เมื่อเวรกรรมไล่ล่าดาราดัง

ดวงใจร้าวรานสังขารร่วงโรย

โสภณ เปียสนิท

.............................................

 

                เดือนสิงหาคม 2554 ระหว่างฝอยฝนปรอยโปรย ผมตื่นแต่เช้าตรู่กว่าที่เคยทำยามปกติ ราว 04.00 น. สวดมนต์ไหว้พระทำสมาธิเล็กน้อยตามนิสัยที่ฝึกไว้นานจนเป็นความเคยชิน เตรียมพร้อมเพื่อเดินทางเข้าร่วมสัมมนา “สหกิจศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สถานประกอบการ” ที่ศาลายา นครปฐม ระยะเวลาสามวัน จะว่าดีก็ดี เพราะจะได้ลืมเรื่องเก่ากิจวัตรประจำวัน ที่ทำอยู่ตลอดระยะเวลายาวนานลงเสียบ้าง จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี เพราะกลับมาต้องทำหน้าที่ชดเชยสิ่งที่ขาดไป หนักกว่าเดิม  

 

                ด้วยความเคยชิน ผมหยิบหนังสือ 2 เล่มใส่กระเป๋าไปด้วยเพื่อเวลาว่างจะได้หยิบมาอ่าน ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว บางครั้งไม่ได้อ่านมากนักเพราะมัวไปทำเรื่องอื่นเสียจนเวลาค่อยๆ หมดไปอย่างน่าเสียดาย แต่คราวนี้กลับต่างไป หลังจากการประชุมสัมมนา เราเข้าที่พักในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวปิ่นเกล้า ต่อจากนั้นต่างคนต่างมีเวลาเป็นของตน

 

                ผมกับเพื่อนรวม 3 คนเดินหาร้านอาหารมื้อค่ำใกล้โรงแรม รับประทานแล้วเดินกลับเข้าที่พัก สนทนาพาทีกันต่ออีกเล็กน้อย ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตน ผมนำหมอนหนุนหลังนั่งพิงหัวเตียง เปิดทีวีชมข่าวสักครู่ก่อนหยิบหนังสือเล่มแรกขึ้นมากอ่าน “เมื่อเวรกรรมไล่ล่าดาราดัง” เห็นชื่อหนังสือผมนึกถึงหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทันที “ร่างกายนี้เป็นรังของโรค (โรคะ นิทธัง) ร่างกายนี้เปื่อยเน่า (ปภังคุนัง)” สรุปเอาเองแบบง่ายๆ ก่อนการอ่านว่าหนังสือเล่มเล็กๆ นี้จะให้ความรู้ตามหลักการของพระ

 

                เป็นจริงดั่งคาดไว้ หนังสือเริ่มเปิดฉากชีวิตของ ดาราดัง ปรียานุช ปานประดับ ตั้งแต่วัยเด็กที่ค่อยๆ เติบโตมาภายใต้ร่มเงาของแม่ แม่ตั้งความหวัง เหมือนวาดเส้นทางของชีวิตไว้ให้ลูกสาวของตน และพยายามดำเนินการให้ลูกสาวก้าวเดินไปตามเส้นทางสายนั้น เส้นทางสายนั้นคือ “การเป็นนางงาม” โดยกำหนดระยะเวลาที่ลูกสาวโตพอ จึงส่งเข้าประกวดนางงามตามเวทีต่างๆ จนประสบความสำเร็จมีตำแหน่งรองนางสาวไทย

 

อ่านคำกวีเรื่อง "สังขารมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา" ประกอบได้ที่นี่

อ่านตอนที่2 ได้ที่นี่