิตก็เป็นเช่นนี้เองครับ