"ลัดนิ้วมือ..ไปให้..ถึง"...ความงดงาม..ที่ลุ่มลึกภายใน...คือทางเดิน..ที่ผ่าน ความ"ว่าง"ถึงซึ่งความสงบ สว่าง สะอาดแห่ง"จิต"อันเป็นที่ตั้งของ"กาย" ความสะอาดคือน้ำที่เกิดในจิตเรียกว่า"น้ำใจ" สงบนิ่ง รู้ระลึกปล่อยวางจาก"อกุศลจิต"ที่เกิดขึ้นจากการตกกระทบในอารมณ์"สี่"ที่ครอบงำบดบังความสว่าง..ที่จะเดินเข้าสู่ทางสายกลาง..แห่ง..มณฑลชีวิต...
กิน ขี้ ซี่ นอน เป็นมรรคาแห่งชีวิต ที่ดำเนินไปสู่ความสุขที่ไม่ยึดติด หากเรา รู้ตื่นและเบิกบาน ที่จะอยู่กับความพอดี ..อันมี ปัจจัยสี่เป็นที่ตั้งคือ ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ยารักษาโรค..
กัลยาณมิตรของกายและจิต..คือ ลมหายใจๆที่มั่นคงสม่ำเสมอ ..นำพาให้ถึงสุขภาพอันมั่นคงในการ ต่อสู้โรคภัยไข้เจ็บ..เมื่อใดที่ร่างกายไม่สมดุลย์กับจิตใจ.."สติ"จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว...มี"สติ" ด้วยการ..หายใจ..ลึกๆ ยาวๆ ฝึก "ลม" ให้วิ่ง ทั่ว"กาย"จนกลับสู่"ความว่าง"...พบสุนทรียของจิตและกาย..เข้าสู่..ความอิสระ...วิมุติสุข..อันเป็นทางสายกลางใน..ภาษาธรรม...ทางเดินในธรรมชาติ....ทุกๆอริยบท กิน เดิน นอน นั่ง งดงามอยู่กับความพอดี....
(ทางนี้..ลัดนิ้วมือ...ไปไม่ถึง...ทางสายกลาง..ทางเดินในธรรมชาติ...)
กัลยาณมิตรของจิตคือลมหายใจ
หมายถึงการภาวนาแบบพระ
ถือว่าเป็นการฝึกสมาธิ
...สวัสดีค่ะ..คุณ โสภณ เปียสนิท...ตั้ง สติ เจริญสมาธิ..ภาวนา สร้างศรัทรา เจริญศีล มีเมตตา..ลัดนิ้วมือเดิน..จนถึงทางสายกลาง..ในมรรคาชีวิต..(ยายธีสงสัย..แอบคิดว่า..ทำไมเราไปกันไม่ถึงสักที..ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด..แบบยายธี..อ้ะะะๆๆๆ)...
สวัสดีค่ะยายธี
ตามมาขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ
"สติเป็นสภาวะธรรมชั้นหนึ่ง ซึ่งทำให้ธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นโดยพร้อมเพรียง
สติก็คือชีวิต ถ้าขาดสติก็เหมือนตาย ผู้ใดมีสติอยู่ตลอดเวลา ผู้นั้นได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา" ท่านพระอาจารย์ ชา สฺภฺทโท ค่ะ